อาชีพสื่อก็ไม่ใช่ข้อยกเว้น ในการถูก disrupt เมื่อ New York Times พบว่าองค์กรข่าวชั้นนำหลายราย เริ่มหันมาพึ่งพาเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ และซอฟต์แวร์ต่างๆ หรือที่เรียกรวมๆว่า robo-journalism ในการรวบรวมและวิเคราะห์ข้อมูลต่างๆ มากชึ้น เพื่อการนำเสนอที่รวดเร็วกว่าเดิม โดยใช้ต้นทุนที่ถูกลง เมื่อเทียบกับการทำงานแบบเดิมๆ

รายงานเรื่อง The Rise of the Robot Reporter ระบุว่า Bloomberg และ Reuters คือสำนักข่าวชั้นนำกลุ่มแรกๆที่ใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีดังกล่าว โดยเฉพาะรายงานที่ต้องการความรวดเร็วและแม่นยำของเนื้อหาเป็นพิเศษ อาทิ สถิติในเชิงกีฬา การวิเคราะห์โพล รวมถึง สายการเงินและการลงทุน

“สายการเงินนั้นล้ำหน้าในเรื่องนี้กว่าสื่อมวลชนกลุ่มอื่นๆ” จอห์น มิคเคิลเวิท หัวหน้ากองบรรณาธิการของ Bloomberg อธิบาย

รายงานฉบับเดียวกัน ยังเผยอีกด้วยว่าสื่ออื่นๆ อย่าง The Associated Press, The Washington Post หรือ The Los Angeles Times ก็ใช้เครื่องจักรในการเขียนรายงานข่าวเช่นกัน โดยเฉพาะการแข่งขันกีฬาระดับรองๆ หรือแจ้งเหตุภัยพิบัติ

แม้แต่ Forbes ก็เพิ่งประกาศว่าอยู่ระหว่างทดสอบเครื่องมือที่เรียกว่า Bertie ซึ่งจะทำหน้าที่สรุปเนื้อหาย่อยๆหรือวางเทมเพลท ให้นักข่าวที่เป็นมนุษย์นำไปสานต่อ

อย่างไรก็ตาม ผู้บริหารองค์กรสื่อเหล่านี้ ยืนยันว่า AI หรือซอฟต์แวร์ประเภท robo-journalism ไม่ได้ถูกนำมาทดแทนผู้สื่อข่าวที่เป็นมนุษย์แบบ 100% เพราะเวลานี้ เครื่องจักรยังไม่สามารถวิเคราะห์ หรือนำเสนอมุมมองแบบสื่อมวลชนได้

แต่เป็นการใช้เพื่อให้นักข่าวแท้ๆเหล่านั้น มีเวลาในการทำสิ่งอื่นๆที่สำคัญกว่า

“การทำงานสื่อสารมวลชนนั้นเป็นเรื่องของความคิดสร้างสรรค์ คุณจำเป็นต้องมีความอยากรู้อยากเห็น มีศิลปะในการเล่าเรื่อง ต้องมีการคิดเชิงวิพากษ์ และมีการตัดสินใจ การนำหุ่นยนต์มาช่วยงาน เพราะเราต้องการให้นักข่าวที่เป็นมนุษย์จริงๆ มีเวลาและแรงเหลือสำหรับทำสิ่งเหล่านั้น” ลิซ่า กิบบ์ส ผู้อำนวยการฝ่ายข่าวของ AP ชี้แจง

ขณะที่ ฟรานเชสโก้ มาร์โคนี่ หัวหน้าฝ่ายวิจัยและพัฒนาของหนังสือพิมพ์ Wall Street Journal เผยว่า “อาจจะเป็นเมื่อไม่กี่ปีที่ผ่านมา ที่ AI เป็นเทคโนโลยีใหม่ที่ทันสมัย ซึ่งถูกใช้เฉพาะในบริษัทเทคโนโลยีชั้นสูง แต่ตอนนี้มันกลายเป็นสิ่งจำเป็นแล้ว แวดวงวารสารศาสตร์จะได้รับการขับเคลื่อนโดยปัญญาประดิษฐ์ในไม่ช้า”

 

AHEAD TAKEAWAY

 

งานแบบไหนที่อยู่ในกลุ่มเสี่ยง

ที่ผ่านมา AHEAD ASIA นำเสนอถึงความเป็นไปได้ของการที่แรงงานมนุษย์ จะถูกแทนที่โดยเครื่องจักรและซอฟต์แวร์ต่างๆอยู่เสมอ

