สำนักข่าว Bloomberg แฉ Facebook ลอบลงทำข้อตกลงกับผู้ผลิตสมาร์ทโฟนระบบแอนดรอยด์หลายแห่ง รวมถึงผู้ให้บริการเครือข่ายทั่วโลก สำหรับการติดตั้งแอพพลิเคชันของตนลงในเครื่องก่อนวางขาย ที่สำคัญที่สุดคือผู้ใช้ไม่สามารถลบแอพดังกล่าวทิ้งได้ ไม่ว่าจะต้องการใช้หรือไม่ก็ตาม

กลยุทธดังกล่าวของโซเชียลเน็ตเวิร์คเบอร์หนึ่ง ถูกจับได้ เมื่อ นิค วินกี้ เจ้าของโทรศัพท์ Samsung Galaxy S8 รายหนึ่งในสหรัฐอเมริกา พบว่าตัวเองไม่สามารถลบแอพที่ถูกติดตั้งไว้ได้ ทำได้เพียง “ปิดการใช้งาน” (disable) ซึ่งก็ไม่ได้มีคำอธิบายเพิ่มเติมว่าเพราะอะไร

“ผมงงมาก ไม่ว่าจะพยายามลบแอพนี้ยังไง มันก็ยังอยู่ในโทรศัพท์ มันทำให้ผมสงสัยว่ามีอะไรมากกว่านั้นรึเปล่า นี่แปลว่าพวกเขายังติดตามข้อมูลของคุณ ตำแหน่งของคุณ หรือสิ่งอื่นๆได้ไหม? ในฐานะผู้บริโภค เราควรมีสิทธิ์เลือกสิ่งที่เราต้องการและไม่ต้องการ”

ด้านโฆษกของโซเชียลดัง ชี้แจงกับ Bloomberg ว่า เมื่อแอพถูกปิดการใช้งานแล้ว จะไม่สามารถรวบรวมข้อมูลของผู้ใช้หรือส่งข้อมูลกลับมายังบริษัท

แต่ปฏิเสธจะระบุจำนวนสมาร์ทโฟนที่ติดตั้งแอพล่วงหน้าตามสัญญาดังกล่าว พร้อมอธิบายเพียงแค่ว่ามีข้อแตกต่างกันไปตามภูมิภาคและประเภท

ส่วนทาง Samsung ชี้แจงว่า แอพดังกล่าวติดตั้งไว้เฉพาะในบางรุ่น พร้อมอธิบายในลักษณะเดียวกันว่าเมื่อปิดการใช้งานแอพก็จะไม่ทำงานอีก

ภายหลังรายงานดังกล่าวถูกเผยแพร่ออกไป ผู้ใช้งาน Twitter รายหนึ่งชื่อ เจน หว่อง ซึ่งเป็นผู้เชี่ยวชาญเกี่ยวกับทิปต่างๆในการใช้งานโซเชียลมีเดีย ทวีตอธิบายว่าตัวแอพที่มีการโหลดไว้ล่วงหน้า เรียกว่า stub ซึ่งในทางเทคนิค อาจเรียกได้ว่าเป็นโฟลเดอร์ว่างๆที่ไม่มีข้อมูลใดอยู่ โดยถูกกำหนดตำแหน่งไว้สำหรับวางตัวแอพจริงๆ เมื่อมีการดาวน์โหลดเกิดขึ้นเท่านั้น

อย่างไรก็ตาม ทั้งคำอธิบายของโฆษกสองบริษัท รวมถึงบล็อกเกอร์รายนี้ ก็ไม่ได้ให้คำตอบว่าโซเชียลเบอร์หนึ่งนั้นทำแบบนี้ไปเพื่ออะไร รวมถึงไม่มีการตอบเหตุผลว่าทำไมถึงลบทิ้งไม่ได้

 

AHEAD TAKEAWAY

การติดตั้งซอฟต์แวร์ล่วงหน้าลงในเครื่องนั้น ไม่ใช่เรื่องใหม่แต่อย่างใด จะเห็นได้ว่าเมื่อเราซื้อแล็ปท็อป หรือคอมพิวเตอร์ที่ประกอบจากโรงงาน จะมีซอฟต์แวร์ของทางบริษัทนั้นๆติดตั้งอยู่

