เวลา 8 ปี 7 เดิอนที่ทำงานกับ แจ๊ค หม่า ผู้บริหารรายนี้เคยอยู่ในตำแหน่งสำคัญอย่าง รองประธานฝ่ายการตลาดต่างประเทศ (Vice President of International Marketing) ทำให้เขามีโอกาสได้ทำงานร่วมกับผู้ก่อตั้ง Alibaba อย่างใกล้ชิด

พอร์ตเตอร์ เอริสแมน (Porter Erisman) จึงได้เรียนรู้ปรัชญา และกระบวนท่าธุรกิจ จากพญามังกรสายเทค ที่หลายคนมองว่า เป็น บิล เกตส์ หรือ เจฟฟ์ เบโซส แห่งโลกตะวันออก อยู่ตลอด

แต่ถ้าคุณตั้งใจอ่านสิ่ง เอริสแมน เรียนรู้ และตกตะกอน ดีๆ

บางที…การเปรียบเทียบเช่นนั้น อาจไม่เหมาะนัก

เพราะผู้ที่สร้างและนำอาณาจักร Alibaba จนยิ่งใหญ่ มีพนักงานใกล้ 70,000 คน  และยังคงเปลี่ยนโฉมหน้าการค้าขายบนโลกออนไลน์อย่างต่อเนื่อง

มีแนวคิด วิธีทำ และสไตล์การบริหารธุรกิจที่โดดเด่นในแบบของเขาเอง เป็นสไตล์เฉพาะของอดีตล่าม และครูสอนภาษาอังกฤษ ที่หลงไหลในมวยไทเก็กสุดหัวใจ

และนี่คือ “กางคัมภีร์ แจ็ค หม่า เรียนรู้ 40 กระบวนท่าพิชิตธุรกิจ”

#1
ฝันให้ใหญ่…เกินกว่าที่กล้าฝัน

รู้กันดีว่าในการนำเสนอเป้า ผู้บริหารต้องพยายามตั้งเป้าให้ใหญ่ ฝันให้ไกล และมองโลกในแง่ดีที่สุด

แต่ก็มักจะโดน แจ๊ค หม่า เกทับกลับมา ด้วยเป้าหมายที่ใหญ่กว่าสามสี่เท่า ที่ตอนแรกทุกคนเห็นว่าไม่มีทาง

และก็เป็น แจ๊ค ที่มักกระทุ้ง และกระตุ้นว่า

“ถ้ามัวคิดว่าไม่มีทาง ก็คงไม่มีทางเป็นไปได้”
“If you don’t imagine it will happen, it will never happen.”

การท้าทายผู้บริหาร ให้กล้าฝันใหญ่ ทำให้ปลายปีนั้น พวกเขาสามารถคลำทาง เข้าใกล้เป้าหมายของ แจ๊ค ได้สำเร็จ

อาจไม่ถึง..แต่ก็ไม่ไกลนัก และ มาได้ไกลกว่าเป้าหมายแรก

#2
อย่าประเมินตัวเอง ‘ต่ำไป’

แต่คนที่กล้าฝันใหญ่อย่าง แจ๊ค หม่า ก็ไม่ได้เชื่อมั่นในตัวเองตลอด

ก่อนหน้านี้ เขาเหมือนจะประเมินความสามารถตัวเองต่ำไป เพราะมักย้ำอยู่บ่อยๆว่า อยากถอยจากการเป็นซีอีโอ เพื่อเปิดทางให้ ผู้บริหารมืออาชีพ

“ ผมถูกหล่อหลอมให้เป็นครูสอนภาษาอังกฤษ ไม่ใช่ซีอีโอ”
“I was trained to be an English teacher, not a CEO”

แถมยังยั้งผู้ร่วมก่อตั้งไม่ให้คาดหวังถึงตำแหน่งผู้บริหารเกินไป เพราะส่วนใหญ่ล้วนไม่ได้ร่ำเรียนมา และขาดประสบการณ์ด้านธุรกิจ เหมือนเขา

แต่สิ่งที่ แจ๊ค คิดไว้ ก็ไม่ได้ถูกทุกอย่าง

เพราะการเรียนรู้ด้วยตนเอง ผ่านการทำงานจริง ที่หนักหน่วง พร้อมกับทัศนคติที่พร้อมเปิดรับสิ่งใหม่ ไม่ทำตัวเป็นน้ำเต็มแก้ว ทำให้เขาและผู้ก่อตั้งทั้งหลาย
กลายเป็นผู้บริหารที่พา Alibaba มาเป็นหนึ่งในบริษัทที่ยิ่งใหญ่ และเติบโตเร็วที่สุด

ดังนั้นอย่าตีค่าตัวเองต่ำไป จนไม่เปิดโอกาสให้ตัวคุณได้เติบโต

#3
อย่าประเมินคู่ต่อสู้ ‘สูงไป’

ตอนเริ่มต้นสร้าง Taobao ในอพาร์ทเมนท์ของ แจ๊ค หม่า eBay คือยักษ์ใหญ่ในตลาดอีคอมเมิร์ซ ที่แทบครองตลาดในจีนไว้ทั้งหมด

วันนั้น สื่อมากมาย แย่งกันพูดถึงพวกเขา ด้วยความชื่นชม มีทุน มีคน มีทุกอย่างเหนือกว่า Taobao มาก