โดยกลุ่มแรกที่อยู่ในข่ายถูกทดแทนนั้น มักจะเป็นอาชีพที่มีรูปแบบการทำงานตายตัว หรือทำแบบเดียวกันซ้ำๆ โดยเฉพาะกลุ่มช่างที่ทำงานซ่อมแซมต่างๆ พนักงานคอลล์เซนเตอร์ พนักงานเก็บเงิน เจ้าหน้าที่ปศุสัตว์ หรือเจ้าหน้าที่ดูแลตัวเลขสถิติต่างๆ

แต่นั่นไม่ได้หมายความว่าอาชีพอื่นๆนั้น จะปลอดภัยจากการถูกทดแทน 100% หากไม่มีการพัฒนาหรือปรับตัวตามเทคโนโลยีที่รุดหน้าไปเรื่อยๆ

ย้อนกลับไปเมื่อต้นปี 2018 ปัญญาประดิษฐ์ที่พัฒนาโดย Alibaba Group นั้น เริ่มเรียนรู้ที่จะทำความเข้าใจตัวอักษรและชุดคำของมนุษย์ได้ด้วยตัวเอง

ที่น่าสนใจ คือ AI ตัวนี้ ทำคะแนนในการทดสอบการอ่าน Stanford Question Answering Dataset (SQuAD) ซึ่งเป็นชุดคำถามกว่า 100,000 คำถาม จากเนื้อหาบนสารานุกรมออนไลน์ Wikipedia กว่า 500 บทความ ได้ที่ 82.44 คะแนน สูงกว่าคะแนนสูงสุดของคนทั่วไป ที่ 82.304

นั่นแปลว่าหากนักพัฒนามีความสามารถและมีคลังข้อมูลมหาศาล ปัญญาประดิษฐ์ก็สามารถพัฒนาให้มีทักษะที่เหนือกว่าการทำอะไรซ้ำๆเช่นกัน

และไม่กี่เดือนก่อน Alimama หน่วยงานโฆษณาในเครือของ Alibaba ก็เผยว่าได้เปิดให้แบรนด์ต่างๆ และผู้ลงโฆษณากับบริษัท ใช้งาน AI ในการเขียนข้อความต่างๆแทนก๊อปปี้ไรเตอร์ที่เป็นมนุษย์แล้ว

 

robo-journalism ทำอะไรได้บ้าง?

ในวงการสื่อสารมวลชนก็เช่นกัน แม้จะถือเป็นงานในกลุ่มสร้างสรรค์ แต่ก็ต้องไม่ลืมว่ามีงานบางส่วนที่มีการลักษณะ “ทำซ้ำ” เช่นกัน เช่น การรวบรวมข้อมูลต่างๆที่เป็นตัวเลข อาจจะเป็นรายได้ประจำปีของบริษัทต่างๆ การจัดอันดับบุคคลที่รวยที่สุดในโลก หรือการคำนวณประตูได้เสียของทีมฟุตบอล ฯลฯ

ซึ่งงานในลักษณะนี้นั้น ปัญญาประดิษฐ์ที่มีทักษะด้านการรวบรวมและแยกประเภทข้อมูลใน บิ๊กดาต้า ได้มากและเร็วกว่า ย่อมทำได้ดีกว่ามนุษย์แน่นอน

เหมือนที่ The Washington Post ใช้หุ่นยนต์นักข่าวชื่อ Heliograf เก็บข้อมูลและเขียนข่าวง่ายๆ ทั้งในโอลิมปิก 2016 และการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐฯในปีเดียวกัน จนได้รับรางวัลสาขา Excellence in Use of Bots จากงาน Global Biggies Awards

ในรายงานเรื่อง The Rise of the Robot Reporter ทาง New York Times ยังได้ยกตัวอย่าง “ข่าวที่เขียนโดยหุ่นยนต์” ของสำนักข่าว AP มาลงให้ดูเป็นตัวอย่างด้วย ดังนี้

TYSONS CORNER, Va. (AP) — MicroStrategy Inc. (MSTR) on Tuesday reported fourth-quarter net income of $3.3 million, after reporting a loss in the same period a year earlier.

MANCHESTER, N.H. (AP) — Jonathan Davis hit for the cycle, as the New Hampshire Fisher Cats topped the Portland Sea Dogs 10-3 on Tuesday.

