แคทเธอรีน วู้ด ซีอีโอ ARK Invest ที่ปรึกษาด้านการลงทุนในธุรกิจนวัตกรรม มองว่าปัจจุบัน Tesla คือผู้นำในอุตสาหกรรม รถยนต์พลังไฟฟ้า (EV) ตัวจริง ด้วยปัจจัย 3 ข้อ ที่ทำให้ได้เปรียบผู้ผลิตรถยนต์รายอื่นๆ โดยเฉพาะเมื่อเทรนด์ของโลกกำลังเปลี่ยนผ่านสูุ่ยุคการใช้พลังงงานไฟฟ้าแทนน้ำมันเชื้อเพลิงแบบเดิม

แม้จะประสบปัญหาทางการเงินมาตลอดหลายปีหลังสุด จนเคยถูกนักวิเคราะห์ฟันธงว่าบริษัทอาจจะล้มละลายในเวลาไม่กี่เดือน แต่สุดท้าย อีลอน มัสก์ ก็สามารถนำบริษัท ทำกำไรในหนึ่งไตรมาสได้เป็นครั้งแรก ตามเป้าในช่วงปลายปี 2018 ตามด้วยการเตรียมเปิดโรงงานผลิตแห่งใหม่ที่เซี่ยงไฮ้ในเร็วๆนี้

ทำให้ วู้ด มองว่าผู้ผลิต EV ไฮเอนด์รายนี้ ยังคงล้ำหน้าบริษัทยักษ์ใหญ่ทั้งหลายที่เพิ่งเริ่มปรับตัวสู่อุตสาหกรรมใหม่อยู่หลายก้าว แม้ในปีนี้ อีลอน มัสก์ จะไม่ได้นำบริษัทไปเปิดบูธในงาน Detroit Auto Show ปีนี้ก็ตาม

ซีอีโอ ARK Invest วิเคราะห์ถึงสถานะของ Tesla ในรายการ Fast Money ถึง 3 องค์ประกอบที่ทำให้ได้เปรียบคู่แข่งรายอื่นๆ ก็คือ เทคโนโลยีแบตเตอรี, ปัญญาประดิษฐ์ (AI) และ ข้อมูลผู้ใช้ ที่ได้จากการเก็บรวบรวมตลอดหลายปีที่ผ่านมา

“ผู้ผลิตรายอื่นๆต้องพยายามกันหนักมากกว่าจะตามทัน เพราะความได้เปรียบทั้งหมดอยู่ในดีเอ็นเอของพวกเขาแล้ว”

ผู้เชี่ยวชาญรายนี้ ยังเจาะไปที่ประเด็นค่าใช้จ่ายเรื่องแบตเตอรี่ ที่จะเป็นตัวแปรสำคัญในการแข่งขันกับผู้ผลิตรถยนต์รายอื่นๆ เพราะบริษัทฯมีโรงงานผลิตแบตเตอรี่ประเภท lithium-ion cylindrical ของตัวเอง สำหรับใช้งานในโมเดลต่างๆ อาทิ Model S, Model X และ Model 3 ผิดกับแบรนด์อื่นๆที่ยังใช้ lithium-ion pouch

“การผลิตแบตเตอรี่เอง ทำให้พวกเขาลดราคาลงได้ โดยคำนึงถึงเรื่องต้นทุนแบตเตอรี่เป็นหลัก มันเป็นข้อได้เปรียบจากมุมมองทางวิศวกรรม ซึ่งทำให้ก้าวนำคนอื่นอยู่ในตอนนี้”

ส่วนในแง่ของการพัฒนารถยนต์ไร้คนขับ บริษํทฯก็ยังได้เปรียบบริษัทอื่นๆอยู่มาก จากข้อมูลการใช้งานจริงจากลูกค้า เป็นระยะทางหลายพันล้านไมล์ ซึ่งจะเพิ่มระยะทางขึ้นเฉลี่ยหนึ่งพันล้านไมล์ในแต่ละไตรมาส ซึ่งนับเป็นระยะทางที่สูงกว่า Waymo ของ Alphabet ในอันดับสอง ที่ปัจจุบันมีข้อมูลอยู่ในมือราว 200 ล้านไมล์เท่านั้น