คนส่วนใหญ่จึงกลัว eBay มาก เหมือนผู้ประกอบการเล็กๆ ที่มักกลัวบริษัทใหญ่ๆ ในวันนี้

แต่บางครั้ง ภาพอันแข็งแกร่งของบริษัทใหญ่ๆ อาจเกิดจากการ PR หรือ พูดกันจนเกินจริง และหลายครั้ง ที่ความจริงในของบริษัทเหล่านี้ อ่อนแอต่างจากภาพอันแข็งแกร่งภายนอก

ซึ่งการประเมินคู่แข่งสูงไป นำไปสู่ความหวาดหวั่น และมันไม่เกิดประโยชน์อะไร

AHEAD.ASIA คิดเล่นๆว่า มันอาจคล้ายกับตอนเด็กๆ ที่เราอาจมองว่า คนอายุเป็น 30 นั้น ต้องเป็นผู้ใหญ่เหลือเกิน

ทั้งที่ จริงๆแล้ว ….

#4
ต้องแน่ใจ ไอเดียคุณดีจริง

แม้ แจ๊ค จะเป็นผู้นำชั้นยอด แต่คงไม่ประสบความสำเร็จ หากไม่มีไอเดียที่ดี และมีคนต้องการจริงๆ

ไอเดียง่ายๆ ที่เป็นแก่นอย่าง “เชื่อมต่อผู้ขายกับผู้ซื้อเข้าด้วยกันทางโลกออนไลน์” หรือ “Connecting buyers and sellers online”

เอริสแมน กล่าวว่า เขาเห็นผู้ประกอบการมากมาย ทำงานอย่างทุ่มเท ด้วยความรัก แต่ล้มเหลว เพราะไอเดียของพวกเขาไม่ดี ไม่เฉียบคมพอ สำหรับการสร้างเป็นธุรกิจ

#5
สร้างบริษัทให้ยืนยาว กว่าศตวรรษ

แจ๊ค เคยประกาศว่า เขาจะสร้างบริษัทที่ยืนยาวหนึ่งชั่วอายุคน หรือ “80 ปี”

ก่อนที่จะรู้สึกว่ามันยังไม่ยาวพอ จึงเปลี่ยนเป็น “102 ปี”

การตั้งเป้าหมายระยะยาวเช่นนี้ เป็นการเปลี่ยน Mindset ของคนในบริษัท ให้มี Vision ที่ไกลขึ้น เพื่อมองเห็นความเปลี่ยนแปลงที่อยู่ข้างหน้า
ไม่ใช่ก้มหน้าทำงาน แค่ตามแต่ละควอเตอร์

ซึ่งอาจสั้นไป และไม่ยั่งยืน

#6
เพราะปัญหาใหญ่ โอกาสจึงใหญ่ตาม

ยิ่งอุปสรรคใหญ่แค่ไหน หากถ้าก้าวข้ามไปได้ มักมีโอกาสที่ใหญ่ไม่แพ้กัน …รออยู่

เหมือนการสร้างธุรกิจ e-commerce ในเมืองจีน ที่ตอนแรกเต็มไปด้วยอุปสรรคมากมาย และดูแทบเป็นไปไม่ได้ หากเทียบกับฝั่งอเมริกา หรือยุโรป

แต่เมื่อทำสำเร็จ ผลตอบแทนที่ได้รับ ก็มากกว่าเช่นกัน เพราะ อุปสรรคยิ่งใหญ่ ยิ่งยาก ยิ่งมีคนพยายามแก้น้อย

หากทำสำเร็จ คุณจึงมีโอกาสครองตลาดไว้ได้จำนวนมาก

และการแก้ไขเรื่องยากๆ ที่เต็มไปด้วยสารพันปัญหาได้ มักหมายความว่า สิ่งที่คุณทำขึ้นจะดีกว่า สิ่งที่เคยมีอยู่ก่อนอย่างชัดเจน จนใครๆก็ต้องมาใช้บริการคุณ

#7
วันนี้อาจยากเกินทนไหว แต่วันใหม่อาจสวยงาม

ประโยคติดปากของ แจ๊ค หม่า คือ

“วันนี้…มักโหดร้าย พรุ่งนี้…อาจโหดร้ายกว่า จนกว่าถึง ..มะรืน.. จึงสดใส
แต่บริษัทส่วนใหญ่ มักจากไปใน…คืนพรุ่งนี้ ไม่มีโอกาสเห็น…แสงแรก ที่สดใสของวันมะรืน”

“Today is tough, tomorrow is tougher,
and the day after tomorrow is beautiful.
But most companies die tomorrow evening
and can’t see the sunshine on the day after tomorrow.”

