SpaceX อาจมีมูลค่าทะลุหลัก 30,000 ล้านดอลลาร์ หรือกว่า 9.6 แสนล้านบาท ในการระดมทุนครั้งใหม่ ซึ่งจะส่งให้บริษัทสำรวจอวกาศของ อีลอน มัสก์ เป็นหนึ่งในสตาร์ทอัพที่มีมูลค่าสูงสุดในโลก เทียบเท่า Airbnb ผู้ให้บริการแชร์ที่พักชั้นนำเลยทีเดียว

รายงานจาก Wall Street Journal ระบุว่า บริษัทสำรวจอวกาศของ อีลอน มัสก์ ได้เปิดเผยถึงรอบการระดมทุนครั้งล่าสุด ในเอกสารทางการเงินที่ประกาศ เมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา (3 ม.ค.)

มีการเปิดเผยว่าบริษัทฯ ขายหุ้นแก่นักลงทุนในรอบนี้ไปแล้ว 8 ราย คิดเป็นมูลค่า 273 ล้านดอลลาร์ (ราว 8,750 ล้านบาท) โดยไม่มีการระบุรายชื่อนักลงทุน แต่คาดว่าหนึ่งในนั้น น่าจะเป็น Baillie Gifford & Co. บริษัทจากสหราชอาณาจักร ซึ่งเป็นผู้ถือหุ้นของ SpaceX และ Tesla อยู่แล้ว

ตัวเลข 273 ล้านดอลลาร์ดังกล่าว นับเป็นสัดส่วนเกินกว่าครึ่งหนึ่งของจำนวนหุ้นที่ประกาศขาย จำนวน 500 ล้านดอลลาร์ (16,000 ล้านบาท) ซึ่งหากบริษัทฯสามารถขายหุ้นส่วนที่เหลือได้หมด ก็จะส่งให้บริษัทฯ มีมูลค่าทั้งสิ้น 30,500 ล้านดอลลาร์ หรือ 978,440 ล้านบาท

และคนในวงการก็เชื่อว่าด้วยศักยภาพของบริษัทฯ สามารถไปถึงจุดนั้นได้

“ที่ผ่านมา พวกเขาขายหุ้นได้หมดทุกครั้งในรอบการระดมทุน ยังไงพวกเขาก็มีนักลงทุนมากมายรอต่อคิวซื้อหุ้นอยู่ดี” โซเฮล พราสาด ผู้ก่อตั้งและประธานของ Equidate ผู้ให้บริการมาร์เก็ตเพลสสำหรับนักลงทุนที่ต้องการลงทุนในบริษัทเอกชน

หากทำสำเร็จ มูลค่าของบริษัทก็จะพุ่งไปอยู่ในระดับเดียวกับ Airbnb ซึ่งปัจจุบันเป็นบริษัทเอกชนที่มีมูลค่าสูงสุดอันดับ 2 ของสหรัฐ ส่วนอันดับ 1 ยังคงเป็น Uber ที่ได้รับการประเมินว่ามีมูลค่า 72,000 ล้านดอลลาร์ (2.3 ล้านล้านบาท)

ส่วนบริษัทเอกชนที่มีมูลค่าสูงสุดในโลก ได้แก่ Toutiao แพลตฟอร์มข่าวและคอนเทนต์จากจีน ที่มีมูลค่า 75,000 ล้านดอลลาร์ (2.46 ล้านล้านบาท) ตามด้วย Didi Chuxing 56,000 ล้านดอลลาร์ (1.79 ล้านล้านบาท)

 

AHEAD TAKEAWAY

จากความฝันของเด็กอายุ 14 ที่อ่านนิยายเรื่อง The Ultimate Hitchhiker’s Guide to the Galaxy จนอยากเดินทางออกไปสำรวจอวกาศ

อีลอน มัสก์ นั้นพา SpaceX มาไกลเกินกว่าที่หลายคนจะคาดคิด

เพราะหลังหมดจากยุคกระสวยอวกาศ และการแข่งขันระหว่างสหรัฐกับอดีตสหภาพโซเวียตแล้ว การออกเดินทางสำรวจอวกาศนั้นแทบไม่เป็นกระแสสำหรับคนหมู่มากอีกเลย

แม้แต่ตัวของ มัสก์ เอง ก็ไม่ได้มีพื้นฐานทางนี้โดยตรง แต่ก็สามารถพาบริษัทผ่านช่วงเวลาวิกฤต โดยเฉพาะการล้มเหลวในการทดลองยิงจรวด 3 ครั้งแรก จนบริษัทเกือบล้มละลายมาได้

ปัจจุบัน ไม่เพียงจะทำให้กระแสการสำรวจอวกาศกลับมาเป็นที่พูดถึงอีกครั้ง ตัวบริษัทฯและ มัสก์ เองก็ยังเป็นที่ยอมรับในวงกว้างมากขึ้นเรื่อยๆ

เห็นได้จากการระดมทุนรอบ Series I เมื่อปี 2018 SpaceX นั้นได้รับการประเมินมูลค่าไว้ที่ 21,000 ล้านดอลลาร์ (6.7 แสนล้านบาท) และได้เงินไปทั้งสิ้น 350 ล้านดอลลาร์ (1.1 หมื่นล้านบาท)

ส่วนในรอบนี้ มูลค่าหุ้นของบริษัทก็สูงขึ้นอีก 10% จาก 169 ดอลลาร์ต่อหน่วย เป็น 186 ดอลลาร์ต่อหน่วย

แม้จะแพงขึ้น แต่ก็ได้รับความสนใจจากนักลงทุนอยู่ดี จนสามารถขายหุ้นไปได้เกินกว่าครึ่งของจำนวนที่ประกาศขายแล้ว

ความมั่นใจของนักลงทุนกลุ่มนี้ น่าจะมาจากความสำเร็จของบริษัทที่สามารถแทรกตัวเข้าไปดีลกับกองทัพอากาศสหรัฐและ NASA ได้

เพราะที่ผ่านมานั้น สัมปทานโครงการอวกาศ ถูกผูกขาดโดย United Launch Alliance บริษัทร่วมทุนระหว่าง Boeing และ Lockheed Martin มานานนับสิบปี

ขณะที่ตัว มัสก์ เองก็ยังมีโครงการใหม่ๆอีกมาก ทั้งการพัฒนาระบบดาวเทียมที่จะส่งสัญญาณอินเตอร์เน็ตความเร็วสูงกลับมายังผิวโลก ทริปส่งศิลปินไปโคจรรอบดวงจันทร์ในปี 2023 และเป้าหมายหลักคือการเดินทางไปบุกเบิกดาวอังคาร

ทั้งหมดนี้ ก็ยังน่าจะต้องใช้เงินทุนอีกมหาศาล เพราะเจ้าตัวเคยประเมินไว้แล้วว่ายานอวกาศ Starship และระบบจรวด Super Heavy นั้น อาจต้องใช้เงินระหว่าง 2,000-10,000 ล้านดอลลาร์ (64,000 ถึง 320,000 ล้านบาท) เลยทีเดียว

นั่นแปลว่าในอนาคต SpaceX อาจยังเติบโตได้อีกมาก ไม่ว่าจะเป็นในฐานะบริษัทเอกชน หรือตามรอยสตาร์ทอัพอื่นๆในสายเทคโนโลยีไปสู่การเป็นบริษัทมหาชนในอนาคตก็ตาม

 

AHEAD ASIA นวัตกรรม ล้ำหน้า

Facebook Comments