21 มีนาคม 2562

Asus เลือกอากง Pokemon GO เป็นแบรนด์แอมบาสเดอร์ ZenFone

เฉิน ซาน-หยวน คุณปู่เซียนเกม Pokemon GO ชาวไต้หวัน ได้รับเลือกจาก Asus ให้เป็นแบรนด์แอมบาสเดอร์ สำหรับ ZenFone สมาร์ทโฟนของค่ายโดยเฉพาะ

คุณปู่เฉิน ซึ่งโด่งดังในโลกออนไลน์จากการพกสมาร์ทโฟนนับสิบเครื่องด้วยอุปกรณ์ยึดจับพิเศษ เพื่อตระเวนเล่น Pokemon GO ได้รับเลือกจากค่ายเทคโนโลยีใหญ่ของประเทศเพื่อร่วมโปรโมทสินค้าของบริษัท ด้วยจักรยานพิเศษที่ติดตั้ง ZenFone Max Pros รวม 22 เครื่อง ซึ่งจะเป็นการเน้นย้ำจุดเด่นของรุ่นเรื่องแบตเตอรี่ที่ใช้ได้ยาวนาน รวมถึง GPS ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญสำหรับการเล่นเกมนี้

AHEAD TAKEAWAY: แม้อาจไม่ได้รับการว่าจ้างเป็นเงินมหาศาลเหมือนนักเล่นเกมที่เป็นสตรีมเมอร์คนอื่นๆ แต่คุณปู่เฉินก็กลายเป็นอินฟลูเอนเซอร์คนดังจนได้จากภาพของจักรยานที่ติดตั้งสมาร์ทโฟนนับสิบเครื่องไว้เล่นเกมๆนี้โดยเฉพาะ กระทั่งเตะตา Asus ในที่สุด กลับกันแบรนด์ก็จะได้ประโยชน์จากการตั้งคุณปู่เป็นแบรนด์แอมบาสเดอร์ โดยที่อาจไม่ต้องลงทุนมหาศาลจ้างอินฟลูเอนเซอร์ดังๆด้วย

ที่มา: Mashable

รัสเซียแสบใช้ Pokemon Go แทรกแซงเลือกตั้งปธน.สหรัฐฯ

Razer จับมือ Tencent เดินหน้าธุรกิจเกมมือถือ

Razer ผู้ผลิตอุปกรณ์เกมมิ่งเกียร์ชั้นนำ ตกลงเป็นพันธมิตรกับ Tencent ยักษ์ใหญ่ด้านเทคโนโลยีจากจีน เพื่อรุกเข้าสู่อุตสาหกรรมเกมบนสมาร์ทโฟนอย่างเต็มตัว

การประกาศความร่วมมือครั้งนี้ ยังไม่มีการระบุรายละเอียดชัดเจน แต่ มิน เหลียง ตัน ซีอีโอของ Razer ยืนยันว่าบริษัทฯไม่มีแผนจะเปลี่ยนไปทำธุรกิจจัดจำหน่ายเกมแบบ Tencent แต่น่าจะเป็นการนำความเชี่ยวชาญด้านฮาร์ดแวร์ และระบบลอยัลตี้โปรแกรมของบริษัทฯไปเสริมให้กับ Tencent ซึ่งเป็นหนึ่งในผู้จัดจำหน่ายเกมที่ใหญ่ที่สุดในโลกแทน ขณะที่ทาง Tencent น่าจะให้การสนับสนุน Razer ในฐานะผู้ร่วมลงทุน รวมถึงการไท-อินสินค้าต่างๆในอนาคต

AHEAD TAKEAWAY: แม้จะไปได้สวยในฐานะผู้ผลิตอุปกรณ์เกม แต่ Razer ยังไปได้ไม่สวยนักในการปรับตัวเข้าสู่ธุรกิจโมบายล์เกมมิ่ง เพราะ Razer Phone ที่วางตลาดไปทั้งสองรุ่นยังไม่ได้รับการตอบสนองเท่าที่ควร จนมีข่าวลือว่าบริษัทฯได้หยุดพัฒนารุ่นต่อไปแล้ว การจับมือกับ Tencent ที่เชี่ยวชาญในอุตสาหกรรมนี้มากกว่า จึงเป็นทางเลือกที่ดีสำหรับผู้ผลิตฮาร์ดแวร์รายนี้

ที่มา: Techcrunch

Razer เพื่อเกมเมอร์…โดยเกมเมอร์

ยุโรปเสียงแตก หลายชาติเมินคำขู่สหรัฐฯ ไฟเขียว Huawei ร่วมประมูล 5G

สหราชอาณาจักร อิตาลี และ เยอรมนี เมินปฏิบัติตามแรงกดดันจากสหรัฐฯ ในการห้ามประเทศพันธมิตรทำธุรกิจกับ Huawei ด้วยการอนุญาตให้ยักษ์ใหญ่โทรคมนาคมจากจีนสามารถยื่นซองประมูล 5G ได้ตามปกติ

สหรัฐฯเคยขู่เยอรมนีจะลดความร่วมมือด้านข่าวกรองลง หากอนุญาตให้ Huawei ร่วมประมูลด้วย แต่สุดท้าย ยักษ์ใหญ่โทรคมนาคมจากจีนก็ได้รับไฟเขียวให้เข้าร่วมหลังยอมปฏิบัติตามเงื่อนไขที่รัฐบาลเยอรมนีตั้งไว้ เช่นเดียวกับในอิตาลี และสหราชอาณาจักร

AHEAD TAKEAWAY: Huawei ถูกตั้งแง่จากรัฐบาลสหรัฐฯและหลายชาติตะวันตก เพราะความสัมพันธ์กับรัฐบาลจีน แต่นักวิเคราะห์และผู้เกี่ยวข้องในอุตสาหกรรมระบุว่าหากชาติในยุโรปยอมปฏิบัติตามแรงกดันจากสหรัฐฯจริง อาจส่งผลให้การคลังของประเทศนั้นๆอาจเสียผลประโยชน์จากการมีจำนวนผู้เข้าร่วมประมูลลดลง โดยนอกจาก Huawei แล้ว ผู้ให้บริการโทรคมนาคมอีกสองรายที่เป็นแคนดิเดทของการประมูลในยุโรป ก็คือ Nokia และ Ericsson

ที่มา: CNBC

Huawei ปัดข่าวร่วมมือทางการจีนแฮ็กเครือข่ายนานาประเทศ

20 มีนาคม 2562

Google เผยโฉม Stadia ปฏิวัติวงการเกมด้วยการเล่นแบบสตรีมมิ่ง

Stadia แพลตฟอร์มสำหรับเล่นเกมผ่านการสตรีมมิ่ง ผ่านทางเบราเซอร์ Chrome ใกล้เปิดตัวแล้ว โดยคาดว่าจะเริ่มให้นริการได้ในแถบอเมริกาเหนือ และยุโรป ภายในปีนี้