เป็นการเปรียบเปรย ที่สะท้อนความเชื่อของ แจ๊ค ว่าธุรกิจอาจไม่ใช่เรื่องสนุกอย่างที่คิด

และคนที่ประสบความสำเร็จได้นั้น ล้วนแต่ต้องต่อสู้ ดิ้นรน ทนทุกข์ทรมาน กับช่วงเวลาที่เต็มไปด้วยความยากลำบากมาก่อน

ซึ่งคนส่วนใหญ่ มักถอดใจในความมืดมิด ตอนที่ความสำเร็จ ขยับเข้ามาใกล้กว่าที่พวกเขาคิด

#8
ใส่ใจลูกค้าอย่างเต็มที่

ลูกค้ามาก่อน พนักงานมาที่สอง นักลงทุนมาที่สาม คือหนึ่งในวัฒนธรรมที่ แจ๊ค ใช้

ซึ่งแม้มันจะสวนทางกับบริษัทในตลาด ที่เชื่อว่านักลงทุน ผู้ถือหุ้นมาก่อน

เรื่องนี้ ไม่ได้หมายความว่าจะมีมุมมองไหน ถูกต้องโดยตลอด

แต่ในช่วงฟองสบู่อินเตอร์เน็ทนั้น ทำให้เกิดข้อสังเกตว่า eBay คู่แข่งของ Alibaba นั้น

ถูกกดดันจากผู้ถือหุ้นจนไม่สามารถมองถึงผลในระยะยาวได้ ทำให้ความนิยมเสื่อมถอยลง

เพราะสุดท้ายหากลูกค้าพอใจ พนักงานมีความสุข และมีกำลังใจจะทำเพื่อลูกค้า ยังไงผู้ถือหุ้นก็จะได้รับผลลัพธ์ที่ดีในบั้นปลายอยู่ดี

แนวคิดนี้ทีมงาน AHEAD ASIA มองว่า เป็นแนวคิดที่คล้ายกับ โทนี่ เฟอร์นานเดส ซีอีโอของสายการบิน Air Asia

เฟอร์นานเดส มักเป็นคนแรกที่โพสต์ข้อความขอโทษผู้โดยสาร หากเกิดความผิดพลาดในการบริการ

ขณะเดียวกัน เขาก็มักลงไปคลุกคลีกับพนักงานระดับล่างด้วยตัวเอง เพื่อกระตุ้นความเชื่อมั่นของคนเหล่านั้น

ให้รู้สึกว่าเขาเป็นส่วนหนึ่งขององค์กร และพร้อมจะปรับปรุงแก้ไขบริการให้ดีขึ้น ซึ่งเป็นวิธีที่ได้ผลกว่าการตำหนิหัวหน้างานของกลุ่มพนักงานที่ทำผิดพลาด

#9
จงเรียนรู้จากคู่แข่ง แต่ห้ามลอก

หลายครั้ง แจ๊ค ปฏิเสธที่จะอ่านหนังสือเกี่ยวกับคู่แข่ง ไม่ใช่เพราะเขาไม่ยอมรับความจริง แต่กลัวว่าวิธีการต่างๆมันจะติดอยู่ในความคิดเขา
เพราะ แจ๊ค มักจะย้ำอยู่เสมอว่า

“ให้เรียนจากคู่แข่ง ห้ามลอก เพราะเมื่อไหร่ที่คุณลอก คุณกำลังฆ่าตัวตาย”
“Learn from competitors but never copy them.
Copy them and you will die.”

#10
อย่าเปลี่ยนเป้าหมาย เปลี่ยนตัวคุณ

ประโยคติดปากของ แจ๊ค อีกข้อ คือ ถ้าคุณเป็นหมาป่าที่กำลังไล่ล่ากระต่าย แล้วเปลี่ยนเป้าหมายไปเรื่อยๆนั้น ไม่น่าจะใช่เรื่องที่ดีเท่าไหร่

สิ่งที่สำคัญกว่า… คือการเปลี่ยนตัวคุณเองให้ว่องไวขึ้น เพื่อล่ากระต่าย ที่เป็นเป้าหมายของคุณให้ทัน

มันจะดีกว่าเปลี่ยนเป้าหมาย

เหมือน Alibaba ที่ยังยึดมั่น ในการเชื่อมผู้ซื้อ และผู้ขายเข้าด้วยกัน ผ่านทางโลกออนไลน์ โดยไม่เคยเปลี่ยนแปลง

#11
ว่องไวเหมือนกระต่าย อดทนได้ดั่งเต่า

การเป็นผู้ประกอบการนั้น เหมือนคุณลงแข่งวิ่งสองรายการในคราวเดียว

รายการแรกคือ มาราธอน ที่เน้นเป้าหมายระยะยาว เหมือนที่ แจ๊ค อยากสร้างบริษัทให้ยืนยาวกว่าศตวรรษ

คุณต้องใช้ความอดทน และยึดมั่นกับเป้าหมายเหมือนเต่า

ขณะเดียวกันในการทำงานทุกวัน เหมือนสนามวิ่งระยะสั้น ที่คุณต้องวิ่งให้ไวที่สุดเหมือนกระต่าย

เพราะคนที่จะสำเร็จได้นั้น ต้องมองให้ไกล แต่ทำให้ไว นั่นเอง

#12
ดีที่สุด สำคัญกว่าเร็วที่สุด

ส่วนใหญ่เวลาที่สตาร์ทอัพหรือผู้ประกอบการคิดเริ่มธุรกิจอะไรนั้น

เป็นไปได้ว่า จะต้องมีคนเริ่มทำก่อนแล้ว

ดังนั้นสำหรับ แจ๊ค การเป็นคนแรก อาจไม่สำคัญเท่ากับเป็นคนที่ตอบโจทย์ลูกค้าได้ดีที่สุด

เหมือนที่เขาสร้าง Taobao จนสามารถเอาชนะ eBay ได้

ในมุมนี้ AHEAD มองว่า คล้ายกับกรณี Google กับ Yahoo! หรือในธุรกิจโซเชียลมีเดีย ที่ Hi5 และ MySpace มีมาก่อน Facebook นั่นเอง

