Xiaozhu ผู้ให้บริการธุรกิจแชร์ที่พักในจีน ในลักษณะเดียวกับ Airbnb เตรียมนำ ระบบตรวจจับใบหน้า มาติดตั้งที่ประตูห้องพักทุกห้อง เพื่อใช้การสแกนใบหน้าผู้เข้าพักแทนคีย์การ์ด แต่ก็มีเสียงทักท้วงว่าเป็นการเปิดช่องให้รัฐบาลจีนสามารถจับตาความเคลื่อนไหวของนักท่องเที่ยวได้อีกทาง

เซาธ์ไชน่า มอร์นิ่งโพสต์ รายงานว่านอกจากการตรวจจับใบหน้าเพื่อการปลดล็อคประตูแล้ว จะมีการติดตั้งเทคโนโลยีอื่นๆเพื่อตรวจจับควันและแก๊ส เพิ่มความปลอดภัยให้กับผู้ใช้งานด้วย โดยจะเริ่มติดตั้งเทคโนโลยีนี้ ใน 80 เปอร์เซ็นต์ของที่พักในเมืองเฉิงตู ที่อยู่ในระบบโฮมแชริ่งของบริษัท ตั้งแต่ช่วงต้นปี 2019 เป็นต้นไป

สำหรับซอฟต์แวร์ตรวจจับใบหน้าดังกล่าว ได้รับการสนับสนุนจาก Alibaba เนื่องจาก Xiaozhu มีคอนเนคชั่นกับยักษ์ใหญ่ด้านเทคโนโลยีของประเทศรายนี้อยู่แล้ว หลังเพิ่งได้รับเงินระดมทุนรอบใหม่จาก แจ็ค หม่า จำนวน 300 ล้านดอลลาร์ (ราว 9,900 ล้านบาท)

เคลวิน เฉิน ชี ผู้บริหาร Xiaozhu กล่าวว่า “หลายปีก่อน สิ่งที่เรากังวลมากที่สุดคือการที่คนไม่ต้องการเปิดรับคนแปลกหน้าเข้ามาในบ้าน แต่ตอนนี้โฮมแชริ่งกลายเป็นอุตสาหกรรมไปแล้ว เราจำเป็นต้องทำอะไรให้ มากขึ้นเพื่อจัดการกับข้อกังวลของทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง”

อย่างไรก็ตาม นอกเหนือจากเป้าหมายในการรักษาความปลอดภัยแล้วรายงานยังระบุด้วยว่า ระบบตรวจจับใบหน้า เป็นส่วนหนึ่งของแผนการรัฐบาลจีนที่กำลังเพิ่มขอบข่ายขึ้นเพื่อ “การควบคุมที่เข้มงวดยิ่งขึ้น” สำหรับธุรกิจเช่าที่พักระยะสั้น

เวลานี้ รัฐบาลจีนมีการติดตั้งระบบตรวจจับใบหน้ากระจายเป็นวงกว้าง ทั้งบนท้องถนนและตรอกซอกซอย แต่การขยายขอบเขตมาสู่ธุรกิจที่พักนับเป็นครั้งแรก และรายงานชี้ว่า อาจเกิดความกังวลในกลุ่มนักท่องเที่ยว ที่จะโดนรุกล้ำความเป็นส่วนตัวจาก “บิ๊กบราเธอร์” มากขึ้นกว่าเดิม

ทั้งนี้ ธุรกิจโฮมแชริ่งกำลังเติบโตขึ้นทุกวันในเมืองจีน โดยมีประชาชนราว 78 ล้านคนที่มีส่วนเกี่ยวข้อง ไม่ว่าจะในฐานะเจ้าบ้านหรือแขกผู้เข้าพักก็ตาม ส่งผลให้มูลค่าตลาดสูงถึง 14,500 ล้านหยวน (ราว 69,000 ล้านบาท) ในตอนนี้ และคาดว่าจะขยับถึง 50,000 ล้านหยวน (ราว 2.4 แสนล้านบาท) ภายในปี 2020

 

AHEAD TAKEAWAY

แม้ แชริ่งเอโคโนมี จะไม่เวิร์คกับหลายๆธุรกิจในจีน เหมือนที่ ofo ผู้ให้บริการแชร์จักรยานรายใหญ่ต้องล้มเหลวในเวลาไม่ถึงสองปีเต็ม หรือแม้แต่ธุรกิจเรียกรถที่กำลังไปได้สวย ก็กำลังจะเจอปัญหาใหญ่จากกฎหมายที่เข้มงวดมากขึ้นในเรื่องผู้ขับ แต่กับธุรกิจแชร์ที่พัก หรือให้เช่าที่พักระยะสั้น ดูจะยังไปได้สวย

รายงานจาก China Daily ระบุว่าภายในปีหน้า ธุรกิจนี้อาจมีมูลค่ารวมถึง 50,000 ล้านหยวน หรือกว่า 2.5 แสนล้านบาท

แต่ก็เป็นธรรมดาที่เมื่อธุรกิจใหม่ๆเติบโตขึ้น ภาครัฐก็จำเป็นต้องเข้ามาจัดระเบียบ เพื่อป้องกันปัญหาที่จะตามมา จนนำไปสู่การวางกฏเกณฑ์ต่างๆที่เข้มงวดขึ้น

ในช่วงปีใหม่นี้ จังหวัดเจ้อเจียง ทางตะวันออกของเฉิงตู จะเป็นที่แรกในจีนที่จะต้องเปิดเผยชื่อเจ้าบ้านและแขกผู้เข้าพัก ลงในแพลตฟอร์มโฮมแชริ่งที่รัฐบาลกำหนดขึ้นมาใหม่

ซึ่งไม่ต่างกับหลายกรณีที่ Airbnb มีคดีความฟ้องร้องกับหน่วยงานรัฐในหลายประเทศว่าเป็นการละเมิดสิทธิส่วนบุคคล

แต่ในอีกแง่หนึ่ง การปล่อยให้ดำเนินธุรกิจอย่างอิสระโดยไม่มีการควบคุม ก็อาจก่อให้เกิดปัญหามากมายตามมา ทั้งในเรื่องการจัดเก็บภาษีจากรายได้ของผู้ให้เช่า หรือแม้แต่กรณีเกิดอาชญากรรมขึ้น

ขณะที่กรณีของ Xiaozhu นั้น แม้จะไม่ได้ติดตั้ง ระบบจดจำใบหน้า ตามคำสั่งของรัฐ แต่การที่บริษัทมีความเชื่อมโยงกับ Alibaba ก็คงทำให้หลายคนอดคิดไม่ได้ว่านี่อาจเป็นการนำร่องของรัฐบาล เพื่อการควบคุมและเก็บข้อมูลนักท่องเที่ยวทั้งในและต่างประเทศหรือไม่?

 

เรียบเรียงจาก
Chinese Airbnb competitor rolls out facial recognition locks
Chinese home sharing site Xiaozhu to roll out facial recognition-enabled smart locks in Chengdu pilot scheme

AHEAD ASIA นวัตกรรม ล้ำหน้า

Facebook Comments