เจฟฟ์ เบโซส ซีอีโอ Amazon โพสต์ประจาน เดวิด เพ็คเกอร์ ซีอีโอ American Media Inc. (AMI) เจ้าของหนังสือพิมพ์ National Enquirer หลังถูกอีกฝ่ายขู่จะปล่อยภาพลับของตัวเขากับ ลอเรน ซานเชซ ผู้ประกาศข่าวสาว หากตนยังไม่หยุดขุดคุ้ยหาแหล่งข่าวที่นำข้อความลับมาเผยแพร่ จนต้องหย่าร้างกับภรรยา

National Enquirer เป็นสื่อเจ้าแรกที่ตีแผ่ความสัมพันธ์ลับๆ ของมหาเศรษฐีเบอร์ 1 โลก กับผู้ประกาศข่าวชาวอเมริกัน โดยมีการนำเสนอข้อความส่วนตัวที่ เบโซส ส่งคุยกับ ซานเชซ อย่างลับๆ ก่อนที่ต่อมา เบโซส จะประกาศการหย่าขาดกับภรรยา แม็คเคนซี่ เบโซส ที่อยู่กินกันมา 25 ปี ในช่วงปลายปีที่แล้ว

วานนี้ นายใหญ่ Amazon เขียนบล็อกส่วนตัวในหัวข้อ “No thank you, Mr. Pecker” ว่าเขาถูก เพ็คเกอร์ ข่มขู่จะโพสต์รูปส่วนตัวของเขากับผู้ประกาศข่าวสาว แลกกับการที่ เบโซส ต้องเลิกควานหาข้อมูลว่า National Enquirer สามารถได้ข้อความที่ เบโซส คุยกับ ซานเชซ มาอย่างไร

เบโซส ยังระบุว่า AMI ต้องการให้เขาออกแถลงการณ์ปลอมๆ ต่อสาธารณชน ว่าการที่นำเสนอเรื่องราวความสัมพันธ์ทับซ้อนของเขานั้น ไม่ได้ “มีแรงจูงใจทางการเมืองหรือ ได้รับอิทธิพลในทางการเมือง”

การที่ AMI อยากให้ออกแถลงการณ์ลักษณะนี้ ถือเป็นการใช้เทคนิคที่เรียกกันว่า “Catch and kill” หรือการซื้อสิทธิ์เพื่อเข้าถึงข้อมูลลับเฉพาะจากบางแหล่งข่าว และป้องกันไม่ให้เปิดเผยต่อสาธารณะ

ที่ผ่านมา National Enquirer เคยใช้เทคนิคนี้เพื่อปกป้องประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ กรณีความสัมพันธ์ลับของทรัมป์กับหญิงรายหนึ่ง ในช่วงก่อนจะมีการเลือกตั้งเมื่อปี 2016 โดยยังมีรายงานว่า ทรัมป์ ยอมจ่ายค่าปิดปากไปยังสาวคนดังกล่าวถึง 150,000 ดอลลาร์ (ราว 5 ล้านบาท)

นอกจากนี้ เพ็คเกอร์ ยังมีความสนิทสนมเป็นส่วนตัวกับทรัมป์ ถึงขั้นเคยถูกเชิญไปดินเนอร์ที่ทำเนียบขาว ร่วมโต๊ะกับคนใกล้ชิดราชวงศ์ซาอุดิอาระเบียมาแล้วด้วย

ด้าน เบโซส หลังหย่าขาดจากภรรยา ก็ต้องการทราบว่า AMI มีข้อมูลคลิปเสียงส่วนตัวของเขาได้อย่างไร จนเริ่มดำเนินการสืบด้วยตัวเอง เป็นเหตุให้ เพ็คเกอร์ ต้องพยายามหยุดขั้นตอนสืบสวนทั้งหมด เพราะเกรงว่าข้อมูลของ Catch and kill จะถูกเปิดเผยไปมากกว่านี้

