นักวิชาการมองสหรัฐฯยังล้าหลังเรื่องกฎหมายควบคุม sex robot

ศาสตราจารย์ ฟรานซิส เอ็กซ์. เชน นักวิชาการด้านปัญญาประดิษฐ์ มองหน่วยงานด้านกฎหมายในสหรัฐอเมริกา ยังล้าหลังในการควบคุมหุ่นยนต์กลุ่ม sex robot ทั้งที่ผลสำรวจพบว่าชาวอเมริกันเกือบครึ่งหนึ่ง มองว่าในอนาคตอันใกล้ การมีเพศสัมพันธ์กับหุ่นยนต์ จะถือเป็นเรื่องปกติในชีวิตประจำวัน

หุ่นยนต์ดังกล่าว เป็นหุ่นรูปแบบมนุษย์ สำหรับบำบัดความใคร่ ซึ่งมีฟังก์ชันในการตอบสนองที่หลากหลายมากกว่าตุ๊กตายางแบบเดิม ที่เรียกกันว่า sex doll โดยในปัจจุบัน มีหลายบริษัทผู้ผลิตที่กำลังพัฒนาสินค้าชนิดนี้อยู่ และมีหลายรายที่วางตลาดให้ผู้บริโภคเลือกซื้อแล้ว

แต่แนวโน้มในอนาคต sex robot หรือ sexbot ถูกมองว่าจะเป็นกระแสหลักได้ เมื่อเทียบกับเซ็กส์ทอย หรือตุ๊กตายางแบบเดิม ที่จำกัดการขายเฉพาะในบางสถานที่เท่านั้น เมื่อผลสำรวจในปี 2017 พบว่าประชากรอเมริกันเกือบครึ่งหนึ่ง มองว่าในอีก 50 ปีนับจากนี้ การมีเพศสัมพันธ์กับหุ่นยนต์เหล่านี้ ถือเป็นเรื่องปกติ

ประเด็นนี้ สร้างความกังวลใจให้กับ ศจ. เชน จากมหาวิทยาลัย University of Minnesota ที่นอกจากจะเชี่ยวชาญด้านปัญญาประดิษฐ์แล้ว ยังทำงานครอบคลุมในสาขาอื่นๆ ทั้ง ประสาทวิทยาศาสตร์ และกฎหมาย

จนมีการตั้งคำถามในประเด็นต่างๆเกี่ยวกับ sexbot ทั้งในแง่ ข้อกฎหมาย, ความปลอดภัย, การส่งผลต่อพฤติกรรมของมนุษย์ รวมถึงประเด็นทางจริยธรรม

ศจ. เชน ยกตัวอย่างเส้นแบ่งบางๆดังกล่าว โดยใช้ Mark 1 ของบริษัท Ricky Ma Creation ซึ่งมีรูปลักษณ์ภายนอกคล้ายกับดาราสาว สการ์เล็ตต์ โยฮันส์สัน ว่ามีความโน้มเอียงไปทาง sexbot แต่บริษัทผู้ผลิตฯ ปฏิเสธ โดยชี้แจงว่า Mark 1 ถูกพัฒนาขึ้นเพื่อช่วยเหลืองานทุกประเภท ตั้งแต่เตรียมอาหารกลางวันเด็ก ไปจนถึงดูแลผู้สูงอายุ มากกว่าจะมีไว้บำบัดความใคร่

ประเด็นของ ศจ.เชน คือ เมื่อหุ่นยนต์มีความสามารถหลากหลาย เราจะตีความหุ่นยนต์กลุ่มนี้แบบไหน ระหว่าง “ของเล่นเด็ก” ในเวลากลางวัน และ “ของเล่นผู้ใหญ่” ในเวลากลางคืน

นักวิชาการจาก University of Minnesota เสริมว่าการที่แต่ละรัฐตีความเกี่ยวกับหุ่นยนต์ชนิดนี้ต่างกัน เช่น การยกเลิกการแบนเซ็กส์ทอยในเท็กซัส เนื่องจากมองว่าเป็น “สิทธิทางเพศ” ทำให้มีสิทธิ์ที่ sexbot จะไม่ถูกแบน และรัฐอาจไม่สามารถควบคุมจำกัดการขายได้อีกด้วย

แต่ก็ยังมีประเด็นที่ล่อแหลมอย่าง sexbot ที่ถูกออกแบบให้มีรูปร่างเหมือนเด็ก จะเข้าข่ายต้องอยู่ในความควบคุมหรือไม่ ในเมื่อเป็นหุ่นยนต์ ไม่ใช่มนุษย์จริงๆ

“แต่ sex robot ที่รูปลักษณ์เป็นผู้เยาว์ อาจจะเป็นประเด็นที่แตกต่างออกไป แม้จะยังไม่มีหลักฐานแน่ชัดว่ามีการผลิตออกและวางขายในสหรัฐฯแล้วหรือไม่”

