SEAC

Your Next U by SEAC : Learning Ecosystem แห่งใหม่ สร้างคนไทยระดับโลก

หลังจากมีข่าวคราวเกี่ยวกับ Edtech ในประเทศไทยให้ตื่นเต้นอยู่เป็นระยะ

ล่าสุดได้เวลาเจ้าใหญ่ของตลาดอย่าง SEAC หรือ South East Asia Center เตรียมสร้างปรากฎการณ์ใหม่ให้อุตสาหกรรมการศึกษาของประเทศไทยและภูมิภาคอาเซียน เปิดตัวแพลตฟอร์มการเรียนรู้ 360 องศารูปแบบใหม่ “Your Next U by SEAC”

ที่นอกจากจะสามารถให้คนไทยสามารถเรียนรู้วิชาดังๆ จากมหาวิทยาลัยชั้นนำระดับโลกอย่าง Design Thinking จาก Stanford หรือ Big Data จาก MIT พร้อมรับประกาศนียบัตรจากมหาวิทยาลัยเจ้าของวิชาโดยตรงเมื่อเรียนจบ

ยังเปิดโอกาสให้เรียนรู้ได้อย่างไม่จำกัดวิชา และจำนวนครั้ง พร้อมรูปแบบการเรียนการสอนที่เหมาะกับตัวผู้เรียนให้เลือกทั้งออนไลน์ สอนสด หรือ แม้กระทั่งเรียนลัดจากประสบการณ์ความสำเร็จของผู้นำความรู้เหล่านั้นไปใช้จริง ด้วยราคาแค่ปีละ 10,000 บาทเท่านั้น

 

เปลี่ยนข้อจำกัดจากประสบการณ์ เป็นการเรียนรู้ที่ไร้ข้อจำกัด

 

คุณอริญญา เถลิงศรี กรรมการผู้จัดการของ SEAC ที่มีประสบการณ์การในด้านพัฒนาบุคคลากรมนุษย์กว่า 25 ปีจากบริษัทที่ปรึกษา เอพีเอ็ม กรุ๊ป จำกัด เล่าว่าจากประสบการณ์ในเรื่องการพัฒนาคน และการศึกษาผู้ใหญ่

พบข้อจำกัดหลายอย่างในเรื่องการศึกษาหลายอย่าง เผยว่าแม้การศึกษานั้นจะเป็นเรื่องที่ดี แต่กลับพบว่าคนจำนวนไม่น้อยพบว่าการศึกษาเป็นเรื่องที่น่าเบื่อ ผู้คนจำนวนมาก โดยเฉพาะในประเทศไทย ถูกจำกัดโอกาสในการเข้าถึงการศึกษาที่ดี เนื่องจากไม่มีทุนทรัพย์ที่มากพอ

หรือแม้แต่รูปแบบการศึกษาที่อาศัยความก้าวหน้าของเทคโนโลยี อย่างการเรียนออนไลน์ที่ทำให้ค่าเรียนถูกลง ก็มีปัญหาในการดึงความสนใจให้ผู้เรียนสามารถเรียนจนจบได้

เหมือนที่งานวิจัยของ University of Pennsylvania Graduate School of Education (Penn GSE) พบว่าผู้เรียนจบคอร์สออนไลน์ต่างๆจนจบนั้นมีค่าเฉลี่ยอยู่ที่ 4% เท่านั้น

ทำให้นำปัญหาดังกล่าวมาพัฒนาเป็นแพลตฟอร์มการเรียนรู้แบบ 360 องศา ที่ประกอบด้วย 4 รูปแบบ เพื่อความสำเร็จและประสิทธิภาพในการเรียนรู้ที่สูงขึ้นได้แก่