Google พัฒนา Stadia ขึ้น เพื่อให้สามารถเล่นเกมใดๆก็ได้ผ่านการสตรีมมิ่ง (ลักษณะเดียวกับการชมภาพยนตร์บน Netflix) ในระดับความชัด 4K และเฟรมเรทที่ 60FPS ซึ่งจะทำลายข้อจำกัดเรื่องสเปคเครื่อง หรือการแยกแพลตฟอร์ม โดยได้ทดลองเปิดให้ทดสอบการเล่น Assassin’s Creed: Odyssey บนเบราเซอร์ Chrome ไปแล้วครั้งหนึ่งเมื่อปลายปีที่แล้ว

AHEAD TAKEAWAY: หาก Google ผลักดันให้การเล่นเกมผ่านระบบสตรีมมิ่งบนเบราเซอร์เกิดขึ้นจริง จะถือเป็นการปฏิวัติอุตสาหกรรมนี้ครั้งใหญ่ในหลายๆด้าน เช่นจะไม่มีข้อจำกัดเรื่องสเปคเครื่อง หรือการแยกแพลตฟอร์ม (คอนโซล/พีซี) อีกต่อไป มีเพียงความเร็วอินเตอร์เน็ตขั้นต่ำที่ 25 Mbps เท่านั้น ส่วนผู้พัฒนาก็จะสามารถขายเกมได้โดยตรง ผ่าน YouTube หรือ Twitch ซึ่งทาง Google ระบุว่าหากผู้เล่นเห็นเทรลเลอร์เกมแล้วสนใจ ก็สามารถกด Play เพื่อสั่งซื้อ และเริ่มเล่นได้ภายใน 5 วินาที

ที่มา: engadget

https://ahead.asia/2018/10/02/google-ubisoft-streaming-game/

 

Disney ปิดดีลซื้อ 21st Century Fox 2.2 ล้านล้านบาท

Disney บรรลุข้อตกลงในการควบรวมกิจการกับ 21st Century Fox มูลค่า 71,000 ล้านดอลลาร์ หรือราว 2.2 ล้านล้านบาทแล้ว ก่อนเปิดตัวบริการสตรีมมิ่งของตัวเอง Disney Plus ภายในปีนี้

การควบรวมกันครั้งนี้ จะทำให้ Disney ได้คอนเทนต์เพิ่มเติมจากช่อง FX Networks และ National Geographic รวมถึงสิทธิ์ในตัวละคร Marvel อย่างกลุ่ม X-Men และ Deadppol ด้วยแต่จะไม่นับรวม Fox Corp. ซึ่งดูแลธุรกิจอย่าง Fox News, Fox Sports และ Fox Broadcasting โดย Fox Corp. จะยังคงอยู่ในตลาดหลักทรัพย์ต่อไป ภายใต้ชื่อ “FOX” และ “FOXA”

AHEAD TAKEAWAY: การแข่งขันกันเพื่อทุ่มซื้อผู้ผลิตคอนเทนต์ของกลุ่มทุนขนาดใหญ่ แสดงให้เห็นภาพรวมของอุตสาหกรรมโทรทัศน์และภาพยนตร์ที่เปลี่ยนไป โดยเมื่อปีก่อน Time Warner ก็เพิ่งถูกซื้อไปโดย AT&T ซึ่งเป็นธุรกิจกลุ่มเคเบิลและโทรคมนาคม พร้อมเปิดบริการสตรีมมิ่งของตัวเองในชื่อ Watch TV ขณะที่ Disney ก็เตรียมที่จะเปิดตัว Disney Plus เพื่อแข่งขันกับเจ้าตลาดในปัจจุบันอย่าง Netflix และ Amazon ภายในปีนี้ ขณะเดียวกัน ก็เป็นการแสดงให้เห็นแนวโน้มที่ว่ากลุ่มบริษัทใหญ่ๆจะมีอำนาจในการควบคุมตัวธุรกิจคอนเทนต์แบบเบ็ดเสร็จตั้งแต่ต้นทาง คือตัวสตูดิโอผู้ผลิต ไปจนถึงช่องทางการแพร่ภาพ รวมถึงข้อมูลพฤติกรรมผู้ใช้บริการ ซึ่งจะสามารถต่อยอดไปสู่การโฆษณาได้อีกด้วย

ที่มา: Business Insider

https://ahead.asia/2018/11/09/disney-to-streaming-next-year/

 

Instagram เตรียมเพิ่มฟีเจอร์ Checkout สั่งซื้อสินค้าถูกใจได้ทันที

Instagram เตรียมทดลองฟีเจอร์ใหม่ Checkout สำหรับสั่งซื้อสินค้าจากแบรนด์ต่างๆอาทิ Nike และ Revolve ผ่านตัวแอพได้ทันที

วิชาล ชาห์ หัวหน้าฝ่ายผลิตภัณฑ์ของ IG ยังไม่ได้ให้รายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับเรื่องนี้มากนัก แต่ระบุว่าฟีเจอร์นี้จะเป็นการซื้อสินค้าผ่าน Instagram โดยตรง ไม่มีการลิงค์ต่อไปยังหน้าเว็บไซต์ของแบรนด์นั้นๆ แต่คาดว่าจะมีการขยายธุรกิจไปร่วมกับพาร์ทเนอร์อื่นๆเช่น Shopify ในอนาคต

AHEAD TAKEAWAY: แม้จะเป็นเบอร์สองในธุรกิจโฆษณาออนไลน์รองจาก Google รายเดียว แต่ Facebook ก็ยังพยายามหารายได้จากช่องทางอื่นมาทดแทน หนึ่งในนั้นก็คือการ pivot หรือต่อยอดฐานผู้ใช้ที่มี ไปสู่อีคอมเมิร์ซ แต่เมื่อเทียบกัน แอพในเครืออย่าง IG ที่เน้นหนักในเรื่องไลฟ์สไตล์ และอินฟลูเอนเซอร์ ดูจะเหมาะกว่า และการออกฟีเจอร์ Checkout มา ก็จะเป็นการดึงยูสเซอร์ให้อยู่ในแพลตฟอร์มแบบครบวงจร โดยไม่ทำให้ข้อมูลสำคัญหลุดไป ไม่ว่าจะไปอยู่ในมือแบรนด์ต่างๆ หรืออีคอมเมิร์ซอื่นๆที่ถือเป็นคู่แข่งโดยตรง

ที่มา: South China Morning Post

หลังฉาก Instagram : เมื่อสองผู้ก่อตั้งหัก Zuckerberg

19 มีนาคม 2562

ก.ล.ต.สหรัฐฯ ฟ้องเอาผิด อีลอน มัสก์ ทวีตป่วนตลาดหุ้นแล้ว

SEC หรือ ก.ล.ต.สหรัฐฯ เดินหน้ายื่นฟ้องเอาผิด อีลอน มัสก์ แล้ว จากกรณีทวีตข้อมูลเรื่องยอดผลิตรถของ Tesla ในปี 2019 โดยไม่ผ่านการตรวจสอบของทนายความตามคำสั่งศาล ระบุเป็นการให้ข้อมูลที่ชี้นำนักลงทุนในตลาดหลักทรัพย์