นอกจากประเด็นด้านจริยธรรมแล้ว ศจ.เชน ยังมองว่าภาครัฐควรต้องตรวจสอบประเด็นเรื่องความปลอดภัยของผู้ใช้หุ่นยนต์เหล่านี้ เช่น ริมฝีปากที่อาจประกอบด้วยสารตะกั่วหรือสารพิษอื่นๆ การออกแรงของหุ่นยนต์ที่มากไปจนเป็นอันตราย ฯลฯ หรือแม้แต่ประเด็นเรื่องข้อมูลส่วนตัวผู้ใช้ ว่ามีความเสี่ยงต่อการถูกแฮ็กหรือไม่

AHEAD TAKEAWAY

ผลสำรวจในปี 2017 โดย YouGov Omnibus พบว่าชายชาวอเมริกัน 1 ใน 4 ยอมรับว่าสนใจที่จะมีเพศสัมพันธ์กับหุ่นยนต์ และ 52% รับว่ารูปลักษณ์ภายนอกของตัวหุ่นนั้น มีผลต่อการตัดสินใจ

แม้จะยังไม่ชัดเจน แต่ก็มีแนวโน้มว่าผู้คนจะพร้อมเปิดกว้างยอมรับ “สิ่งใหม่ๆ” เพิ่มขึ้น

แต่ในทางกลับกัน ภาครัฐ ก็ยังเลือกที่จะบังคับใช้กฎหมายแบบเดิมๆกับธุรกิจใหม่ๆ ที่เกิดขึ้นพร้อมกับสิ่งใหม่ๆเหล่านี้

เช่น ในปี 2018 สภาเทศบาลเมืองฮุสตัน มีคำสั่งปิดสถานบริการทางเพศ ซึ่งใช้ sex robot เป็นตัวชูโรง ซึ่งถือเป็นการออกกฎหมายบังคับเกี่ยวกับธุรกิจลักษณะนี้เป็นครั้งแรกด้วย

ด้าน ศจ. เชน แม้จะแสดงทัศนะว่าภาครัฐยังขยับตัวช้าเกินไป สำหรับร่างกฎหมายใหม่ๆที่จะรองรับเทคโนโลยีเหล่านี้ ก็ยังมองว่าการสั่งแบนธุรกิจดังกล่าว เป็นการตีความในแง่ลบ โดยปราศจากหลักฐานรองรับ

เพราะปัจจุบันยังไม่พบหลักฐานว่าหุ่นยนต์ประเภทนี้ จะส่งผลกระทบต่อบุคคลหรือสังคมอย่างไร

เช่น ผู้ชายที่ใช้หุ่นยนต์เด็กบำบัดความใคร่ มีแนวโน้มที่จะทำร้ายเด็กจริงๆ หรือไม่?, หุ่นยนต์จะเข้ามาแทนที่มนุษย์ในความสัมพันธ์หรือไม่?, หุ่นยนต์จะเติมเต็มความว่างเปล่าสำหรับผู้ที่อยู่โดดเดี่ยวได้หรือไม่? หรือหญิงสาวบริสุทธิ์จะใช้หุ่นยนต์เพื่อการมีเซ็กส์อย่างปลอดภัย ก่อนมีเพศสัมพันธ์กับมนุษย์จริงๆได้หรือไม่?

แม้ประเด็นนี้ จะยังถือเป็นเรื่องไกลตัว แต่ทีมงาน AHEAD ASIA ก็มองว่านี่เป็นแค่ส่วนหนึ่งของความเปลี่ยนแปลงในสังคม ที่เกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว โดยมีเทคโนโลยีเป็นตัวเร่งปฏิกิริยาเท่านั้น

และในหลายกรณี ก็ต้องถือว่าเกิดขึ้นเร็วจนภาครัฐไม่สามารถขยับตัวตามได้ทัน และมักนำไปสู่การปะทะกันทางความคิด หรือนำกฎหมายแบบเก่าซึ่งไม่ทันเหตุการณ์ หรือเข้ากับบริบทมาบังคับใช้

เหมือนที่กำลังเกิดกับธุรกิจในกลุ่ม sharing economy อย่าง Uber, Grab หรือ Airbnb ที่ก่อให้เกิดการฟ้องร้อง หรือประท้วง จนเป็นปัญหาทั่วโลกอยู่ในขณะนี้

อ่านเพิ่มเติม
SEX ROBOT : ในวันที่ AI ใช้สร้างหุ่นยนต์ให้คนข่มขืน

เรียบเรียงจาก
Laws can’t keep up with sex robots’ ethical and privacy issues

Do You Take This Robot …

1 in 4 men would consider having sex with a robot

Why female sex robots are more dangerous than you think

AHEAD ASIA นวัตกรรม ล้ำหน้า

Subscribe to Our Newsletter

Total
51
Shares
Previous Article
OpenAI

OpenAI สั่งเบรคเผยแพร่ AI สร้างคำอัตโนมัติ หวั่นถูกใช้ในทางผิด

Next Article
Apple

Apple เสียแชมป์บริษัทนวัตกรรมดีเด่น ร่วงจากอันดับ 1 ไป 17 ในปีเดียว

Related Posts