#13
การให้ฟรี ก็เป็นโมเดลธุรกิจที่ดีในบางครั้ง

ช่วงแรกที่ Taobao ประกาศว่าฟรีนั้น

คู่แข่งของพวกเขาอย่าง eBay สวนทันทีว่า เป็นไปไม่ได้ ที่จะมีธุรกิจที่ให้บริการแบบฟรีๆ

แต่ในบางธุรกิจนั้น ต้องการลูกค้าเข้ามาก่อน โดยเฉพาะในธุรกิจออนไลน์ ที่ส่วนใหญ่โมเดลธุรกิจมักจะให้ใช้ฟรี

ตัวอย่างเช่น Facebook และ Google ที่ให้ใช้ฟรีในตอนแรก ก่อนที่จะหาโมเดลทำเงินในตอนหลังนั่นเอง

#14
ซื้อร่ม ในวันที่แดดออก

ช่วงเวลาในการซื้อร่มที่ดีที่สุด คือในวันที่แดดออก และฝนยังไม่ตก

เหมือนที่ แจ๊ค ระดมทุนจาก SoftBank ในปี 2000 ทั้งที่ในตอนนั้น พวกเขายังไม่มีความจำเป็นด้านเงินทุน

แต่หลังจากระดมทุนสำเร็จ ตลาดก็เริ่มเข้าสู่ช่วงวิกฤต ทำให้บริษัททั้งหลายต่างพากันวิ่งหาเงินทุน ในสถานการณ์ช่วงนั้น ที่ไม่มีใครอยากลงทุน

ไม่ต่างอะไรกับมาเริ่มมองหาร่ม เมื่อตอนฝนตกแล้ว ทำให้ต้องแย่งกัน และต้องตัดสินใจซื้อในราคาแพงกว่าความเป็นจริง

นี่เป็นการแสดงให้เห็นวิสัยทัศน์ในระยะยาวของผู้บริหารอีกด้วย

#15
ค้นหาโอกาส ในเวลาวิกฤต

ขณะเดียวกัน ในช่วงวิกฤตินั้น แจ๊ค มองว่าสิ่งที่ควรทำคือการมองหาโอกาสให้ดี

อย่าปล่อยให้ความกลัว และความตื่นตระหนกเข้าครอบงำ จนลืมเห็นโอกาสที่เกิดจากความเปลี่ยนแปลง

เหมือนที่ Alibaba เคยใช้จังหวะที่ โรคซาร์ส ระบาดในประเทศจีนช่วงปี 2003

และใช้โอกาสนี้แสดงให้เห็นข้อดีของการซื้อขายออนไลน์ จนทำให้มีคนหันมาใช้การซื้อขายออนไลน์มากขึ้น อย่างที่ไม่สามารถทำได้ ในช่วงเวลาปกติ

ซึ่งสำคัญที่สุด..คือ สติ ที่จะทำให้มองได้ชัด ในวันที่พายุโหมกระหน่ำอย่างหนัก นั่นเอง

#16
ใช้ความเข้มแข็งของคู่แข่ง ให้เกิดประโยชน์

ไม่ใช่แค่ในวิกฤติเท่านั้น แต่ในการแข่งกับคู่แข่งที่เข้มแข็งมากๆ คุณสามารถใช้ประโยชน์จากมันด้วย

เหมือนครั้งหนึ่งที่ eBay ประกาศลงทุนในประเทศจีนกว่า 3,000 ล้านบาท

ในขณะที่ทุกคนกำลังตื่นตระหนก แจ๊ค กลับสงบนิ่ง และชี้ให้เห็นว่า ถ้าสามารถทำให้ทุกบาททุกสตางค์ ที่ eBay ใช้ ในการโฆษณาเกี่ยวกับ e-commerce ส่งผลให้คนรู้จัก Taobao ซึ่งคล้ายกันไปด้วย

ก็จะเป็นการใช้ความแข็งแกร่งของคู่ต่อสู้ ให้เกิดประโยชน์

คล้ายๆกับตอนที่ คาราบาวแดง เข้ารุกตลาดเครื่องดื่มชูกำลัง แม้จะมาแย่งส่วนแบ่งไปบ้าง

แต่ก็ทำให้ตลาดโดยรวมของเครื่องดื่มชนิดนี้โตขึ้น

หรือศึกระหว่าง โออิชิ กับ อิชิตัน ที่ฟาดฟันกัน จนสามารถขยายตลาดชาเขียวได้เช่นกัน

#17
กล้า ก้าว กระโดด

บางครั้ง ผู้ประกอบการต้องกล้าที่จะกระโดดข้ามอะไรบางอย่าง เพื่อไปดักรออยู่ข้างหน้า

เหมือน Alibaba กระโดดข้ามระบบ Retail แบบปกติ ไปสู่ระบบ Retail แบบออนไลน์เลย

หรือหลายประเทศที่กำลังพัฒนา เลือกที่จะกระโดดข้ามเทคโนโลยีพื้นฐาน จากไม่มีอินเตอร์เน็ต ไปสู่อินเตอร์เน็ตในมือถือเลย โดยไม่ต้องผ่านพีซี หรือแล็ปท็อป

ตัวอย่างที่คลาสสิกอีกอันหนึ่ง คืออุตสาหกรรมแอนิเมชั่น ที่มีบางกระแส ให้ข้อมูลว่า แอนิเมชั่นฝั่งอเมริกานั้น เลือกที่จะกระโดดไป 3D

