กระทรวงยุติธรรมสหรัฐอเมริกา ตั้งข้อหาคดีอาญากับ Huawei ค่ายโทรคมนาคมยักษ์ใหญ่ของจีน และ เมิ่ง หว่านโจว ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการเงิน และลูกสาวผู้ก่อตั้งบริษัท ในความผิดรวมกันนับสิบกระทง ทั้งลักลอบขโมยข้อมูล, ฟอกเงิน, ฉ้อโกง ฯลฯ รวมทั้งสิ้น 23 ข้อหา

นางเมิ่ง บุตรสาวของ เหริน เจิ้งเฟย ผู้ก่อตั้งบริษัท ถูกจับกุมตัวที่แคนาดา เมื่อเดือนธันวาคม ปีที่แล้ว ตามคำร้องขอจากทางการสหรัฐฯ ฐานละเมิดมาตรการคว่ำบาตรต่ออิหร่านตามคำขอของรัฐบาลสหรัฐ และได้รับการประกันตัวในเวลาต่อมา

จนเมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา กระทรวงยุติธรรมสหรัฐอเมริกา โดย แมตต์ วิตเทเกอร์ รักษาการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงฯ ได้ออกแถลงการณ์ ว่าการฟ้องอาญาดำเนินคดีครั้งนี้ มีทั้งสิ้น 23 ข้อหา

ในจำนวนนี้ 13 ข้อหาเป็นการยื่นฟ้องต่อ Huawei Technologies Co., Ltd. บริษัทแม่ที่จีน โดยนอกจากประเด็นการทำผิดกฎหมายคว่ำบาตรของรัฐบาลสหรัฐในการขายสินค้าให้กับอิหร่านแล้ว ยังมีข้อหาอื่นๆ เช่น เจตนาฉ้อโกงเงินผ่านช่องทางอิเล็กทรอนิกส์, ฉ้อโกงเงินจากสถาบันการเงิน ฯลฯ

ส่วนอีก 10 ข้อหา เป็นการยื่นฟ้องต่อ Huawei Device USA Inc. และ Skycom Technologies ซึ่งเป็นบริษัทในเครือ อาทิ ขโมยความลับทางการค้าจาก T-Mobile USA, พยายามขัดขวางกระบวนการยุติธรรม

ในจำนวนนี้ นางเมิ่ง ถือเป็นจำเลยคนสำคัญของคดี ในข้อหาฉ้อโกงเงิน ทั้งจากสถาบันการเงินและช่องทางอิเล็กทรอนิกส์ โดย คริสโตเฟอร์ เรย์ ผู้อำนวยการสำนักสอบสวนกลาง หรือ FBI เผยเพิ่มเติมว่า เตรียมดำเนินการยื่นเรื่องขอส่งตัว นางเมิ่ง ในฐานะผู้ร้ายข้ามแดนมายังสหรัฐฯ ภายใน 60 วันนี้

ด้าน Huawei ได้แถลงการณ์ปฏิเสธทันที หลังรับทราบข้อกล่าวหาทั้งหมด พร้อมชี้แจงต่อว่าข้อกล่าวหาขโมยความลับทางการค้า จาก T-Mobile USA ซึ่งเกิดขึ้นในช่วงปี 2012-2014 นั้น เป็นเรื่องของคดีแพ่ง ซึ่งทั้งสองบริษัทได้ข้อสรุปในกรณีนี้แล้ว หลังคณะลูกขุนสรุปว่าเรื่องที่เกิดขึ้น ไม่ได้สร้างความเสียหาย หรือเป็นการกระทำโดยเจตนาและมุ่งร้าย

 

AHEAD TAKEAWAY

ผิดที่ ผิดเวลา

การที่กระทรวงยุติธรรมของ สหรัฐฯ สั่งฟ้อง Huawei เกิดขึ้นในช่วงเวลาไม่เหมาะสมนัก

เพราะทั้งสองรัฐบาล มีกำหนดการเจรจาการค้าในสัปดาห์นี้ โดย นายหลิว เหอ รองนายกรัฐมนตรีจีน นั้นเดินทางถึงสหรัฐฯแล้ว ตั้งแต่วันอังคารที่ 29 ม.ค. เพื่อเตรียมตัวหารือในความพยายามยุติข้อพิพาททางการค้าระหว่างสองประเทศ ที่ยืดเยื้อมาเป็นระยะเวลานานหลายเดือน