  • Online – เป็นวิดีโอการเรียนการสอนจากมหาวิทยาลัยชื่อดังเจ้าของหลักสู
    ตร เช่น MIT Stanford ที่ถูกแปลเป็นภาษาไทย เวียดนาม พม่า ให้เรียนได้อย่างไม่จำกัดจำนวน ในทุกที่ ทุกเวลาที่ต้องการ โดยเลือกจากหลักสูตรที่ได้รับความนิยม และเป็นทักษะที่เหมาะกับยุคดิจิทัลกว่า 100 หลักสูตร
  • Inline – เป็นการเรียนแบบออฟไลน์ในห้องเรียนของทาง SEAC สำหรับผู้เรียนที่ชอบการเรียนรู้แบบสอนสด หรือสำหรับบางหลักสูตรที่ต้องการลงมือทำหรือต้องมีการ Workshop มีจำนวน 18 คลาสต่อวัน
  • Beline – เป็นการเรียนรู้โดยตรงจากผู้ที่นำความรู้ต่างๆไปใช้จนสำเร็จแล้ว ที่จะเข้ามาแบ่งปันประสบการณ์ ให้เทคนิคการนำไปใช้และตอบข้อสงสัยที่ศูนย์การเรียนรู้ของ SEAC เหมาะสำหรับคนที่ชอบเรียนลัดหรือชอบเรียนรู้จากเคสจริง ซึ่งหากไม่สะดวกเข้ามา ก็จะบันทึกเป็นวีดีโอไว้ให้เรียนออนไลน์ได้เช่นกัน
  • Frontline – ที่เป็นเครื่องมือในการเรียนรู้ที่สามารถนำไปช่วยใช้ในการทำงานจริง เช่น ผู้เรียนสามารถดาวน์โหลดเทมเพลต หรือชุดคำถามในการสัมภาษณ์เพื่อหาความต้องการของผู้บริโภคของ Design Thinking ไปใช้สัมภาษณ์กลุ่มเป้าหมายได้เลย เป็นการช่วยให้เกิดการนำสิ่งที่เรียนรู้ไปใช้ในชีวิตได้จริงมากยิ่งขึ้น

ซึ่งทั้งหมดนี้ ผู้เรียนสามารถประเมินให้คะแนน และคำติชมได้ เพื่อเป็นประโยชน์สำหรับการตัดสินใจของผู้เรียนคนอื่น และช่วยในในการปรับปรุงคอนเทนท์ หรืออาจารย์ผู้สอนให้ดีขึ้น

นอกจากนี้ “Your Next U by SEAC” ยังมีโปรไฟล์ผู้เรียนที่ไม่เพียงแต่ช่วยให้เขารู้ว่าเรียนอะไรไปบ้าง แต่ยังช่วยในการทำความรู้จักเพื่อนๆที่เรียนวิชาเดียวกันเพื่อแลกเปลี่ยนความเห็น เพื่อช่วยกันเรียน หรือแม้แต่สร้างคอนเนคชั่นใหม่ๆ ที่ไม่จำกัดแค่ในประเทศไทยเท่านั้น เพราะแพลตฟอร์มการเรียนรู้นี้จะเริ่มให้บริการใน 3 ประเทศแรกคือ ไทย เวียดนาม พม่า และจะขยายไปยัง อินโดนีเซีย ในลำดับถัดไป

ซึ่งทั้งหมดนี้ให้บริการในรูปแบบสมาชิกรายปี ปีละ 10,000 บาทเท่านั้น โดยไม่ต้องจ่ายอะไรเพิ่มแม้แต่การมาเข้าคลาสเรียน หรือขอรับประกาศนียบัตรจากสถาบัณเจ้าของหลักสูตรในต่างประเทศ

ตั้งเป้าเปิดตัวกับองค์กรก่อนบุคคลทั่วไป

โดยคุณอริญญา เถลิงศรี กรรมการผู้จัดการของ SEAC ตั้งเป้าว่าจะเปิดบริการแพลตฟอร์มการเรียนรู้รูปแบบใหม่ที่ทุ่มทุนสร้างกว่า 600 ล้านบาท และใช้เวลาพัฒนากว่า 2 ปีนี้ ในวันที่ 1 ก.พ. 2562