เพราะมองว่าเป็น อนาคต และประสบความยากลำบากในการแข่งกับแอนิเมชั่นดั้งเดิมแบบ 2D กับญี่ปุ่นนั่นเอง

#18
อย่ารอให้วัวหาย ค่อยล้อมคอก

ไม่ใช่แค่ Alibaba เท่านั้น แต่แทบทุกบริษัท มักจะมีวันที่ดี

ซึ่งอาจจะทำให้ลืมไปว่าไม่มีทางดีได้ตลอด ทั้งในตัวบริษัท และอุตสาหกรรมเอง

ฉะนั้นให้เตรียมตัวให้พร้อมในวันที่ดี จะง่ายกว่า เพราะเมื่อสถานการณ์ไม่ดีแล้ว คุณอาจเตรียมไม่ทัน

เพราะในวันที่ฤดูหนาวมาถึง มันก็ไม่ใช่เวลาที่จะมาเตรียมหรือสะสมเสบียงอีกต่อไป

#19
ให้การเข้าตลาดหุ้น เป็นทางผ่าน ไม่ใช่เป้าหมาย

การ “เข้าตลาดหุ้น” เป็นเรื่องดี แต่ถ้ารีบเกินไป เพราะความเย้ายวนใจทางการเงิน นั่นอาจไม่ใช่เรื่องที่ดีนัก

ความจริง เมื่อ Alibaba ก่อตั้งขึ้นในปี 1999 เป้าหมายของบริษัท คือการเข้าตลาดหุ้นให้ได้ปี 2002 ซึ่งพวกเขาก็เกือบทำได้สำเร็จ เพราะมีความพร้อมอยู่ไม่น้อย

แต่เป็น แจ๊ค ในตอนนั้นที่เปลี่ยนใจ

“เราจะเข้าตลาดตอนนี้ก็ได้ แต่ผมเชื่อว่ามันน่าจะดีกว่า ถ้าเราพร้อมกว่านี้ เพราะการเข้าตลาดในวันที่ไม่พร้อมจริงๆ อาจทำให้บริษัทล้มเหลวไม่เป็นท่า”

นอกจากนี้ แจ๊ค ยังเปลี่ยนความคิดใหม่ว่า

“อย่ามองว่าการเข้าตลาดหุ้นเป็นเป้าหมาย ให้มองว่าเป็นการเข้าปั๊ม ก่อนไปต่อบนถนนใหญ่ ที่ยังต้องไปอีกไกล”

และ 12 ปี หลังจากที่ตั้งใจไว้ตอนแรก แจ๊ค ก็พา Alibaba เข้าปั๊มขนาดใหญ่ในอมริกา ก่อนพาบริษัทของเขาวิ่งไปบนไฮเวย์ขนาดใหญ่ ที่เชื่อมไปทั่วโลก

#20
หมั่นทำตัวเอง ให้โชคดี

แม้หลายคนรวมทั้ง แจ๊ค เอง มักคิดว่าการที่เขาประสบความสำเร็จ เพราะโชคชะตามีส่วนสำคัญอยู่ไม่น้อย

แต่ความจริงก็คือ ผู้ชายคนนี้ มักจะพาตัวเอง ไปอยู่ในจุดที่โชคชะตา สามารถมองหาเขาเจอได้ง่ายที่สุด

เขาเริ่มต้น ทุ่มเท และเชื่อมั่นในการค้าขายออนไลน์ ในวันที่ประเทศจีนยังไม่ต่ออินเตอร์เน็ตด้วยซ้ำ

ความจริงอีกข้อ คือเขาไม่ได้โชคดีตั้งแต่แรก China Pages ที่เขาสร้างขึ้นห่างไกลคำว่าสำเร็จ

แต่เมื่อเขายังปักหลักอยู่ตรงนั้น เมื่ออินเตอร์เน็ตเริ่มบูมในประเทศจีน โชคชะตาก็ตามหาชายชื่อ แจ๊ค หม่า จนเจอในที่สุด

#21
เป็นผู้ประกอบการ จงลงมือแก้ปัญหาให้มากกว่าใช้ปากบ่น

เมื่อคุณเลือกที่จะเป็นผู้ประกอบการ นั่นหมายถึงคุณมองเห็นปัญหาบางอย่าง และต้องการนำเสนอผลิตภัณฑ์หรือบริการที่สามารถแก้ไขเรื่องนั้น

ฉะนั้น หากเกิดปัญหาในระหว่างการทำงานของคุณเอง วิธีที่ดีที่สุด คือการแก้มันซะ เพราะการบ่น ไม่ได้ช่วยให้อะไรดีขึ้น

#22
ความผิดพลาด มีไว้เรียนรู้ ไม่ใช่อยู่กับมัน

แจ๊ค มักพูดติดตลกว่า เขาจะเขียนหนังสือ 1001 ความผิดพลาดของผม กับ Alibaba

เอริสแมน ยืนยันว่า แจ๊ค ไม่ใช่คนที่ไม่เคยทำอะไรผิดพลาด หรือถ้าจะพูดให้ถูก ก็คือเขามักจะทำอะไรผิดพลาดไปหมด