อดีตผู้เจรจาการค้าอาวุโสของสหรัฐ ซึ่งปฏิเสธจะเปิดเผยชื่อ ให้ทรรศนะกับ South China Morning Post ว่า การเคลื่อนไหวในลักษณะนี้ของกระทรวงยุติธรรมสหรัฐฯ จึงอาจเป็นการราดน้ำมันลงบนกองไฟ ให้สถานการณ์ตึงเครียดขึ้นอีก

เพราะรัฐบาลจีน เคยประณามการจับกุมตัวนางเมิ่ง และตั้งข้อกล่าวหายักษ์ใหญ่ด้านโทรคมนาคมของประเทศ ว่ามีแรงจูงใจทางการเมืองและผิดศีลธรรม

ผลลัพธ์ที่จะตามมา

ปัจจุบัน ทั้งสองประเทศ ตกลงที่จะระงับการเก็บภาษีศุลกากรเพิ่ม หลังการเจรจารอบแรก ระหว่างประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ และประธานาธิบดี สี จิ้นผิง ที่อาร์เจนตินา เมื่อต้นเดือนธันวาคม ปีที่แล้ว

แต่หากไม่สามารถหาข้อสรุปในการยุติข้อพิพาทนี้ ก่อนเส้นตายในวันที่ 1 มีนาคม อาจส่งผลให้อัตราภาษีศุลกากรสหรัฐฯ สำหรับสินค้านำเข้าจากจีนมูลค่า 2 แสนล้านดอลลาร์ (6.29 ล้านล้านบาท) ดีดตัวจากอัตราร้อยละ 10 ขึ้นเป็นร้อยละ 25

คำถามที่เกิดขึ้นคือ เมื่อ นางเมิ่ง และ Huawei Technologies ถูกตั้งข้อหาจากกระทรวงยุติธรรมสหรัฐฯ จะมีแรงกดดันจากกรุงปักกิ่งถึง นายหลิว ที่เตรียมเข้าพบประธานาธิบดี ทรัมป์ ในวันพฤหัสบดีนี้หรือไม่?

และถ้ามี จะส่งผลกระทบต่อการพูดคุยขนาดไหน?

เพราะแม้แต่นักวิเคราะห์จากฝั่งจีน ก็ยังมีความเห็นแตกต่างกันไป

บร็อค ซิลเวอร์ส กรรมการผู้จัดการของ Kaiyuan Capital มองว่าเรื่องนี้จะทำให้การพูดคุยในวันพฤหัสบดีนี้ ตึงเครียดยิ่งกว่าเดิม แต่ หวู ซินโบ ผู้อำนวยการศูนย์การศึกษาอเมริกันที่มหาวิทยาลัยฟู่ตัน ในเซี่ยงไฮ้ มองว่า นายหลิว น่าจะได้รับการกำชับจากรัฐบาลปักกิ่ง ให้แยกทั้งสองประเด็นเป็น“ คู่ขนาน” มากกว่า

จะเกิดอะไรกับ Huawei?

รอยต่อระหว่างปี 2018 และ 2019 น่าจะถือเป็นช่วงเวลาย่ำแย่ที่สุดครั้งหนึ่งของ Huawei

นับตั้งแต่โดน AT&T ยกเลิกดีลการขาย Mate 10 Pro ในสหรัฐกะทันหัน ระหว่างงาน CES 2018 ก็มีแต่ข่าวเชิงลบเกิดขึ้นกับบริษัท โดยเฉพาะการถูกมองว่าสมาร์ทโฟนของบริษัทฯ อาจถูกใช้เป็นเครื่องมือสำหรับสอดแนม ตามด้วยการถูกขัดขวาง ไม่ให้มีส่วนร่วมในเครือข่าย 5G ของหลายชาติตะวันตก ในข้อหามีส่วนรู้เห็นกับรัฐบาลจีนในการแทรกซึมเครือข่ายโทรคมนาคมในประเทศเหล่านั้น

สถานการณ์อาจแย่ลงกว่านี้ หลังมีรายงานว่าทำเนียบขาวเตรียมเบรคบริษัทโทรคมนาคมของสหรัฐฯ จากการใช้อุปกรณ์ของ Huawei และ ZTE หลังจากมีคำสั่งห้ามไม่ให้หน่วยงานของรัฐใช้ไปก่อนนี้แล้ว