ย้อนไปเมื่อ 20 ก.พ. มัสก์ ทวีตข้อความว่า “Tesla ผลิตรถได้ 0 คันในปี 2011 แต่จะผลิตได้ 5 แสนคันในปี 2019” และถูกตีความโดย SEC ว่าเป็นการให้ข้อมูลที่ชี้นำนักลงทุน โดยไม่ผ่านการตรวจสอบจากทนายความตามคำสั่งศาล

แม้ซีอีโอชาวแอฟริกาใต้ รวมถึงทางบริษัทจะยืนยันว่าเป็นข้อมูลชุดเดียวกับที่เคยเผยแพร่ในเอกสารถึงผู้ถือหุ้นตอนปลายเดือนมกราคม แต่ล่าสุด SEC ก็ยืนกรานที่จะเอาผิด มัสก์ เช่นเดิม โดยระบุว่านับแต่ตกลงยอมความกับ SEC ด้วยการลงจากตำแหน่งประธานฯปลายปีที่แล้ว มัสก์ ไม่เคยปฏิบัติตามคำสั่งศาลเรื่องการปรึกษาทนายความก่อนทวีตข้อมูลของ Tesla แม้แต่ครั้งเดียว

AHEAD TAKEAWAY: มัสก์ กับ SEC นั้นเป็นไม้เบื่อไม้เมากันมาตลอด นับแต่ฝ่ายแรกถูกเอาผิดเรื่องการทวีตว่ามีแผนนำ Tesla ออกจากตลาดหลักทรัพย์ จนต้องลงจากตำแหน่งประธานฯ ซึ่งเจ้าตัวก็ยังไม่หยุดเหน็บแนม ก.ล.ต. เป็นระยะว่าเป็นองค์กรที่มีปัญหา และมีอคติกับตน ซึ่งในแง่หนึ่ง การท้าทายในลักษณะนี้ ก็ย่อมทำให้ SEC ต้องเพ่งเล็งเจ้าตัวเป็นพิเศษ ขณะเดียวกัน มัสก์ ก็ควรยอมรับด้วยว่า Tesla นั้นเป็นบริษัทมหาชน การให้ข่าวใดๆจะส่งผลกระทบในวงกว้างมากกว่าบริษัทอื่นๆที่เจ้าตัวบริหารอยู่ ไม่ว่าจะเป็น SpaceX หรือ The Boring Company

ที่มา: CNN Business

นักวิเคราะห์คาด อีลอน มัสก์ อาจถูกบีบพ้น Tesla หลังทวีตท้าทาย ก.ล.ต. สหรัฐ

ญี่ปุ่นหนุนติดตั้ง AI ในอาวุธสงคราม

รัฐบาลญี่ปุ่น หันมาสนับสนุนการติดตั้งปัญญาประดิษฐ์ในอาวุธสงคราม โดยเตรียมเสนอให้มีการแก้ไขสนธิสัญญาระหว่างประเทศ LAWS หรือ lethal autonomous weapons systems ระหว่างการประชุม อนุสัญญาว่าด้วยการห้ามใช้อาวุธตามแบบบางชนิด (CCW) ของสหประชาชาติในเร็วๆนี้

ที่ผ่านมา มีความพยายามจากชาติในยุโรป แอฟริกา และละตินอเมริกา ที่ไม่ต้องการให้ติดตั้ง AI ในอาวุธสงครามที่เรียกกันว่าหุ่นยนต์สังหาร (killer robots) แต่ก็ยังไม่สามารถหาข้อสรุปในระดับนานาชาติได้ เนื่องจากชาติมหาอำนาจอย่างสหรัฐฯและรัสเซีย ซึ่งกำลังพัฒนาเทคโนโลยีนี้อยู่ ไม่ตอบสนอง

แต่ล่าสุด แหล่งข่าวอ้างว่า รัฐบาลญี่ปุ่นไม่สามารถมองข้ามการพัฒนาอาวุธดังกล่าวได้ และเตรียมเสนอให้มีการแก้ไขสนธิสัญญาระหว่างประเทศ ซึ่งจะเป็นตัวแปรสำคัญในการหารือเรื่องนี้ในระดับนานาชาติต่อไป

AHEAD TAKEAWAY: เดิมการนำ AI มาติดตั้งในอาวุธสงครามนั้นเป็นประเด็นที่ถกเถียงกันมาก เพราะเกรงกันว่าอาวุธซึ่งมีความแม่นยำสูง และปฏิบัติตามคำสั่งโดยไม่มีการยับยั้งชั่งใจแบบมนุษย์ จะมีส่วนก่อให้เกิดสงครามได้ง่ายขึ้น และลุกลามได้เร็วกว่าเดิม แต่คาดว่าเหตุผลหนึ่งที่ ญี่ปุ่นต้องการให้เทคโนโลยีนี้มีการพัฒนาต่อ เพื่อเตรียมรับมือจีน ที่กำลังขยายอิทธิพลในภูมิภาค อินโดแปซิฟิก อย่างต่อเนื่อง ขณะที่กำลังพลของญี่ปุ่น ซึ่งเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุก็ถดถอยลงเรื่อยๆ

ที่มา: Japan Today

นักวิจัย AI จาก 30 ประเทศร่วมต่อต้านโปรเจกต์หุ่นยนต์นักฆ่า

นักวิจัยสแตนฟอร์ดพบวิธีเปลี่ยนน้ำทะเลเป็นพลังงาน

ทีมนักวิจัยจากมหาวิทยาลัยสแตนฟอร์ด ค้นพบวิธีดึงพลังงานไฮโดรเจนจากน้ำทะเลมาใช้ประโยชน์ ซึ่งจะเป็นจุดเริ่มต้นของการพัฒนาพลังงานหมุนเวียนรูปแบบใหม่ จากแหล่งพลังงานที่มีไม่จำกัดอย่างมหาสมุทร

เดิมกระบวนแยกไฮโดรเจนและก๊าซจากน้ำ หรือ electrolysis สามารถทำได้เฉพาะในน้ำบริสุทธิ์เท่านั้น แต่ทีมวิจัยซึ่งนำโดย หงจี้ ไถ ศาสตราจารย์ด้านเคมีจากสแตนฟอร์ด ค้นพบวิธีที่จะแยกไฮโดรเจนจากน้ำที่มีเกลือเป็นส่วนประกอบได้แล้ว แต่กระบวนการนี้ยังไม่มีการทดสอบนอกห้องแล็บ