โดยช่วงแรกจะเปิดให้บริการแค่ลูกค้าองค์กร ซึ่งทางองค์กรต่างๆ ก็สามารถเลือกจัดวิชาเรียนให้เหมาะสมกับที่ต้องการ สามารถออกแบบหน้าตาของแพลตฟอร์มให้มีโลโก้ หรือมีหน้าตาในแบบที่องค์กรต่างๆต้องการได้อีกด้วย และจะเริ่มเปิดบริการให้บุคคลทั่วไปในช่วงกลางปี

โดยตัวอย่างของหลักสูตรที่เปิดให้บริการนั้นเน้นไปที่สกิลที่จำเป็นในยุค 4.0

เช่น Business Management, Digital Marketing, Data Analysis, AI & Machine Learning หรือ Cloud Computing ซึ่งรายวิชาหลายอย่างเป็น Certified โดยเจ้าของวิชาอย่างเช่น Six Sigma, Agile Scrum Master หรือ Design Thinking เป็นต้น

นอกจากนี้ยังมีวิชาบางอย่างที่เป็น “ทักษะชีวิต” ( LifeLong Skill ) อย่างเช่น อย่างเช่น Learning to Learn เรียนวิธีการเรียนรู้

AHEAD TAKEAWAY

แม้ทางคุณอริญญา เถลิงศรี กรรมการผู้จัดการของ SEAC จะไม่ได้บอกว่าเขาเป็นคู่แข่งโดยตรงกับการศึกษาแบบดั้งเดิม โดยเฉพาะมหาวิทยาลัย เพราะ Your Next U by SEAC เป็นแพลตฟอร์มการเรียนรู้ตลอดชีวิต โดยในอนาคตจะมีวิชาที่เรียนได้ทั้งเด็ก และผู้สูงวัยตั้งแต่ 11 ถึง 65 ปี

เพียงแต่มุ่งหวังว่าจะเป็นส่วนหนึ่งในการช่วยให้คนในภูมิภาคนี้เข้าถึงการศึกษาระดับโลก เพื่อพัฒนาตัวเอง ให้สามารถอยู่ในตลาดแรงงานได้ในวันที่ทักษะและความรู้ที่เป็นที่ต้องการนั้นเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา

อีกทั้งยังมองว่าในอนาคตนั้น แพลตฟอร์มนี้อาจเป็นช่องทางช่วยให้ผู้มีความรู้ หรืออาจารย์เก่งๆในประเทศไทย สามารถสร้างหลักสูตรขึ้นมาขายกลับไปยังประเทศอื่นๆได้

แต่ทีม บก. ของ AHEAD.ASIA มองว่านี่เป็นอีกครั้ง ที่มีข่าวสั่นคลอนระบบการศึกษาแบบดั้งเดิมของประเทศไทย หลังช่วงที่ผ่านมามีข่าวว่าสถาบันการศึกษาหลายแห่งอาจต้องปิดตัวลงในอนาคต เนื่องจากอัตราการเกิดของเด็กน้อยลง และรูปแบบของการศึกษาที่เป็นที่ต้องการนั้นมีรูปแบบเปลี่ยนไป

เนื่องจากบริษัทหลายแห่งเริ่มมีแนวโน้มไม่ให้ความสำคัญกับวุฒิการศึกษาเหมือนเมื่อก่อน (อ่านเพิ่มเติม Apple, Google, IBM พร้อมรับพนักงานไม่สนวุฒิปริญญา)

นอกจากนี้ เมื่อดูจากค่าเทอมของมหาวิทยาลัยต่างๆ ของประเทศไทย ในระดับชั้นปริญญาตรีอย่าง จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เริ่มต้นที่ 17,000 – 21,000 บาทต่อเทอม มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เริ่มต้น 13,000 – 52,000 ต่อเทอม ขณะที่มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช เริ่มต้นที่ 2,400 ต่อ 1 ชุดวิชา