แต่คุณสมบัติสำคัญที่ แจ๊ค ต่างจากคนทั่วไปคือ ในขณะที่คนปกติ รวมถึงตัว เอริสแมน เอง มักจมอยู่กับความผิดพลาด แจ๊ค จะสลัดความผิดพลาดทิ้งอย่างง่ายดาย เพื่อลุกขึ้นใหม่ แล้วเดินหน้าต่อไปได้ทันที

สำหรับเรื่องนี้ เอริสแมน ตั้งข้อสังเกตว่า 2 คุณสมบัติของผู้ประกอบการที่่ประสบความสำเร็จนั้น คือ

ลุกจากความผิดพลาดได้ไว….เพื่อสู้ใหม่ และ ลืมความผิดพลาด ได้ไว…เพื่อไปต่อ

#23
จงพร้อม และกล้าตัดสินใจ แม้หนักแค่ไหนก็ตาม

การเป็นผู้ประกอบการ หรือ ผู้บริหาร หมายความว่า คุณต้องพร้อมรับการตัดสินใจ ที่ลำบากใจ

แม้แต่ แจ๊ค หม่า เอง ก็ไม่ได้พร้อมรับมือกับสถานการณ์นี้เสมอไป เพราะในปี 2000 ที่บริษัทจำเป็นต้องปลดพนักงานบางส่วนเพื่อความอยู่รอด

ในตอนนั้น เขาก็ไม่เด็ดขาดเท่าที่ควร มัวแต่เงื้อง่าราคาแพง แทนที่จะเด็ดขาด ทั้งๆที่สุดท้าย ก็ต้องทำอยู่ดีเพื่อความอยู่รอด

ประสบการณ์จากครั้งนั้น แจ๊ค เล่าให้ เอริสแมน ฟัง ว่า “ผมเรียนรู้ว่าไม่สามารถทำทุกอย่างได้ และต้องปฏิเสธให้เป็น”

#24
สร้างทีมที่มุ่งสู่เป้าหมาย มิใช่เอาใจนาย

ปัญหาคลาสสิกขององค์กรในเอเชียคือ ลูกน้องหลายคน ไม่ได้แข่งกันทำงานเพื่อเป้าหมาย แต่เน้นเอาใจนายเป็นหลัก

เหมือนที่เมืองไทยมีคำว่า…”อยู่เป็น”

แต่ แจ๊ค มองว่า การแข่งกันอยู่ให้เป็น นำไปสู่การเมืองในบริษัท

ทางแก้คือตัวเจ้านายเอง ต้องไม่หลงไปกับการเอาใจ และพยายามให้ทุกคนทำงานตามเป้าหมาย เป็นหลัก

#25
ลูกค้าไม่เคยโง่

ไม่ใช่ลูกค้าทุกคนที่ฉลาดเรื่องเทคโนโลยี

แต่ก็ไม่ได้หมายความว่า พวกเขาโง่

จริงๆแล้ว Alibaba อยู่รอดได้ เพราะเข้าใจว่า พวกเขาต้องใกล้ชิด และทำทุกอย่างให้ง่ายที่สุดสำหรับลูกค้า

จะว่าไปแล้วมันน่าจะมาจาก การที่ แจ๊ค เป็นครูสอนภาษาอังกฤษ ไม่ใช่วิศวกรคอมพิวเตอร์ ทำให้เขาสร้างบริษัทเทคโนโลยี ที่เข้าถึงง่าย สำหรับทุกคน

#26
อยากชนะมากไป อาจพ่ายแพ้

การอยากเอาชนะมากไป จนทำให้การแข่งขันกลายเป็นเรื่องส่วนตัว

การแข่งขันระหว่างสองบริษัทที่อยากเอาชนะกัน มากกว่าจะแข่งกันออกผลิตภัณฑ์ที่ดีที่สุดให้กับลูกค้า

อาจเป็นการแข่งขันที่อาจพาคุณไปสู่ความพ่ายแพ้ ต่อให้คุณชนะก็ตาม

เหมือนที่ Alibaba ชนะ eBay ได้ในตลาดจีน เพราะ eBay พยายามที่จะเอาชนะเกินไป

จนลืมว่าหน้าที่หลักคือ สร้างเว็บไซต์ค้าขายออนไลน์ให้คนจีน

ขณะที่ แจ๊ค เองก็เคยพลาดเรื่องนี้ ในตอนที่เขานำบริษัทแข่งขันกับ โจว หงยี่ (Zhou Hongyi) เบอร์หนึ่งของ Yahoo ประเทศจีน

#27
สร้างทีมที่เข้าขา ไม่ใช่รวมดาราที่เล่นเพื่อตัวเอง

การดึงคนเก่งๆมารวมกันในองค์กร ไม่ได้การันตีความสำเร็จเสมอไป

เพราะสิ่งที่ยากกว่า การดึงคนเหล่านั้นมารวมกัน คือทำยังไงให้คนเหล่านั้นทำงานร่วมกันได้

ต่อให้แต่ละคนเก่งแค่ไหน หากต่างคนต่างทำเพื่อสนองอีโก้ของตัวเอง ก็เป็นเรื่องยากที่ภาพรวมขององค์กรจะออกมาดี

#28
นัดทุกคนเจอกัน อย่างน้อยปีละครั้ง

สำหรับบริษัทที่เติบโตอย่างรวดเร็วนั้น การให้โอกาสพนักงานทุกคนได้เจอกัน อย่างน้อย ปีละครั้ง เป็นเรื่องจำเป็น