AHEAD TAKEAWAY: ปัจจุบัน การพัฒนาและวิจัยหาพลังงานทางเลือกใหม่ๆ เพื่อทดแทนน้ำมัน ก๊าซธรรมชาติ และถ่านหิน ยังคงดำเนินไปอย่างต่อเนื่อง นอกจากพลังงานไฟฟ้า และนิวเคลียร์แล้ว ไฮโดรเจนก็เป็นอีกตัวเลือกหนึ่งที่น่าสนใจ โดยเฉพาะการสกัดไฮโดรเจนจากน้ำ และน้ำทะเล เพราะหากทำได้จริง ก็จะเท่ากับการค้นพบแหล่งพลังงานมหาศาลบนโลกใบนี้โดยปริยาย

ที่มา: engadget

10 เทคโนโลยีพลิกโลก ในทรรศนะ บิล เกตส์

18 มีนาคม 2562

วัยรุ่นอเมริกันคุยกันในห้องเรียนผ่าน Google Docs

เว็บไซต์ The Atlantic เผยนักเรียนมัธยมในสหรัฐฯ ประยุกต์ใช้โปรแกรม Google Docs สนทนากันในห้องเรียน เมื่อไม่ได้รับอนุญาตให้พกสมาร์ทโฟนติดตัว

Google Docs เป็นโปรแกรมเอกสารที่ผู้ใช้สามารถเชิญให้คนอื่นๆ แก้ไขเอกสารได้บนคลาวด์ ผ่านอุปกรณ์ต่างๆ ทำให้วัยรุ่นอเมริกันบางราย ซึ่งถูกห้ามใช้สมาร์ทโฟนหรือโซเชียลมีเดีย หันมาประยุกต์ใช้โปรแกรมนี้ในการแอบคุยกับเพื่อนๆแทน โดยมีทริกเล็กๆน้อยๆเพื่อหลีกเลี่ยงไม่ให้ครูหรือพ่อแม่รู้ว่าเป็นการแชทกัน

AHEAD TAKEAWAY: ทรัพยากรที่จำกัด หลายครั้งจะนำไปสู่การสร้างสรรค์สิ่งใหม่ๆเสมอ การประยุกต์ใช้โปรแกรมแบบนี้ เป็นอีกหนึ่งตัวอย่างของวัยรุ่นที่พยายามหาทางออกแปลกๆจากโจทย์ที่เกิดขึ้น เหมือนที่เคยมีข่าวเด็กหญิงชาวจีนคนหนึ่งใช้เงินแต๊ะเอียหาซื้อหุ่นยนต์คัดลายมือมาช่วยทำการบ้านที่เยอะจนทำไม่ไหว แม้มันอาจจะดูเป็นวิธีที่นอกลู่นอกทางไปบ้าง แต่แทนที่พ่อแม่จะตำหนิหรือลงโทษเพียงอย่างเดียว ก็สามารถมองว่านี่เป็นมุมมองที่น่าสนใจในการแก้ปัญหา แทนที่จะยึดติดกับวิธีเดิมๆ ซึ่งมักจะจบลงด้วยการให้ผลแบบเดิมๆ

ที่มา: Digital Trends

ทรัมป์ปัดไม่ใช้รถไร้คนขับเด็ดขาด

แหล่งข่าวใกล้ชิดประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ เผยผู้นำสหรัฐฯไม่เชื่อมั่นในเทคโนโลยีรถไร้คนขับ โดยย้ำว่าจะไม่ยอมใช้งานเด็ดขาด พร้อมเหน็บว่าความพยายามของอุตสาหกรรมรถยนต์ในการผลักดันเรื่องนี้จะล้มเหลวด้วย

ผู้นำสหรัฐฯไม่เคยแสดงความเห็นถึงเรื่องนี้ในที่สหรัฐฯ แต่เว็บไซต์ Axios เผยว่าได้ข้อมูลนี้จากการพูดคุยกับคนใกล้ชิด ทรัมป์ อย่างน้อยสี่ราย ซึ่งยืนยันว่า ทรัมป์ ไม่เชื่อมั่นในเทคโนโลยีนี้ พร้อมปฏิเสธที่จะขึ้นไปนั่งในรถ Tesla ของคนใกล้ชิด ซึ่งมีระบบออโต้ไพล็อตอยู่ด้วย

AHEAD TAKEAWAY: ผู้นำสหรัฐฯคนปัจจุบัน มักถูกเพ่งเล็งว่าไม่ค่อยมีความรู้ในเรื่องเทคโนโลยีมากนัก เห็นได้จากการใช้สมาร์ทโฟนรุ่นเก่าอย่าง Galaxy S3 หรือระบบฝากข้อความด้วยเสียง มากกว่าการใช้แอพพลิเคชั่นส่งข้อความ ในอีกแง่หนึ่ง การปล่อยข่าวลักษณะนี้ออกมา ก็คล้ายเป็นการเรียกคะแนนเสียงจากผู้ใช้แรงงานในประเทศด้วย เพราะรถยนต์ไร้คนขับจะส่งผลให้มีการลดการจ้างงานเป็นจำนวนมากอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ โดยเฉพาะในหมู่พนักงานขับรถ

ที่มา: BGR

15 มีนาคม 2562

2 ผู้บริหารหลักลา Facebook กะทันหัน

คริส ค็อกซ์ และ คริส แดเนียลส์ สองผู้บริหารคนสำคัญ ยื่นใบลาออกจาก Facebook กะทันหัน ไม่ถึงสัปดาห์หลัง มาร์ค ซัคเกอร์เบิร์ก ประกาศทิศทางบริษัทใหม่ ไปเน้นการรับส่งข้อความส่วนตัวมากขึ้น

ค็อกซ์ ซึ่งอยู่กับบริษัทมานานกว่าสิบปี มีบทบาทในการดูแลแอพหลักทั้งหมดของบริษัท ในฐานะซีพีโอ (chief product officer) และได้รับการคาดหมายว่าจะขึ้นเป็นซีอีโอคนต่อไป หาก ซัคเกอร์เบิร์ก วางมือ ส่วน แดเนียลส์ รองประธานของ Whatsapp เพิ่งได้รับมอบหมายให้ดูแล ตัวแอพฯแทน ยาน คูม ผู้ก่อตั้งที่เพิ่งลาออกไปเมื่อกลางปีที่แล้ว

ซัคเกอร์เบิร์ก ไม่ได้ระบุถึงเหตุผลในการลาออกของทั้งคู่ เพียงแต่ประกาศว่า วิลล์ แคธคาร์ท ซึ่งปัจจุบันดูแลแอพ Facebook จะย้ายมาดูแล Whatsapp และให้ ฟิดจิ ซิโม เลื่อนขั้นมาดูแล Facebook แทน ส่วนตำแหน่งของ ค็อกซ์ จะไม่มีการตั้งใครมาแทนที่ โดยผู้บริหารหลักของแต่ละแอพฯ จะรายงานเรื่องทั้งหมดตรงถึงตนแทน

ที่มา: The Verge

AHEAD TAKEAWAY: แม้จะไม่เป็นที่พูดถึงมากนัก เพราะภาพจำของ FB มีเพียง มาร์ค ซัคเกอร์เบิร์ก และ เชอรีล แซนด์เบิร์ก แต่ คริส ค็อกซ์ คือหนึ่งในวิศวกรหลักที่อยู่กับบริษัทตั้งแต่ยุคตั้งไข่ หนึ่งในผลงานสำคัญของเจ้าตัวก็คือ NewsFeed ฟีเจอร์หลักของแพลตฟอร์มจนทุกวันนี้นั่นอง