อย่างไรก็ตาม การใช้วิธีข่มขู่แบล็คเมล์ ส่งอีเมลถึงทนายความส่วนตัวของ เบโซส ว่าให้หยุดการสืบ ถ้าไม่อยากให้รูปลับเฉพาะในหลายอิริยาบถ หลุดออกไป โดยบางส่วนของอีเมลระบุว่า “ถ้าลูกความของคุณตกลงที่จะหยุดและยกเลิกพฤติกรรมหมิ่นประมาทดังกล่าว เราก็ยินดีที่จะมีส่วนร่วมในการสนทนาที่สร้างสรรค์ เกี่ยวกับข้อความและรูปถ่ายที่เรามีไว้ในครอบครอง”

การข่มขู่ในลักษณะนี้ ทำให้ เบโซส ตัดสินใจตอบโต้ด้วยวิธีแข็งกร้าว โดยยืนยันว่าจะไม่สยบยอมต่อการข่มขู่ลักษณะนี้เช่นกัน

“แทนที่จะยอมก้มหัวให้กับการขู่กรรโชกและแบล็คเมล์ ผมตัดสินใจที่จะเผยแพร่ทุกอย่างที่เขาส่งมาให้ผม แม้ว่าผมเองอาจจะต้องรับความเสียหายและอับอายตามที่พวกเขาขู่ก็ตาม”

 

AHEAD TAKEAWAY

เบโซส กับ โดนัลด์ ทรัมป์ นั้นจัดเป็นไม้เบื่อไม้เมากันมาตลอด ไม่ว่าชายที่รวยที่สุดในโลกคนปัจจุบันจะตั้งใจหรือไม่ก็ตาม

เหตุผลหลักๆ คือการที่เขาเป็นเจ้าของกิจการหนังสือพิมพ์ The Washington Post ซึ่งมักนำเสนอภาพลักษณ์ของประธานาธิบดีสหรัฐฯ คนที่ 45 ในเชิงลบบ่อยครั้ง รวมถึงการตีพิมพ์ส่วนหนึ่งของหนังสือ Trump Revealed ของ ไมเคิล เครนิช และ มาร์ค ฟิชเชอร์

จนสร้างความไม่พอใจให้กับ ทรัมป์ เป็นอย่างมาก ถึงขนาดทวีตประชดประชันอีกฝ่ายว่า Amazon Washington Post เสมอ เช่นเดียวกับการโพสต์ข้อความโจมตียักษ์ใหญ่อีคอมเมิร์ซ ว่าเป็นตัวการทำลายเศรษฐกิจของประเทศ

กลับกัน ทรัมป์ นั้นมีความสัมพันธ์อันดีกับ เดวิด เพ็คเกอร์ ซีอีโอของ National Enquirer มายาวนาน และหลังมีรายงานข่าวเรื่อง ซีอีโอ Amazon แยกทางกับภรรยา ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ก็ทวีตข้อความในลักษณะเย้ยอีกฝ่าย โดยเรียก เบโซส ว่า “โบโซ่” (น่าจะหมายถึงตัวตลก) ด้วย


สำหรับสาเหตุที่ถูกเล่นงานเรื่องความสัมพันธ์ลับๆกับ ลอเรน ซานเชซ นั้น เบโซส คาดว่าน่าจะเป็นเพราะการที่ Washington Post ไม่หยุดขุดคุ้ยคดีฆาตกรรม จามาล คาช็อกกี และมีการพาดพิงถึงอีกฝ่ายว่าเป็น”แท็บลอยด์ที่นำเสนอข่าวเอนเอียงไปทางซาอุดีอาระเบีย” นั่นเอง

หากข้อความที่ เบโซส โพสต์นั้นเป็นจริง ก็น่าสนใจว่าเรื่องนี้จะส่งผลกระทบมากขนาดไหน ไม่ใช่แค่กับ National Enquirer ที่มีพฤติกรรมผิดจรรยาบรรณสื่อขั้นรุนแรง ถึงขนาดส่งอีเมลข่มขู่อีกฝ่าย

แต่ยังอาจรวมถึงตัว เพ็คเกอร์ เอง และ ทรัมป์ ด้วย โทษฐานที่ใช้ประโยชน์จากสื่อในทางลบแบบนี้

เรียบเรียงจาก
Jeff Bezos says National Enquirer is threatening to publish his nude photos

Bezos blackmail claims add new twist to tale of Trump, Russia and the media

AHEAD ASIA นวัตกรรม ล้ำหน้า