ในหลายๆกรณี ซอฟต์แวร์ที่ติดตั้งจากโรงงาน ซึ่งผู้บริโภคมักไม่ได้ใช้งาน (หรือไม่ต้องการ) เราเรียกกันว่า crapware หรือ bloatware ซึ่งหลายๆตัวมักเป็นช่องโหว่เรื่องความปลอดภัยด้านข้อมูลมากกว่าจะเป็นผลดีกับผู้ใช้

และกรณีของ Facebook ที่ทำสัญญากับผู้ผลิตต่างๆให้ใส่แอพของตนไว้ในระบบปฏิบัติ ก็ไม่ใช่เรื่องแปลกใหม่ ในอดีต Apple เองก็เคยโดนวิจารณ์หนัก เรื่องการใส่แอพหลายตัวที่ไม่จำเป็น และลบทิ้งไม่ได้ไว้ใน iOS

ขณะที่ผู้ให้บริการเครือข่ายอย่าง T-Mobile US Inc. ก็รวบรวมแอพที่คนทั่วไปใช้ อย่าง Amazon.com, YouTube, Google Play Music, Gmail มาลงไว้ใน Samsung Galaxy S9

ในแง่หนึ่ง ก็ถือเป็นความสะดวกของผู้ใช้งาน ที่สามารถใช้แอพเหล่านี้ได้ทันทีเมื่อซื้อสมาร์ทโฟนเครื่องใหม่

แต่ในอีกแง่ ก็ถูกมองว่าเป็นการยัดเยียดจนเกินไป

ยิ่งในสถานการณ์ปัจจุบัน ที่โซเชียลเบอร์หนึ่ง กำลังสูญเสียความเชื่อมั่นจากคนจำนวนมาก จากเรื่องข้อมูลรั่วไหลในหลายกรณี พลอยทำให้ Samsung ซึ่งทำข้อตกลงนี้ไว้ โดนเพ่งเล็งไปด้วย

เช่นผู้ใช้ทวิตเตอร์ ชื่อ จัสติน แม็คเมอร์รี่ ที่ทวีตว่า “ถ้าลบทิ้งไม่ได้จริงๆ นี่ก็จะเป็นสินค้า Samsung ตัวสุดท้ายที่ผมจะซื้อมาใช้”

หรือ โฆเซ่ กอร์เตส ผู้ใช้ในสวีเดน ระบุว่า ตนจะซื้อโทรศัพท์แบรนด์อื่นแน่นอน สำหรับการซื้อเครื่องถัดไปในอนาคต “ผมเข้าใจว่า Samsung กำลังพยายามทำให้ผู้ใช้สะดวกสบายขึ้น แต่ผมไม่ชอบที่พวกเขาไม่ยอมให้ผมลบมันทิ้ง”

ด้าน เจฟฟ์ เชสเตอร์ ผู้อำนวยการบริหารของ Center for Digital Democracy กล่าวว่า กลุ่มผู้บริโภคมีข้อสงสัยต่อพฤติกรรมของโซเชียลมีเดียเจ้านี้มานานหลายปีแล้ว และบริษัทของ มาร์ค ซัคเกอร์เบิร์ก รวมถึงทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง ควรแสดงหลักฐานอย่างเป็นทางการ ว่าไม่ได้ทำไปเพื่อลักลอบดูดข้อมูลจากผู้บริโภค

“ไม่นานมานี้ ผู้คนเริ่มเข้าใจว่าแอพเหล่านี้กำลังเป็นเหมือนสายลับในกระเป๋าของตัวเราเอง” เขากล่าว “บริษัททั้งหลายแหล่ควรแสดงเอกสารเกี่ยวกับดีลเหล่านี้ต่อสาธารณะ และ Facebook ก็ควรเผยเอกสารสาธารณะที่แสดงว่าไม่มีการรวบรวมข้อมูลจริงๆ เมื่อแอพถูกปิดการใช้งาน”

 

เรียบเรียงจาก
FB is the new crapware
Samsung Phone Users Perturbed to Find They Can’t Delete FB

AHEAD ASIA นวัตกรรม ล้ำหน้า