จะเห็นว่าข่าวนี้ มีลักษณะของการสรุปใจความสำคัญเป็นหลัก ว่าใครทำอะไร ที่ไหน เมื่อไหร่ เป็นรูปประโยคบอกเล่า ตรงๆไม่ซับซ้อน ซึ่งตรงกับสิ่งที่ NewScientist เคยตั้งข้อสังเกตไว้เมื่อ 5 ปีที่แล้ว

“เนื้อหาที่สร้างจากซอฟต์แวร์ ถูกมองว่าเป็นแค่คำอธิบายที่ออกจะน่าเบื่อ ก็ถือว่ามันบรรลุวัตถุประสงค์ แม้ไม่จำเป็นต้องแยกออกมาจากเนื้อหาที่เขียนโดยนักข่าว”

อีกรูปแบบหนึ่งของการใช้งานที่น่าจะแพร่หลายมากขึ้นในอนาคต คือการถอดความบทสัมภาษณ์ (transcript) ซึ่งทีมงาน AHEAD ASIA เคยทดลองใช้งาน Watson ของ IBM ในการถอดคำพูดจากวิดีโอ และพบว่าทำได้ดีในระดับหนึ่ง (แม้จะยังต้องกลับไปตรวจสอบอีกครั้งว่าตรงหรือไม่ก็ตาม)

ขณะเดียวกัน ก็มีรายงานว่า Wall Street Journal และ Dow Jones ก็อยู่ระหว่างการทดลองใช้งานซอฟต์แวร์ที่พัฒนาขึ้นเพื่อการนี้โดยเฉพาะเช่นกัน

นอกจากจุดเด่นเรื่องการทำงานได้รวดเร็ว และใช้ต้นทุนน้อยลงแล้ว robo-journalism ยังถูกมองว่ามีศักยภาพพอสำหรับการรับมือข่าวปลอมที่ปัจจุบันถูกเผยแพร่อยู่เต็มโลกออนไลน์ และการใช้ AI ที่ปราศจากอคติ ก็น่าจะสามารถคัดกรองเนื้อหาข้อมูลต่างๆ เพื่อลดการบิดเบือนบทความที่ไม่ถูกต้องตามข้อเท็จจริงได้ดีขึ้น

ยังไม่นับเรื่องงานผู้ประกาศ ที่สำนักข่าวซินหัวของจีนนำร่องไปก่อนแล้ว ด้วยผู้ประกาศ AI หรือ หุ่นยนต์ Erica ที่พัฒนาโดยมหาวิทยาลัยโอซาก้า

 

อนาคตวงการสื่อ

แม้ผู้บริหารองค์กรสื่อต่างๆ จะกล่าวในทำนองว่าซอฟต์แวร์ และ AI ต่างๆ ไม่ได้ถูกนำมาใช้เพื่อทดแทนผู้สื่อข่าวที่เป็นมนุษย์โดยตรง

แต่การจะนิ่งนอนใจว่าตัวเองไม่ได้รับผลกระทบเลยคงเป็นไปไม่ได้

ปัจจุบัน Press Association (PA) ในอังกฤษ กำลังผลักดันโครงการ Robo-Journalism Project ที่มีเป้าหมายในการสร้างงานเขียนถึง 30,000 ชิ้นต่อเดือน หรือเฉลี่ย 1,000 ชิ้นต่อวัน เพื่อเผยแพร่ในบรรดาหนังสือพิมพ์ท้องถิ่นในเครือ

มีการเปิดเผยเมื่อกลางปี 2017 ว่า โปรเจ็กต์นี้ ยังได้รับการสนับสนุนจากบริษัทเทคโนโลยีหัวแถวอย่าง Google เป็นเงิน 830,000 ดอลลาร์ (ราว 27 ล้านบาท)

หากโครงการนี้ประสบผลสำเร็จจริง การเขียนข่าวพื้นฐาน ก็จะกลายเป็นงานของหุ่นยนต์ไปแทน

มนุษย์ที่ยังต้องการทำงานด้านสื่อสารมวลชนต่อไปในอนาคต ก็อาจจำเป็นต้องพัฒนาตัวเองไปอีกขั้น ด้วยการเพิ่มพูนทักษะต่างๆที่จำเป็น เพื่อพิสูจน์ว่าสื่อมวลชนที่เป็นคนจริงๆนั้น ยังจำเป็นอยู่

 

เรียบเรียงจาก

Robo-journalism on the rise in race to break stories, cut costs

British Robo-Journalism Project, Set For 2018, Gets $830K Boost From Google

 

AHEAD ASIA นวัตกรรม ล้ำหน้า