ผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมาย เตือน Amazon อาจได้รับผลกระทบมากกว่าที่คาดไว้ ภายหลัง เจฟฟ์ เบโซส ผู้ก่อตั้งและซีอีโอ หย่าขาดจาก แม็คเคนซี ภรรยาที่อยู่กินกันมากว่า 25 ปี ทั้งในแง่สมาธิการทำงาน รวมถึงจำนวนหุ้นที่อาจมีการปรับเปลี่ยนครั้งใหญ่

หนึ่งในข่าวสะเทือนวงการของรอบสัปดาห์นี้ คือการตัดสินใจหย่าร้าง ระหว่างผู้ก่อตั้ง Amazon และภรรยา ซึ่งอยู่กินกันมานานถึง 25 ปี และมีลูกๆ 4 คน โดย เบโซส อธิบายว่าทั้งคู่แยกกันอยู่มาแล้วระยะหนึ่งด้วย

แม้ในช่วงที่ผ่านมา นักลงทุนจะยังไม่เป็นกังวลกับเรื่องนี้มากนัก โดยหุ้นของบริษัทมูลค่าสูงสุดในโลกรายปัจจุบัน ลดลงเพียงราวๆ 1% เท่านั้นในการปิดตลาดเมื่อวันพฤหัสบดี

แต่ มาร์ค แฮร์ริสัน ที่ปรึกษาของ Marcum ผู้ให้คำปรึกษาด้านความขัดแย้งทางการเงิน มองว่าหาก เบโซส ไม่สามารถหาข้อสรุปที่ลงตัวจากการหย่าร้างครั้งนี้ได้ ก็อาจส่งผลกระทบกับตัวบริษัทในทางใดทางหนึ่งแน่นอน โดยเฉพาะหากมีการฟ้องหย่า หรือตกลงแบ่งสินสมรสไม่ลงตัว

“สิ่งหลักๆ ที่นักลงทุนจะสนใจ คือชองเรื่องความไม่แน่นอน” แฮร์ริสันกล่าว “ตลาดจะมองหาสัญญาณของการเปลี่ยนแปลงทางอารมณ์ ระหว่างทั้งสองคน”

 

 

ในการทวีตของทั้งสองฝ่าย ระบุว่าการแยกทางครั้งนี้เป็นไปด้วยดี แต่กลับมีรายงานจากการขุดคุ้ยโดย National Enquirer และ New York Post ว่าสาเหตุของเรื่องนี้ มาจากการที่ซีอีโอ Amazon มีความสัมพันธ์อย่างลับๆ กับ ลอเรน ซานเชซ อดีตพิธีกรทีวีสาววัย 49 ปี

แฮร์ริสัน ได้ให้ทรรศนะในเรื่องนี้ว่า คนที่ผ่านการหย่าร้างจะ “รู้สึกสับสน เพราะไม่สามารถโฟกัสกับเรื่องตรงหน้าได้อย่างเต็มที่”

นอกจากสมาธิในการทำงานแล้ว การที่ เบโซส ถือหุ้นบริษัทอยู่ราว 79 ล้านหุ้น หรือ 16% รวมมูลค่ากว่า 131,000 ล้านดอลลาร์ (ราว 4.3 ล้านล้านบาท) คิดเป็น 95% ของทรัพย์สินส่วนตัว

ตามกฎหมายทรัพย์สินของรัฐวอชิงตัน ไม่ได้ระบุว่าเขาจะต้องแบ่งหุ้นดังกล่าวให้กับอดีตภรรยา 50% ตามที่หลายฝ่ายคาด แต่คาดกันว่า แม็คเคนซี น่าจะได้รับกรรมสิทธิ์ในสัดส่วนที่มากพอสมควร

แฮร์ริสัน เตือนว่าข้อกังวลสำหรับนักลงทุน คือเมื่ออดีตภรรยาของ เบโซส ได้หุ้นจำนวนนี้ไปแล้ว เธอจะจัดการกับมันอย่างไร รวมถึงใช้วิธีไหนในการถ่ายโอนหุ้น

“มันจะกระทบต่อมุมมองของนักลงทุนแน่นอน หากสมาชิกในครอบครัวคนใดคนหนึ่งเริ่มเทขายหุ้นจำนวนมาก” แฮร์ริสันกล่าว

ตัวแทนของบริษัท รวมถึง Vanguard และ BlackRock สองผู้ถือหุ้นใหญ่ ไม่ได้แสดงความเห็นใดๆต่อการหย่าร้างครั้งนี้

 