การได้ทำกิจกรรมต่างๆ ได้เจอ ได้รู้จักกัน มีกิจกรรมที่เกี่ยวกับการสร้างทีมด้วยกันนั้น

เป็นสิ่งที่ Alibaba ทำตั้งแต่สมัยมีพนักงานแค่ 100 คน

จนถึงต้องเช่าสนามกีฬาที่จุคนได้เป็นหมื่นอย่างในปัจจุบัน

การสร้างความเข้าใจ ให้กับทุกคน ถึงเป้าหมายที่บริษัทจะก้าวไปในแต่ละปีนั้น มีความสำคัญอย่างยิ่ง สำหรับองค์กรที่เติบโต

#29
แบ่งปันความมั่งคั่ง

หนึ่งอย่างที่ Alibaba แตกต่างจากสตาร์ทอัพอื่นๆอย่างชัดเจน ในทรรศนะของ เอริสแมน

คือการที่ แจ๊ค หม่า กระจายความมั่งคั่งให้กับคนอื่นๆ ที่ร่วมสร้างบริษัทมากับเขา

ทั้งในรูปแบบหุ้น หรือการซื้อหุ้นในราคาพิเศษ ตามผลงานที่แต่ละคนสมควรได้
โดยเฉพาะผู้ร่วมก่อตั้งทั้ง 17 คน

ซึ่งการแบ่งปันความความมั่งคั่งอย่างทั่วถึง ก็ส่งผลย้อนกลับมาในเชิงบวกต่อตัวองค์กรเอง ในรูปของแรงกระตุ้นของผู้ร่วมก่อตั้งแต่ละคน จนเกิดความมั่นคงในการเติบโตขององค์กร

#30
สร้างระบบที่เน้นคุณค่า ไม่ใช่แค่ตัวเลข

การวัดผลที่ความสามารถ เป็นเรื่องที่ต้องทำ

แต่การวัดผลโดยเน้นที่ Value หรือวัฒนธรรมที่บริษัทให้คุณค่า ก็เป็นสิ่งจำเป็น

เพราะเป็นสิ่งที่จะช่วยสร้างบริษัทให้เข้มแข็งและยืนยาว

เหมือน Alibaba ที่มี Hapan Culture

ซึ่งเป็นความเชื่อ ที่ให้ความสำคัญกับลูกค้า

การยอมรับความเปลี่ยนแปลง และเชื่อในการเรียนรู้อย่างต่อเนื่อง ถูกนำมาพิจารณาด้วยเช่นกัน

เพราะการที่ทุกคนในองค์กรให้คุณค่าในสิ่งเดียวกัน อาจช่วยให้บริษัทเติบโตไปในทิศทางเดียวกันอย่างมั่นคง

#31
การกระทำ เสียงดังกว่า คำพูด

การกระทำที่ผิดพลาด ยังอาจดีกว่าคำพูดที่ถูก แต่ปราศจากการลงมื

เหมือนที่ครั้งหนึ่ง แจ๊ค แสดงให้เห็น ด้วยการยืนยันกับ เอริสแมน ว่า

“ผมจะไม่มองว่าคุณทำผิด เพียงเพราะคุณทำพลาดแค่ครั้งเดียว แต่ผมจะมองว่าคุณผิด ที่ไม่ยอมทำอะไร”

#32
อย่าปล่อยให้ใคร ติเรือทั้งโกลน

ความยากอีกอย่างสำหรับสตาร์ทอัพ หรือ SME ที่กำลังเติบโตคือ การจ้างคนที่เคยทำงานจากบริษัทใหญ่ ที่ค่อนข้างมีระบบและแบบแผนที่ชัดเจนเข้ามา

เป็นไปได้ว่า คนเหล่านี้อาจติว่า บริษัทไม่ดี ไม่มืออาชีพ ฯลฯ

ผู้บริหาร หรือ เจ้าของบริษัทควรจะทำอย่างไรก็ได้ ไม่ให้เขาติเรือที่ยังสร้างไม่เสร็จ และเปลี่ยนทัศนคติ

ให้เขาเอาความรู้ความสามารถจากการเคยอยู่บนเรือที่เสร็จแล้ว มาช่วยกันสร้างเรือลำใหม่ด้วยกัน ให้ออกมาดีที่สุดแทน

#33
มีปิดเทอม ให้ที่ว่าง

การที่สตาร์ทอัพ หรือบริษัทใหม่ๆที่เติบโตอย่างรวดเร็วนั้น เกิดจากการทำงานอย่างหนักของพนักงาน

การเปิดโอกาสให้คนเหล่านั้น ได้ปิดเทอมสั้นๆ ได้หยุดพักไปเติมไฟในการทำงานใหม่ อาจให้ผลดีกว่า บังคับให้พวกเขาทำงานหนักต่อไป

อย่างน้อยมันก็ได้ผลกับ เอริสแมน

#34
จ้างคนที่ใช่ ให้ถูกเวลา

การจ้างคนที่เก่งจากภายนอกนั้นดี แต่จะให้ดีที่สุดคือจ้างเข้ามาในเวลาที่ใช่

เพราะผู้บริหารมืออาชีพนั้น มักจะมีมุมมองต่อความเสี่ยง แตกต่างกับบรรดาพนักงานยุคก่อตั้งที่กล้าเสี่ยงทำงาน และสร้างบริษัทมาตั้งแต่ต้น