แม้ในรอบปีที่ผ่านมา เรื่องเหล่านี้จะยังไม่ส่งผลกระทบต่อ Huawei มากนัก หลังบริษัทเพิ่งประกาศว่าสามารถทำลายสถิติของตัวเองในการขายสมาร์ทโฟนได้กว่า 200 ล้านเครื่องทั่วโลก และแซงหน้า Apple ไปเป็นผู้จัดจำหน่ายสมาร์ทโฟนอันดับสองรองจาก Samsung แล้วก็ตาม

แต่หากข่าวเชิงลบนี้ยังดำเนินต่อไปเรื่อยๆ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องจริง หรือถูกใช้เป็นเครื่องมือในสงครามการค้าระหว่างสองประเทศ สุดท้าย ย่อมไม่เป็นผลดีต่อบริษัทในระยะยาวแน่นอน

AHEADER’S THOUGHT

หลังจากทีมงานได้นำเสนอข่าวนี้ไป ก็มีความเห็นจากผู้อ่านท่านหนึ่งว่า หากเป็นกรณีที่ Huawei ถูกใช้เป็นเครื่องมือในสงครามการค้าระหว่างสองประเทศจริง (ในฐานะคู่แข่งของ Apple) ก็ยิ่งตอกย้ำว่าแนวคิดในการตอบโจทย์ผู้บริโภคของ Huawei นั้นโดนใจกว่า ขณะที่ค่ายผลไม้ยังคงอ่านเกมผิดพลาด คิดว่าการที่ iPhone รุ่นใหม่ๆมียอดขายแผ่วลง เป็นเรื่องของ “ราคา” ที่สูงเกินไป ไม่ใช่ “ความคุ้มค่า” ที่ตัวโทรศัพท์ไม่สามารถให้แก่ผู้บริโภคได้

“อ่านแล้วก็รู้สึกว่ายังไงก็แพ้แล้วชวนตี แม้แต่ตัวทิมเองยังไม่เข้าใจปัญหาของผู้บริโภค ยังไปคิดแค่ว่าราคาเป็นปัจจัยสำคัญ ราคาเป็นปัจจัยสำคัญของฝั่ง apple จริง เพราะขึ้นราคาโดยไม่ได้ทำให้เรารู้สึกว่ามีอะไรใหม่ ในขณะที่หัวเหว่ยนี่ตัวเด่นเลยคือกล้องวิเศษ ไม่ว่าจะถ่ายรูปถ่ายวิดิโอ คุณจะดูดีขึ้นอีกร้อยเท่า แม้จะเป็นการหลอกตัวเองก็ตาม เหมือนกระจกวิเศษจงบอกข้าเถิดใครงามเลิศในปฐพี โคตร materialist แต่คือมันเข้าใจผู้บริโภคกลุ่มใหญ่ โดยเฉพาะฝั่งเอเชียอย่างแรง แถมการใช้งานก็ง่าย มันเลยไม่ใช่เป็นแค่ copycat แต่มันคือนวัตกรรมที่แก้ไขปัญหาให้ผู้บริโภคจริงๆ ถ้าทิมยังยอมรับความพลาดไม่ได้ มันจะแก้ปัญหานี้ไม่ได้ consumer insight เป็นเรื่องโคตรสำคัญ

แต่ก็อย่างว่า บางทีมันก็อาจมีเรื่องตื้นลึกหนาบางในบริษัทเขา ทำให้เขาทำงานลำบากเหมือนที่ผมเจออยู่ก็เป็นได้ สุดท้ายเลยต้องยอมทำแบบเดิมๆ”

แต่ก็ใช่ว่าผู้อ่านทุกท่านจะมองตรงกัน บางท่านก็เกิดความกังวลเช่นกัน และไม่เชื่อถือแบรนด์จีน หลังตกเป็นข่าวหลายครั้งเรื่องการถูกใช้เป็นอุปกรณ์ในการสอดแนมของรัฐบาลจีน

เรียบเรียงจาก
The US just charged Huawei with stealing trade secrets, money laundering, and fraud
Huawei denies wrongdoing after US criminal charges

Why China feels it has little to gain from linking Huawei case to latest US trade war talks

Chinese team arrives in US for trade war talks under shadow of latest Huawei charges

AHEAD ASIA นวัตกรรม ล้ำหน้า