AHEAD TAKEAWAY

จัดเป็นเรื่องสะเทือนวงการไม่น้อย
เพราะที่ผ่านมา เรื่องเล่าในความสำเร็จของ Amazon นั้น ไม่ได้เกิดจากน้ำมือของ เจฟฟ์ เบโซส เพียงคนเดียว
แต่ยังมาจากแรงหนุนหลังของ แม็คเคนซี ทัตเทิ่ล ผู้กลายเป็นอดีตภรรยาไปแล้วด้วย

เบโซส รู้จักกับอดีตภรรยารายนี้ ที่ D. E. Shaw & Co. บริษัทที่ปรึกษาการลงทุน ในปี 1992
ทั้งคู่ใช้เวลาปลูกต้นรักแค่สามเดือน ก่อนจะหมั้นหมายกัน และเข้าสู่ประตูวิวาห์ในปีถัดมา

แม็คเคนซี ยังไม่คัดค้านอะไร เมื่อ เบโซส ตัดสินใจหันหลังให้การงานที่มั่นคง เพื่อย้ายไปใช้ชีวิตในซีแอตเทิล และร่วมกันก่อตั้ง Amazon.com ในโรงรถที่บ้าน ด้วยเงินลงทุนเพียง 10,000 เหรียญสหรัฐฯ

จากนั้นที่เหลือคือประวัติศาสตร์หน้าใหม่ของวงการค้าปลีกในยุคโมเดิร์นเทรด เมื่อ Amazon เติบโตจากร้านหนังสือออนไลน์ กลายเป็น Everything Store และขยายสู่ทุกธุรกิจที่ทำท่าจะ disrupt อุตสาหกรรมต่างๆ

ที่ผ่านมา ภาพลักษณ์ของ “จารย์เจฟฟ์” คือคนรักครอบครัว เขาจะตื่นแต่เช้ามืด โดยไม่เคยวางตารางนัดหรือประชุมตอนเช้า เพื่อใช้เวลาอยู่กับลูกๆโดยเฉพาะ

ขณะที่ความสำเร็จของบริษัทในรอบปีที่ผ่านมา ทำให้คนไม่ได้โฟกัสถึงชีวิตส่วนตัวของ เบโซส มากนัก กระทั่งเมื่อเกิดเรื่องหย่าร้างขึ้น บรรดาสำนักข่าวต่างๆถึงเริ่มขุดคุ้ยหาสาเหตุ

กระทั่งพบว่า เบโซส นั้นเริ่มคบหากับอดีตผู้ประกาศสาวได้หลายเดือนแล้ว โดยที่ฝ่ายหญิงวัย 49 ปีนั้น ก็เพิ่งหย่าขาดจาก แพทริค ไวท์เซลล์ อดีตสามีซึ่งเป็นหนึ่งในเอเจนซี่ชั้นนำของฮอลลีวู้ด หลังอยู่กินกันมาถึง 13 ปี

 

View this post on Instagram

 

– Gtta love waking up and seeing this…..and the weather ain’t bad either.! ;D

A post shared by Gregório Thomás García (@swag_e_gee) on

จนถึงตอนนี้ ยังไม่มีใครกล้าการันตีได้ว่า เรื่องนี้จะกระทบกับ ชายผู้ร่ำรวยที่สุดในโลก และบริษัทของเขาขนาดไหน เพราะกรณีนี้นั้นต่างกับตอน อีลอน มัสก์ หย่าขาดจากภรรยามาก เพราะ มัสก์ นั้นขอให้อีกฝ่ายเซ็นสัญญาที่จะไม่ได้รับส่วนแบ่งหุ้นบริษัทไว้ตั้งแต่ก่อนเข้าพิธีวิวาห์

ผิดกันกับที่ แม็คเคนซี คือคนที่ร่วมบุกเบิกบริษัทมาตั้งแต่แรก

อาจจะโชคดีที่โครงสร้างของ Amazon นั้นถูกวางไว้อย่างรัดกุม ให้เป็นแบบ one share, one vote จากการวิเคราะห์โดย โรสแมรี่ ลัลลี่ บรรณาธิการของ Council of Institutional Investors ซึ่งสนับสนุนการกำกับดูแลกิจการและสิทธิของผู้ถือหุ้น

“หาก แม็คเคนซี่ กลายเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ และพยายามทำบางสิ่งที่ผู้ถือหุ้นรายอื่นคัดค้าน พวกเขาสามารถริบสิทธิ์ของเธอได้” ลัลลี่ สรุป

 

เรียบเรียงจาก
Jeff Bezos’ impending divorce carries some big risks for Amazon shareholders

 

AHEAD ASIA นวัตกรรม ล้ำหน้า