แต่การที่จะทำให้บริษัทสามารถยืนยาว ได้กว่าศตวรรษแบบที่ แจ๊ค ต้องการนั้น ต้องการคนทั้งสองแบบ ในเวลาที่ถูกต้อง

เพื่อดึงส่วนที่ดีที่สุดของทั้งคู่ออกมาใช้

#35
ให้เคารพ คนที่มาก่อน

ในตอนแรกที่ เอริสแมน เข้ารับงานในหน่วยงานหนึ่ง

ด้วยความเป็นตะวันตก และตรงไปตรงมา เขาฟันอย่างชัดเจนว่า อะไรที่ไม่ได้เรื่องบ้าง หัวหน้าของเขาในตอนนั้น ชอบรายงานของเขามาก

แต่เขามาตระหนักได้ภายหลังว่า เขาควรให้เกียรติคนที่ทำงานมาก่อนเขามากกว่านี้

แน่นอนว่า สิ่งที่พวกเขาทำมา อาจไม่ดีที่สุดสำหรับวันพรุ่งนี้ แต่อย่างน้อย ก็ดีพอที่จะพามาถึงวันนี้ให้เขามีโอกาสได้รับช่วงต่อ

และหากเขาคิดจะปรับเปลี่ยนสิ่งที่คนเหล่านั้นทำมาจริงๆ ก็มีวิธีมากมาย ที่มีศิลปะมากกว่านี้

#36
เชื่อว่า นวัตกรรมเกิดขึ้น และดำรงอยู่ได้ในแผ่นดินจีน

เอริสแมน เล่าว่า มีการถกเถียงกันว่า จีนจะสร้างนวัตกรรมเองได้จริงหรือ เมื่อบริษัทใหญ่ๆอย่าง Alibaba ยังดูเหมือนว่าก็อปปี้ทุกอย่างจาก eBay

แถมยังมีการเปรียบเทียบว่า จีนจะเหมาะกับการสร้างนวัตกรรม สู้ต้นตำรับอย่าง ซิลิคอน วัลลีย์ ได้อย่างไร เพราะสิ่งแวดล้อมต่างๆ ของ สหรัฐอเมริกา นั้นน่าจะเหมาะกว่ามาก

แต่สุดท้ายแล้ว จีนก็สามารถสร้างสิ่งแวดล้อมแบบของตนเองขึ้นได้ จากคุณสมบัติหนึ่งที่เห็นได้ชัดคือ ความหิวกระหายที่มากกว่านั่นเอง

#37
การปล่อยตามธรรมชาติ อาจเป็นวิธีที่ดีที่สุด

บางครั้งการไม่ทำอะไร รอเวลา สงบนิ่ง ในโลกตะวันตก การกระทำแบบนี้ อาจดูเหมือนเป็นความไร้ประสิทธิภาพ

แต่ในบางครั้ง มันอาจจะเป็นสิ่งที่่ถูกต้องในโลกตะวันออก

เพราะต่อให้คุณพยายามแค่ไหน คุณก็ไม่อาจเปลี่ยนสายน้ำให้ไหลย้อนกลับได้

#38
ทำก่อน ค่อยขอ

ในโลกของสตาร์ทอัพ โดยเฉพาะในประเทศแถบเอเชีย ที่ผู้ควบคุมกฎหมายยังมีบทบาทสำคัญ ในสภาวะที่กฎหมายหลายฉบับยังไม่รองรับการทำธุรกิจใหม่ๆที่ไม่เคยมีมาก่อน

บางทีคุณอาจต้องขยับตัวไปก่อน แล้วค่อยปรับแก้กันไป

ภายใต้เงื่อนไขว่าธุรกิจที่คุณทำนั้น ต้องไม่ผิดหลักหลักคุณธรรม และศีลธรรม

#39
จงรักรัฐบาล แต่อย่าแต่งงานด้วย

ความสัมพันธ์กับหน่วยงานรัฐบาล ในประเทศแถบเอเชีย โดยเฉพาะจีนนั้น ไม่ง่าย

ทางที่ดีคือควรจะอยู่ใกล้พอ ที่จะได้ยินสิ่งที่เขาคุยกัน หันมาก็เห็น สามารถทำให้รัฐบาลแฮปปี้ได้

แต่ก็ต้องไกลพอที่ เขาจะเตะก้านคอคุณไม่ถึงด้วย

เพราะบางทีการใกล้มากไป อาจหมายถึง โอกาสที่จะเกิดเรื่องผลประโยชน์ทับซ้อน หรือหนักข้อไปถึงการโยงกับเรื่องคอรัปชั่น อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้นั่นเอง

#40
เพราะความสัมพันธ์กับลูกค้า สำคัญสุด

กลับกัน ความสัมพันธ์ที่ควรรักษาให้ดีที่สุด คือลูกค้าของคุณเอง

เพราะหากปราศจากลูกค้า บริษัทของคุณจะดำเนินธุรกิจต่อไปได้อย่างไร?

 

เรียบเรียงจาก
Alibaba’s World โดย Porter Erisman (มีฉบับแปลไทย โดย ธนธรณ ศิลอยู่ ในชื่อ อาลีบาบา มังกรปฏิวัติโลก สำนักพิมพ์ เนชั่น)
ขอบคุณภาพต้นฉบับจากภาพยนตร์ เรื่อง Gong Shou Dao และ กราฟิกจาก pngtree.com
AHEAD ASIA นวัตกรรม ล้ำหน้า