WIRED อ้างว่าได้พูดคุยกับพนักงานรายหนึ่งของ Facebook พร้อมตั้งสมมติฐานการลาออกของ ค็อกซ์ ว่าน่าจะเกิดจากปัญหาที่ระบบของแพลตฟอร์มไม่สามารถกรองข่าวปลอมหรือเฮทสปีช จากข้อมูลปริมาณมหาศาลในแต่ละวันได้ ซึ่งเป็นปัญหาหลักของ FB ในปัจจุบัน จนอาจเป็นเหตุผลให้ ซัคเกอร์เบิร์ก เตรียมเปลี่ยนรูปแบบให้บริการไปเน้นการรับส่งข้อความส่วนบุคคลผ่านการเข้ารหัส ซึ่งควบคุมได้ง่ายกว่า

หลังฉาก Instagram : เมื่อสองผู้ก่อตั้งหัก Zuckerberg

คนอเมริกันส่วนใหญ่ไม่กล้านั่งรถไร้คนขับ

ผลสำรวจล่าสุด โดยสมาคมอุตสาหกรรมยานยนต์อเมริกัน (AAA) พบชาวอเมริกันร้อยละ 73 ยอมรับว่ากลัวที่จะต้องโดยสารบนรถไร้คนขับ ซึ่งเป็นตัวเลขที่เพิ่มขึ้นจากปี 2017 หลังเกิดอุบัติเหตุจนมีคนเสียชีวิตที่แอริโซนาเมื่อปีที่แล้ว

ในรายงานเดียวกันยังระบุว่าพ่อแม่ผู้ปกครองเพียง 19% ที่พร้อมวางใจให้ลูกๆของตนใช้บริการรถไร้คนขับ แต่ 44% เห็นด้วยกับการนำเทคโนโลยีนี้มาใช้บริการดีลิเวอรี่ และ 53% เห็นด้วยกับการนั่งรถบัสไร้คนขับที่มีเส้นทางแน่นอน เช่นการเดินทางไปสนามบิน หรือวิ่งในธีมพาร์ค

อย่างไรก็ตาม 55% ของผู้ทำแบบสำรวจ เชื่อว่ารถไร้คนขับเป็นเทคโนโลยีที่เลี่ยงไม่ได้ และระบบอัตโนมัติจะถูกติดตั้งในรถทุกคน ภายในปี 2029

AHEAD TAKEAWAY: ผลสำรวจของ AAA นั้นใกล้เคียงกับ Survey Monkey เมื่อปีที่แล้ว ซึ่งส่วนหนึ่งน่าจะเกิดจากอุบัติเหตุระหว่างการทดสอบรถของ Uber จนมีผู้เสียชีวิต แม้ท้ายที่สุด จะได้ข้อสรุปว่าทาง Uber ไม่ผิดก็ตาม (ผู้เสียชีวิตไม่ได้ข้ามรถตรงทางข้าม และตัดหน้ารถกะทันหัน) ซึ่งน่าจะต้องใช้เวลาอีกพอสมควรในการพัฒนาเทคโนโลยี รวมถึงทำความเข้าใจกับคนหมู่มาก ว่าสถิติอุบัติเหตุบนท้องถนนโดยคนนั้นสูงกว่ารถไร้คนขับ

ผลสำรวจ AVRI เผย สิงคโปร์ รั้งอันดับ 2 ประเทศพร้อมใช้รถไร้คนขับ เนเธอร์แลนด์ เบอร์หนึ่งสองปีซ้อน

สนามบินคลีฟแลนด์เช็กอินด้วยระบบสแกนตา+ลายนิ้วมือ

สนามบินนานาชาติคลีฟแลนด์ ฮอปกินส์ ในสหรัฐฯ แก้ปัญหาการเข้าคิวเพื่อเช็กอินด้วยการนำเทคโนโลยีสแกนตาและลายนิ้วมือมาใช้แทนแล้ว

ระบบเช็กอินที่นำมาใช้ เรียกว่า Clear โดยผู้ใช้งานจะต้องเข้าไปลงทะเบียนออนไลน์ล่วงหน้าที่ Clearme.com หรือคีออสก์ที่มีพนักงานประจำอยู่ (มีค่าบริการสมาชิกเดือนละ 15 ดอลลาร์)

จากนั้น จะสามารถทำการสแกนตาและลายนิ้วมือในการเช็กอินได้ทันทีที่ตู้ของ Clear ภายในสนามบิน โดย คลีฟแลนด์ นับเป็นสนามบินในสหรัฐฯ แห่งที่ 28 แล้วที่นำเทคโนโลยีนี้มาใช้ เพื่อช่วยลดระยะเวลาในการเช็กอินของผู้โดยสารที่สนามบิน

ที่มา: NEWS 5 CLEVELAND

AHEAD TAKEAWAY: ปัจจุบันเทคโนโลยีไบโอเมตริกส์ ที่ใช้ตรวจสอบลักษณะเฉพาะบุคคล เพื่อระบุตัวตนนั้น มีการนำมาใช้อย่างแพร่หลายมากขึ้น โดยเฉพาะการรองรับผู้โดยสารจำนวนมากในระบบขนส่งมวลชน ซึ่งในอนาคต ยังสามารถขยายไปสู่ธุรกิจอื่นๆได้ด้วย เช่นในปีหน้า ระบบ Clear ก็จะถูกนำไปใช้สำหรับการเช็กอินของผู้ชม ในเกมออลสตาร์ของเมเจอร์ลีกเบสบอลด้วย

รถใต้ดินปักกิ่งใช้ Bio-ID รองรับผู้โดยสารช่วงพีกไทม์

14 มีนาคม 2562

Google เปิดตัว ‘ Lookout’ แอพเพื่อผู้มีปัญหาการมองเห็น

Lookout แอพพลิเคชั่นจาก Google ซึ่งใช้เทคโนโลยี AI สำหรับจับภาพวัตถุ เพื่อแจ้งแก่ผู้ใช้ โดยเน้นเจาะกลุ่มผู้พิการทางสายตา เปิดให้ดาวน์โหลดและใช้งานแล้ว โดยในช่วงแรกยังจำกัดเฉพาะผู้มีสมาร์ทโฟน Pixel ในสหรัฐฯเท่านั้น

นอกจากการระบุวัตถุที่อยู่เบื้องหน้า ตัวแอพยังสามารถอ่านข้อความและป้ายบอกทาง สแกนบาร์โค้ด และระบุสกุลเงินได้อีกด้วย ซึ่งได้รับการตอบสนองในเชิงบวกจากกลุ่มผู้ทดลองใช้ แต่ Google ยอมรับว่าการทำงานของแอพฯเวอร์ชั่นปัจจุบัน ยังไม่สมบูรณ์ 100%

