Bloomberg อ้างแหล่งข่าววงใน เผยว่า Facebook อยู่ระหว่างพัฒนาเงินดิจิทัล สำหรับใช้แลกเปลี่ยนในแอพพลิเคชั่น WhatsApp คาดว่าจะเริ่มต้นทดลองใช้ในอินเดียเป็นแห่งแรก แต่ยังไม่มีการระบุกำหนดการที่แน่นอนในเวลานี้

Facebook เริ่มต้นศึกษาเพื่อหาทางใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีบล็อกเชนมาได้ระยะหนึ่งแล้ว หลังดึงตัว เดวิด มาร์คัส อดีตประธาน PayPal มาดูแลแอพ Messenger ในปี 2014 ก่อนขยับมารับตำแหน่งหัวหน้าฝ่ายบล็อกเชน เมื่อกลางปีที่ผ่านมา โดยมีทีมงานในความดูแลถึง 40 คนด้วยกัน

ขณะที่รายงานจาก Bloomberg ก็ช่วยยืนยันทิศทางของแพลตฟอร์มให้ชัดเจนขึ้น โดยสกุลเงินดิจิทัล ที่อยู่ระหว่างพัฒนานั้น จัดอยู่ในกลุ่ม stable coin ซึ่งเป็นคริปโตที่มีสินทรัพย์อ้างอิง เป็นตัวกำหนดมูลค่า

สำหรับความคืบหน้าปัจจุบัน ยังอยู่ระหว่างตรวจสอบการทำงาน รวมถึงการพิจารณาว่าสกุลเงินปกติจะรักษามูลค่าของ stable coin ได้หรือไม่

ส่วนแผนการนำมาทดลองใช้นั้น คาดว่าจะเริ่มต้นด้วยการทดลองในอินเดียเป็นแห่งแรก เนื่องจาก WhatsApp ที่นั่น มีผู้ใช้มากกว่า 200 ล้านคน โดยข้อมูลของ World Bank ระบุว่า อินเดียยังเป็นผู้นำโลกในการทำธุรกรรมโอนเงินข้ามประเทศ พบว่าผู้คนส่งเงินเข้าสู่อินเดียถึง 69,000 ล้านดอลลาร์ (ราว 2.3 ล้านล้านบาท) ในปี 2017

และก่อนหน้านี้ บริษัทก็เคยทดลองเทคโนโลยีธุรกรรมการเงินแบบ P2P ในอินเดีย เมื่อตอนต้นปีที่ผ่านมาด้วย

 

AHEAD TAKEAWAY

มาร์ค ซัคเกอร์เบิร์ก นั้นเดินหน้าแผนปรับโครงสร้างองค์กรครั้งใหญ่ไปตั้งแต่ช่วงกลางปีที่ผ่านมา

เพราะแม้ว่าปัจจุบัน Facebook จะยังเป็นแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียที่มีผู้ใช้งานระดับหลักสองพันล้านคน

แต่เจ้าตัวและทีมผู้บริหารก็คงรู้อยู่แก่ใจว่าเป็นเรื่องยากที่จะขยายฐานผู้ใช้งานออกไปให้มากกว่านี้ ตราบใดที่ไม่สามารถเจาะตลาดเข้าไปในจีนได้

นอกจากยอดผู้ใช้งานที่เริ่มอิ่มตัวแล้ว โอกาสที่จำนวนจะลดลงก็มีเช่นกัน เมื่อคนยุคใหม่มองเห็นโซเชียลมีเดียเบอร์หนึ่งเป็นแหล่งรวมของพ่อแม่และผู้ใหญ่ ซึ่งอยู่คนละเจเนอเรชั่นกับพวกตน จึงพยายามเลี่ยงที่จะเข้ามาใช้งาน และหันไปเล่นกับแพลตฟอร์มอื่นๆ อย่าง Snapchat หรือ Instagram แทน

ตามที่ทีมงาน AHEAD ASIA นำเสนอมาตลอด การต่อยอดธุรกิจ คือทางออกที่ดีที่สุดในการใช้ฐานผู้ใช้งานปัจจุบันให้เกิดประโยชน์สูงสุด

ในการปรับโครงสร้างเมื่อเดือนพฤษภาคม จึงมีการแตกไลน์ทีมใหม่ขึ้นในชื่อ New platforms and infrastructure เพื่อทดลองและหาลู่ทางในการทำธุรกิจใหม่ๆจากเทคโนโลยีที่กำลังมา ทั้ง AI, AR, VR รวมถึง บล็อกเชน ควบคุมโดย ไมค์ ชรอปเฟอร์ หนึ่งในคีย์แมนของบริษัท

ส่วน เดวิด มาร์คัส จาก PayPal นั้น มีบทบาทพิเศษ ในการดูแลส่วนของ บล็อกเชนและคริปโตเคอร์เรนซีโดยเฉพาะ

คำถามที่ตามมาคือ ทำไม Facebook ถึงเลือกจับเทคโนโลยีนี้ ในวันที่สกุลเงินดิจิทัลหลายกระแสกำลังราคาดิ่งลง?

เหตุผลคือน่าจะเป็นความพยายามสร้างเงินดิจิทัล เพื่อความง่ายของการใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน ในยุคที่โลกกำลังจะเข้าสู่เทรนด์สังคมไร้เงินสด

และ stable coin ซึ่งมีความผันผวนของราคาน้อยกว่าเงินดิจิทัลอื่นๆ อย่าง บิทคอยน์ หรือ เอเธอเรียม (เพราะยังต้องผูกกับสินทรัพย์อ้างอิงอยู่) ก็น่าจะเป็นตัวเลือกที่คนทั่วไปยอมรับได้ง่ายกว่านั่นเอง

แม้ที่ผ่านมา จะตัวอย่างของ stable coin ที่ล้มเหลว อย่าง Basis ที่เพิ่งปิดตัวไปหลังจากเริ่มใช้งานได้ 8 เดือน แต่นั่นเป็นเพราะไม่สามารถหาหลักประกันที่ชัดเจนได้

แต่เมื่อเทียบกับศักยภาพในปัจจุบันของโซเชียลมีเดียยักษ์ใหญ่ ที่มีอำนาจต่อรองมากกว่า ก็มีสิทธิ์ที่จะสร้าง stablecoin ที่มั่นคงและน่าเชื่อถือกว่าขึ้นมาได้นั่นเอง

 

เรียบเรียงจาก
FB Is Developing a Cryptocurrency for WhatsApp Transfers, Sources Say

 

AHEAD ASIA นวัตกรรม ล้ำหน้า