ขณะที่ค่าเรียนปริญาโท MBA ของสถาบันชื่อดัง ( เฉพาะหลักสูตรเรียนนอกเวลาทำงาน ) ของ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยเริ่มต้นที่ปีละประมาณ 174,000 บาท, มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ 130,600 บาท และ สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ หรือ นิด้า 145,150 บาท

นั่นอาจพอมองเห็นเป็นลางๆว่า แม้แต่อุตสาหกรรมการศึกษา ก็มีแนวโน้มที่ต้องปรับตัวให้เข้ากับการเปลี่ยนแปลงในโลกในยุคดิจิทัลโดยไม่มีข้อยกเว้น เนื่องจากคลื่นลูกใหม่ที่ชื่อว่า Edtech เหมือนที่ธนาคารและสถาบันทางการเงินจำนวนมากก็ต้องปรับตัวจากการมาของ FinTech ไปแล้ว

เราเชื่อว่าการเปลี่ยนแปลงและปรับตัวที่น่าจะมีให้เห็นในอนาคตมากขึ้นเรื่อยๆ ไม่เฉพาะแค่ Your Next U by SEAC นั้น น่าจะส่งผลดีกับผู้บริโภค คนทั่วไป เหมือนที่ในวันนี้เราสามารถโอนเงิน หรือกดเงินต่างพื้นที่ได้โดยไม่ต้องเสียค่าธรรมเนียมนั่นเอง

ข้อมูลอ้างอิง

เทียบ 5 หลักสูตร MBA มหาวิทยาลัยชั้นนำเมืองไทย

รวมค่าเทอม มหาวิทยาลัยของรัฐ ทั่วประเทศ

อ่านเพิ่มเติม

5 สตาร์ทอัพสาย edtech ที่น่าจับตาแห่งยุค

5 ข้อควรเลี่ยงสำหรับ Edtech

Apple, Google, IBM พร้อมรับพนักงานไม่สนวุฒิปริญญา

5 ข้อคิดจากงาน RISE 2017 โดยผู้ก่อตั้งสตาร์ทอัพการศึกษาระดับโลก (ที่อนุญาตให้ใช้มือถือในห้องเรียน)

Saul Singer : ปฏิรูปการศึกษาอย่าง Start-Up Nation

The Billionaire Dropouts: มหาเศรษฐีนอกหลักสูตร

Educated Billionaires: เรียนดีก็รวยได้

 

พูดถึงเรื่องการศึกษา เรายังมีความเห็นจากนักธุรกิจระดับโลกที่มีมุมมองน่าสนใจไม่น้อย ในรูปแบบของวิดีโอทางแชนแนลของ AHEAD ASIA

ทั้ง แจ็ค หม่า ที่เชื่อว่าการศึกษาต้องได้รับการปฏิรูป ที่นี่

อีลอน มัสก์ ที่มองว่าการเรียนการสอนแบบเดิม ไม่เหมาะกับลูกชายของเขา ที่นี่

หรือ ปีเตอร์ ธีล ที่วิจารณ์การศึกษาแบบเดิมๆ ด้วยคำพูดขวานผ่าซาก ว่าเป็นการลงทุนที่ไม่คุ้มค่า ที่นี่

รวมถึง โรงเรียนอนุบาลที่เจ๋งที่สุดในโลก ที่นี่

AHEAD ASIA นวัตกรรม ล้ำหน้า

Subscribe to Our Newsletter

Total
160
Shares
Previous Article
Huawei

Huawei ยักไหล่ แม้ยูเคจ่อแบน หลังยอดขายพังสถิติ 200 ล้านเครื่อง

Next Article
IoT

อินเดียเดินหน้าเพิ่มเสาโทรคมนาคม รองรับสมาร์ทโฟน 2 พันล้านเครื่อง เชื่อมต่อ IoT

Related Posts