ส่วนกำหนดเปิดให้ใช้งานในระบบปฏิบัติการอื่นๆ รวมถึงในประเทศอื่นยังไม่มีการระบุไว้แต่อย่างใด

ที่มา: The Verge

AHEAD TAKEAWAY: แม้เทคโนโลยีปัจจุบันจะก้าวไปไกลมากแล้ว แต่ผู้มีปัญหาทางการมองเห็นทั่วโลกเกือบ 300 ล้านคน กลับเป็นคนส่วนน้อยที่ไม่ค่อยได้รับประโยชน์จากการพัฒนาอุปกรณ์ต่างๆมากนัก การพัฒนาแอพที่อุดช่องว่างตรงจุดนี้ของ Google จึงนับเป็นอีกก้าวที่จะช่วยลดช่องว่างดังกล่าว

นวัตกรรมเพื่อผู้พิการทางสายตา

 

Dot: สมาร์ทดีไวซ์เพื่อผู้พิการทางสายตาและความเท่าเทียม

ลือ EA จ้าง ‘Ninja’ 1 ล้านดอลลาร์ เล่น Apex Legends

เผย Electronic Arts ลงทุนจ้าง ไทเลอร์ บเลวินส์ หรือ Ninja สตรีมเมอร์คนดังแห่งยุค เป็นเงินถึง 1 ล้านดอลลาร์ หรือราว 32 ล้านบาท ให้ร่วมเล่น Apex Legends เกมแนวแบทเทิลรอยัลตัวล่าสุดของบริษัทฯ ในวันแรกที่เปิดตัว เมื่อ 5 ก.พ. เพื่อดึงกระแสในหมู่เกมเมอร์

Ninja เป็นสตรีมเมอร์รายแรกๆที่มีส่วนร่วมกับเกมนี้ จนจุดกระแสให้ Apex Legends ทำลายสถิติยอดผู้ชมบน Twitch ในเดือนกุมภาพันธ์ แซงหน้า Fortnite ที่ครองอันดับหนึ่งมานานเกือบปีได้สำเร็จ ด้วยยอดคนดูในช่วงพีคถึง 670,000 คน และมี minute watch รวมกันถึง 11 ล้านชั่วโมงในเวลาแค่เดือนเดียว รวมถึงมีผู้เล่นลงทะเบียนรวมกันเกิน 50 ล้านคนแล้ว

ที่มา: engadget

AHEAD TAKEAWAY: ความสำเร็จของ Ninja เป็นอีกครั้งที่ย้ำว่านี่คือยุคทองของบรรดาอินฟลูเอนเซอร์ทั้งหลาย เพราะยิ่งคุณมีผู้ติดตามมากเท่าไหร่ โอกาสที่แบรนด์พร้อมจะลงทุนโฆษณากับคุณก็สูงมากขึ้นเท่านั้น ในทางกลับกันก็เป็นการลงทุนที่คุ้มค่าสำหรับแบรนด์ด้วย เพราะเป็นการสื่อสารที่ตรงกลุ่มเป้าหมายที่สุด มากที่สุด โดยลงทุนน้อยที่สุด ถ้าเทียบกับการทุ่มงบโฆษณาแบบเดิมๆที่มีปัจจัยอื่นๆเข้ามาเกี่ยวข้อง

เบโซส ยังรั้งเบอร์หนึ่งรวยที่สุดโลก ไคลี เจนเนอร์ ทุบสถิติบิลเลียนแนร์อายุน้อย

Cristiano Ronaldo อินฟลูเอนเซอร์ตัวพ่อ

Fortnite กวาดรายได้ 8 หมื่นล้าน ครองแชมป์เกมทำเงินสาย Free To Play ปี 2018

แทรฟฟิก Tumblr หล่นวูบ หลังแบนรูปนู้ด

เผยตัวเลขแทรฟฟิก (ปริมาณผู้ชมที่คลิกเข้ามาในเว็บไซต์) ของ Tumblr นับแต่ประกาศแบนภาพเปลือยและคอนเทนต์สำหรับผู้ใหญ่ หายไปกว่า 100 ล้านวิว หรือคิดเป็น 17% ภายในเวลาแค่เดือนเดียว

ข้อมูลจาก SimilarWeb ระบุว่าในเดือนธันวาคม ยอดเพจวิวใน Tumblr มีสูงถึง 521 ล้านด้วยกัน แต่หลังมีคำสั่งแบนภาพเปลือยต่างๆ ยอดวิวก็ตกลงเหลือเพียง 437 ล้านเพจวิวเท่านั้น

AHEAD TAKEAWAY: การตัดสินใจของผู้บริหาร Tumblr ที่สั่งแบนรูปนู้ดต่างๆในเว็บไซต์และแอพ เป็นพราะไม่มีทางเลือก หลังถูกถอดออกจาก App Store เพราะวิศวกรของ Apple พบภาพเปลือยของเด็กในเว็บไซต์ ซึ่งขัดต่อกฎของบริษัทฯนั่นเอง อย่างไรก็ตาม การสั่งแบนคอนเทนต์สำหรับผู้ใหญ่ทุกประเภท ก็ส่งผลกระทบต่อทางเว็บโดยตรง เพราะที่ผ่านมา Tumblr เป็นโซเชียลเน็ตเวิร์คที่ กลุ่มผู้ใหญ่ รวมถึง LGBTQ ใช้เพื่อแลกเปลี่ยนคอนเทนต์ประเภทนี้ ซึ่งเป็นเรื่องที่ไม่อาจทำได้ในโซเชียลอื่นๆที่มีคนในครอบครัวอยู่นั่นเอง

ที่มา: TNW

Pornhub เปิดตัว VPNhub ท่องเว็บไม่ระบุตัวตน

13 มีนาคม 2562

Grab ขึ้นชั้นสตาร์ทอัพมูลค่าสูงสุดอาเซียน หลังระดมทุนครั้งล่าสุด

Grab ผู้ให้บริการ ride-hailing จากสิงคโปร์ ขึ้นชั้นเป็นสตาร์ทอัพมูลค่าสูงสุดของอาเซียนแล้ว หลัง Tech Crunch ประเมินว่าปัจจุบัน บริษัทมีมูลค่าไม่ต่ำกว่า 14,000 ล้านดอลลาร์ (4.4 แสนล้านบาท) หลังได้เงินสนับสนุนเพิ่มอีก 1.46 พันล้านดอลลาร์ (4.6 หมื่นล้านบาท) ในการระดมทุนรอบ Series H ครั้งล่าสุด

การระดมทุนรอบนี้ Grab ได้เงินสนับสนุนเพิ่มจาก Toyota, Booking Holdings, Microsoft และ Hyundai เท่ากับว่านับแต่ก่อตั้งจนถึงปัจจุบัน บริษัทระดมทุนได้แล้วกว่า 7,500 ล้านดอลลาร์ (2.37 แสนล้านบาท)