“นั่นคือสิ่งที่เป็นตัวขับเคลื่อนสำคัญของยานยนต์ประเภทไร้คนขับ และเป็นจุดที่สามารถบอกได้ว่าเรากำลังจะเดินไปในทิศทางใด” วู้ด ทิ้งท้าย

 

AHEAD TAKEAWAY

วู้ด คือหนึ่งในนักวิเคราะห์ที่ทัดทานแนวคิดของ อีลอน มัสก์ เรื่องการนำบริษัทออกจากตลาดหลักทรัพย์ เมื่อหลายเดือนก่อน เพราะเธอเชื่อว่าการบริหารงานในฐานะบริษัทเอกชนนั้น เป็นเรื่องยากเกินไป หากต้องการให้เติบโตถึงระดับที่เขาเคยวางไว้

แม้เหตุผลหลักที่ มัสก์ ตัดสินใจไม่เดินหน้าแนวคิดดังกล่าว จะไม่ได้เกิดขึ้นเพราะ วู้ด แต่อย่างน้อย สิ่งที่นักวิเคราะห์รายนี้มองไว้ ก็เริ่มใกล้เคียงความจริงมากขึ้น

ปัจจุบัน บริษัทฯ เริ่มตั้งลำได้แล้วจากการเร่งผลิต Model 3 รถรุ่นยอดนิยมของบริษัท เพื่อป้อนสู่ท้องตลาดได้ตามเป้าหมาย กระทั่งสามารถทำกำไรได้สำเร็จในไตรมาสที่สามของปีก่อน

ขณะเดียวกัน โรงงานผลิตแห่งใหมที่เซี่ยงไฮ้ ที่จะเริ่มเปิดทำการในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้า ก็แสดงให้เห็นว่าสิ่งที่บริษัทเดินหน้าผลักดันมาตั้งแต่ปี 2003 เริ่มลงหลักปักฐานได้แล้ว

การได้ตัวผู้บริหารระดับ A+ อย่าง แลร์รี่ เอลลิสัน ผู้ร่วมก่อตั้ง Oracle กับ เคธลีน วิลสัน-ธอมป์สัน หัวหน้าฝ่ายบุคคล Walgreens เข้ามานั่งเก้าอี้บอร์ด ก็น่าจะช่วยเสริมภาพลักษณ์ให้บริษัทได้ดีขึ้น โดยไม่ต้องคำนึงถึงเรื่องที่ตัว มัสก์ ไม่สามารถดำรงตำแหน่งประธานบริษัทได้ จากกรณีโดน ก.ล.ต. สหรัฐฯ สั่งลงโทษเรื่องการใช้โซเชียลมีเดียไม่เหมาะสม

หลายปีมานี้ สื่อต่างๆและนักวิเคราะห์ มักพยายามพูดถึง รถหรือบริษัทที่จะมาแข่งขันในตลาด EV ด้วยวลีสวยๆ อย่าง “Tesla Killer” แต่จนถึงตอนนี้ ก็ยังไม่มีบริษัทไหนที่สามารถยกระดับขึ้นมาเทียบชั้นได้อย่างชัดเจน ซึ่งคงต้องรอดูกันต่อไปว่าในระยะยาวนั้น มัสก์ จะนำบริษัทรักษาสถานะผู้นำไว้ได้ต่อไปหรือไม่ หากคู่แข่งรายอื่นๆสามารถพัฒนาเทคโนโลยีในมือให้ทัดเทียมได้

 

เรียบเรียงจาก
Tesla is ahead of automakers in 3 key categories, tech money manager says

 

AHEAD ASIA นวัตกรรม ล้ำหน้า