อีลอน มัสก์ เผยค่าตั๋วเดินทางไปสำรวจดาวอังคาร ในทริปของ SpaceX เปรย ไม่แพงเกินเอื้อม คืออยู่ในราว 200,000 ดอลลาร์ (ราว 6.6 ล้านบาท) ต่อคน ซึ่งเทียบเท่ากับราคาการซื้อบ้านในสหรัฐอเมริกา ณ ปัจจุบัน

การตั้งอาณานิคมบนดาวอังคาร คือเป้าหมายสูงสุดของ มัสก์ ในการก่อตั้ง SpaceX ขึ้น โดยแผนแรกของบริษัท คือการส่งยานบรรทุกสิ่งของไปยังที่นั่น ภายในปี 2022 จากนั้นก ก็จะตามด้วยการส่งมนุษย์เดินทางไปในอีกสองปีให้หลัง

อย่างไรก็ตาม มัสก์ ยืนยันว่าการออกเดินทางสู่ดาวอังคารนั้น จะไม่ใช่ “กิจกรรมสำหรับคนรวย” โดยบริษัทกำลังพยายามหาทางลดค่าใช้จ่าย เพื่อให้ราคาของตั๋วสามารถเอื้อมถึงได้สำหรับคนทั่วไป พร้อมยอมรับว่าการเดินทางดังกล่าวมีความเสี่ยงอยู่เช่นกัน

“ถ้าเรากำหนดค่าใช้จ่ายในการย้ายไปยังดาวอังคาร ให้ใกล้เคียงกับราคาบ้านเฉลี่ยในสหรัฐอเมริกา ซึ่งอยู่ที่ประมาณ 200,000 ดอลลาร์ ผมคิดว่าความเป็นไปได้ที่จะสร้างอารยธรรมที่พึ่งตนเองได้ที่นั่น มีความเป็นไปได้สูง” 

“แต่ความน่าจะเป็นที่คุณจะตายบนดาวอังคาร มีสูงกว่าโลกมาก” มัสก์ เปรียบเทียบการเดินทางไปยังดาวอังคาร กับโฆษณาของ เออร์เนส แช็คเคิลตัน ที่ไปยังทวีปแอนตาร์กติก

“ผู้ชายต้องการการเดินทางที่สมบุกสมบัน, ค่าใช้จ่ายต่ำ, อากาศหนาวจัด, ต้องเผชิญกับความมืดที่สมบูรณ์แบบ แต่เขาก็ต้องกลับมาอย่างปลอดภัย นั่นจึงจะเป็นความสำเร็จ”

ซีอีโอชาวแอฟริกาใต้ เสริมว่า ยังไม่มีความชัดเจนว่าผู้ที่เดินทางไปยังดาวอังคารกับทริปนี้ จะสามารถกลับมายังโลกได้อีกครั้งหรือไม่ ทั้งที่เจ้าตัวยอมรับว่ามีโอกาสไม่ต่ำกว่า 70% ที่ตนจะไปกับทริปดังกล่าวด้วย

“มีผู้คนจำนวนมากที่ไต่ภูเขา คุณรู้ไหมว่าทำไมพวกเขาถึงทำแบบนั้น ทั้งที่บนเขาเอฟเวอเรสต์มีคนตายอยู่ตลอดเวลา พวกเขาทำมันเพื่อความท้าทาย”

 

AHEAD TAKEAWAY

มัสก์ พูดเสมอมาว่าความฝันในการเดินทางไปดาวอังคารของเขา ไม่ใช่เรื่องเล่นๆ

ย้อนกลับไปเมื่อเดือนกันยายน ปีที่แล้ว เขาเคยเปิดตัวโครงการ Interplanetary Transportation System หรือระบบขนส่งมนุษย์ระหว่างดวงดาวต่าง ๆ ไว้ในงาน IAC หรือ International Astronautical Congress

พร้อมอธิบายว่าภายในยานขนส่ง จะมีระบบอำนวยความสะดวกแก่ผู้อยู่อาศัยอย่างครบครัน

เนื่องจากการเดินทางไปดาวอังคารนั้น กินเวลาอย่างน้อยสามเดือนหรืออาจมากที่สุด ถึง 140 วันเลยทีเดียว ขึ้นกับปัจจัยต่างๆมากมาย

และการที่เจ้าตัวเปรยไว้เป็นระยะว่านี่อาจเป็นทริปที่ไปแล้วไม่ได้กลับ ก็เพราะการเดินทางไปดาวอังคารนั้นไม่ใช่การไปเที่ยวเล่น แต่เป็นไปตามแผนสร้างอาณานิคมของมนุษย์ขึ้นที่นั่น

กลุ่มเป้าหมายของ มัสก์ จึงน่าจะเป็นนักวิจัย นักวิทยาศาสตร์ หรือใครก็ตามที่พร้อมไปบุกเบิกดาวอังคารด้วยกัน

การตั้งราคาตั๋วไว้ไม่ให้สูงเกินไป ก็เท่ากับเป็นการเปิดโอกาสให้ผู้ที่สนใจจริงๆเสนอตัวร่วมเดินทางไปด้วยนั่นเอง

ปัญหาอย่างเดียวของ มัสก์ คือ ผลสำรวจจากการทำโพลของ Axios ปรากฏว่า ชาวอเมริกันส่วนใหญ่ “ไม่ค่อยชอบผจญภัย”

ในการทำแบบสำรวจชาวอเมริกัน 3,222 คน ว่าถ้าสามารถเดินทางไปอวกาศได้แบบฟรีๆ ในวันพรุ่งนี้ จะตกลงหรือไม่

พบว่ามีเพียง 35% เท่านั้นที่ตอบตกลงพร้อมไปในทันที ส่วน 31% ขอปฏิเสธโอกาสนี้

ส่วนถ้าจำกัดวงลงเหลือกลุ่มคนสูงอายุ 65 ปีขึ้นไป จะพบว่ามีถึง 52% ที่ขอปฏิเสธโอกาสอย่างสิ้นเชิง และตอบตกลงแค่ 16% เท่านั้น

นั่นหมายถึงต่อให้เทคโนโลยีของ มัสก์ และบริษัทพร้อมแค่ไหน เมื่อถึงเวลานั้น สิ่งสำคัญกว่าคือเขาต้องหา “แนวร่วม” ที่กล้าพอจะเดินไปบุกเบิกดาวอังคารกับตนด้วย

เรียบเรียงจาก
Elon Musk: Ticket to Mars would cost about $200,000
Exclusive poll: Americans are skeptical about the new space race

 

AHEAD ASIA นวัตกรรม ล้ำหน้า