AHEAD TAKEAWAY: ปัจจุบัน Grab พยายามต่อยอดธุรกิจของตัวเองไปมากกว่าแค่การเรียกรถ เช่น บริการส่งอาหาร ส่งพัสดุ รวมถึงจับมือกับพันธมิตรในประเทศต่างๆ เพื่อขยายรูปแบบบริการ โดยในไทยนั้น บริษัทมีพาร์ทเนอร์อย่าง KBank, Shopee รวมถึงกลุ่ม Central เพื่อให้พร้อมแข่งขันกับ Go-Jek จากอินโดนีเซีย ซึ่งเริ่มให้บริการในประเทศอื่นๆ อาทิ เวียดนาม สิงคโปร์ และไทย (ในชื่อ Get) แล้ว

ที่มา: Mashable

Grab ต่อยอดแพลตฟอร์มครบวงจร ตั้งเป้ารายได้แตะ3หมื่นล้านก่อนสิ้นปี

นักวิทย์เตือนคนใช้หูฟังไวร์เลสเสี่ยงมะเร็ง

นักวิทยาศาสตร์กว่า 250 คน ร่วมลงนามในหนังสือคำร้อง ส่งถึง UN และองค์กรอนามัยโลก เร่งหาแนวทางป้องกัน หลังพบว่าสนามแม่เหล็กไฟฟ้าชนิดไม่ก่อไอออน หรือ EMF จากหูฟังไวร์เลส มีแนวโน้มก่อมะเร็ง และอาการป่วยต่างๆแก่ผู้ใช้งาน

ในหนังสือคำร้องดังกล่าวอ้างผลวิจัยในการทดลองกับสัตว์ ที่พบว่า EMF นั้นส่งผลต่ออวัยวะต่างๆในร่างกาย แม้จะอยู่ในระดับต่ำกว่าเกณฑ์บังคับใช้ในระดับนานาชาติก็ตาม พร้อมระบุว่าหูฟังไวร์เลสที่เชื่อมต่อกับสมาร์ทโฟนหรือคอมพิวเตอร์ด้วยบลูทูธ จัดเป็นอุปกรณ์ที่อยู่ในข่ายเสี่ยงต่อการก่อมะเร็ง และปัญหาสุขภาพอื่นๆ เนื่องจาก EMF จะถูกแผ่ไปยังส่วนที่ละเอียดอ่อนภายในหูจากระยะใกล้ชิด

อย่างไรก็ตาม ก็มีนักวิจัยบางส่วนไม่เห็นด้วยกับผลวิจัยและหนังสือคำร้องนี้ โดยระบุว่าความเสี่ยงเดียวของการใช้หูฟัง (ทั้งไวร์เลส และทั่วไป) คือการสูญเสียการได้ยินเพราะเสียงที่ดังเกินไปต่อเนื่องเป็นเวลานานเท่านั้น

AHEAD TAKEAWAY: ยังเป็นประเด็นที่ถกเถียงกันมาตลอดว่ารังสีและสนามแม่เหล็กต่างๆ อาทิ สัญญาณไวไฟ สัญญาณโทรศัพท์ และบลูทูธ จากอุปกรณ์อิเลคทรอนิคส์รอบตัวเรานั้น มีอันตรายจริงหรือไม่ และมากน้อยแค่ไหน ซึ่งทุกครั้งที่มีการหยิบยกประเด็นนี้ขึ้นมา ก็จะมีการนำข้อมูลอีกด้านมาหักล้างกันตลอด แต่ตัวเลขหนึ่งที่น่าสนใจก็คือแม้จะมีข่าวทำนองนี้มาตลอด แต่ก็ไม่ได้กระทบกับยอดขายหูฟังไวร์เลส รวมถึงแนวทางการพัฒนาสมาร์ทโฟนรุ่นใหม่ๆที่ถอดช่องออดิโอแจ๊ค 3.5 มม.ออกแต่อย่างใด เฉพาะ AirPods นั้น ในปี 2018 มียอดขายถึง 28 ล้านคู่ หรือเพิ่มจากปี 2017 เกือบ 100% เลยทีเดียว

ที่มา: The Blaze

Apple เสียแชมป์บริษัทนวัตกรรมดีเด่น ร่วงจากอันดับ 1 ไป 17 ในปีเดียว

GM ขยายแผนกรถไร้คนขับเพิ่มอีกเท่าตัว

General Motors ยักษ์ใหญ่ในอุตสาหกรรมรถยนต์ของโลก เตรียมจ้างพนักงานใหม่อีก 1,000 คนภายใน 9 เดือนจากนี้ เพื่อเข้าทำงานใน Cruise แผนกพัฒนารถไร้คนขับของบริษัทฯ คิดเป็นจำนวนเท่าตัวของพนักงานที่มีในปัจจุบันเลยทีเดียว

ปัจจุบัน การพัฒนารถไร้คนขับของ GM ยังล่าช้าและทำได้ไม่ถึงเป้าที่ตั้งไว้ ไม่ว่าจะเป็นระยะทางในการทดสอบ หรือปัญหาในการตรวจจับคนเดินถนน และมักหยุดกะทันหันทั้งที่ไม่มีจักรยานหรือวัตถุอื่นอยู่ใกล้ๆ การยกเครื่องทีมวิศวกรใหม่ จึงเป็นความพยายามที่จะผลักดันให้แผนกบรรลุตามโรดแมพที่วางไว้ให้ได้

AHEAD TAKEAWAY: รถไร้คนขับดูจะเป็นเทคโนโลยีใหม่ที่ผู้ผลิตทุกรายเห็นพ้องกัน มากกว่าแหล่งพลังงานที่ยังเสียงแตกกันอยู่ ทั้ง ไฟฟ้า (EV), ไฮบริด หรือ ไฮโดรเจน นั่นคือเหตุผลว่าทำไม GM ถึงยังไม่ยุบ Cruise ทั้งที่ปัจจุบันยังตามหลังบริษัทอื่นๆอยู่ ซึ่งทางบริษัทฯมีเป้าหมายที่จะเปิดตัวแท็กซี่ไร้คนขับให้ได้ก่อนสิ้นปี รวมถึงต่อยอดบริการอื่นๆผ่านความร่วมมือกับ Lyft และ DoorDash ในบริการรับส่งและดีลิเวอรี่สินค้าด้วย

ที่มา: engadget

GM โดนฟ้องคดีรถไร้คนขับชนสองล้อ

 

12 มีนาคม 2562

สหรัฐฯขู่เยอรมนีลดความร่วมมือถ้าอนุญาต Huawei ร่วมเครือข่าย 5G

ริชาร์ด เกรเนลล์ เอกอัครราชฑูตสหรัฐฯ ประจำเยอรมนี ออกจดหมายขู่ จะลดความร่วมมือด้านข่าวกรองกับเยอรมนี หากอนุญาตให้ Huawei เข้าร่วมประมูลสัญญาสร้างเครือข่าย 5G เพราะหวั่นการถูกสอดแนม

Huawei ถูกเพ่งเล็งจากรัฐบาลสหรัฐเป็นพิเศษ ว่าอาจมีส่วนรู้เห็นเรื่องให้ความช่วยเหลือแก่รัฐบาลจีนในการสอดแนม และขยายขอบเขตการแบนไปยังประเทศพันธมิตรอื่นๆ ทั้งหลายชาติในยุโรป รวมถึงออสเตรเลีย

ขณะที่จดหมายดังกล่าวนั้น เกิดขึ้นภายหลัง BNetzA สำนักงานเครือข่ายรัฐบาลกลางเยอรมนี ไม่ได้ประกาศตัดชื่อ Huawei จากบริษัทที่มีสิทธิ์ประมูลสัญญาสร้างเครือข่าย 5G หลังบริษัทฯตอบรับเงื่อนไข ว่าจะไม่ส่งมอบข้อมูลใดๆต่อทางการจีน และยอมรับการตรวจสอบจากรัฐบาลของชาติต่างๆในสหภาพยุโรป

AHEAD TAKEAWAY: Huawei นั้นถูกบีบโดยรัฐบาลสหรัฐฯอย่างต่อเนื่อง ทั้งการห้ามเจ้าหน้าที่รัฐใช้งานสินค้าในเครือ ก่อนจะขยายไปสู่การจับกุมนางเมิ่ง หว่านโจวที่แคนาดา ตามใบสั่งทางการสหรัฐฯ ซึ่งลงเอยด้วยการตั้งข้อหากว่า 23 กระทง ไล่ตั้งแต่การละเมิดคว่ำบาตรอิหร่าน ฉ้อโกง ไปจนถึงการขโมยข้อมูล แต่ทางบริษัทฯก็ตอบปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา โดยยืนยันว่าไม่มีมูลความจริง ซึ่งหากเรื่องนี้ยืดเยื้อ ก็อาจกระทบต่อภาพลักษณ์ของบริษัทฯได้ เพราะประเทศพันธมิตรของสหรัฐฯ หลายๆรายก็เริ่มเดินหน้านโยบายตามแล้ว

ที่มา: ZDNet

อ่านเพิ่มเติม

เผยสหรัฐฯใช้เวลาเก็บข้อมูลกว่าสิบปีเพื่อเอาผิดหัวเว่ย

เบโซสย้ำเรื่องส่วนตัวไม่กระทบการทำงาน

เจฟฟ์ เบโซส ผู้ก่อตั้ง Amazon เปิดใจเป็นครั้งแรกต่อหน้าพนักงาน ถึงข่าวฉาวเรื่องชีวิตส่วนตัวที่เกิดขึ้น ระหว่างการประชุมภายในบริษัท โดยยืนยันว่าพร้อมนำบริษัทเดินหน้าต่อ และจะไม่ปล่อยให้เรื่องดังกล่าวมากระทบต่อสมาธิในการทำงาน

เบโซส เริ่มต้นปี 2019 ด้วยข่าวการหย่าร้างกับ แมคเคนซี่ ภรรยาที่อยู่กินกันมา 25 ปี และข่าวจาก National Enquirer ว่าเหตุเกิดจากเขามีความสัมพันธ์ซ้อนกับ ลอเรน ซานเชซ อดีตผู้ประกาศทางโทรทัศน์ นอกเหนือจากการตัดสินใจล้มแผนตั้งสำนักงานใหญ่แห่งที่สองในนครนิวยอร์คเมื่อเร็วๆนี้

จนมีการตั้งข้อสังเกตจากนักวิเคราะห์ ว่าจะกระทบต่อสมาธิของเจ้าตัวหรือไม่ แต่ เบโซส ก็ประกาศชัดว่าตนยังมีสมาธิกับการทำงานอย่างเต็มที่เช่นเดิม “ผมยังต้องใช้ชีวิตและทำงานต่อในอนาคต นั่นคือจุดที่ผมต้องการมุ่งหน้าไป”

AHEAD TAKEAWAY: มีนักวิเคราะห์ตั้งข้อสังเกตว่า เบโซส อาจเสียโฟกัสในการทำงานไป หลังหย่าขาดกับภรรยา เพราะมีประเด็นให้ต้องกังวลมาก ทั้งเรื่องสินสมรสที่อาจต้องแบ่งกึ่งหนึ่งให้ และยังมีสถิติพบกว่า ซีอีโอ 7 จาก 24 คนที่หย่าร้าง ระหว่างปี 2009-2012 ลงเอยด้วยการออกจากตำแหน่ง อย่างไรก็ตาม เบโซส นั้นเป็นหน้าตาและหัวใจของ Amazon ซึ่งเป็นบริษัทที่เขาสร้างขึ้นมาเองกับมือ จึงเป็นเรื่องยากที่เขาจะอำลาบริษัท แต่ปัญหาจากการหย่าร้างจะส่งผลมากน้อยแค่ไหน คงต้องขึ้นกับว่าเจ้าตัวกับอดีตภรรยาสามารถหาข้อสรุปในเรื่องทรัพย์สินได้หรือไม่

ที่มา: CNBC

อ่านเพิ่มเติม:

นักวิเคราะห์เตือน Amazon อาจได้รับผลหนัก หลัง เบโซส เตียงหัก

เจฟฟ์ เบโซส เปิดศึก National Enquirer แฉโดนแบล็คเมล์ขู่ปล่อยภาพลับ

 

Googleฉาวอีกต้องจ่ายพันล้านเลิกจ้างผู้บริหารล่วงละเมิดพนักงาน

เผย Google ต้องจ่ายเงินให้ อามิต ซิงฮาล อดีตผู้บริหารฝ่ายเสิร์ชเอ็นจิน ถึง 35 ล้านดอลลาร์ (ราว 1 พันล้านบาท) เพื่อขอให้ลาออก ในปี 2016 เพราะพบหลักฐานเรื่องการล่วงละเมิดทางเพศพนักงานหญิงในองค์กร

ข้อมูลดังกล่าวถูกเปิดเผยในฐานะหลักฐานระหว่างการพิจารณาคดีที่บริษัทถูกฟ้องร้องโดยผู้ถือหุ้นรายหนึ่ง โดยพุ่งเป้าไปที่ แลร์รี เพจ และกลุ่มผู้บริหาร Alphabet บริษัทแม่ ว่าละเลยการปกป้องชื่อเสียงของบริษัท

ก่อนหน้านี้ ก็มีการเปิดโปงว่า แอนดี้ รูบิน ผู้บุกเบิกระบบแอนดรอยด์เป็นอีกคนที่ถูกจ้างให้ออกจากงานด้วยเหตุผลเดียวกัน

AHEAD TAKEAWAY: Google ยังต้องตามแก้ไขปัญหาภายในองค์กร โดยเฉพาะประเด็นละเอียดอ่อนอย่างการแบ่งแยกเชื้อชาติ หรือการล่วงละเมิดทางเพศ เพื่อไม่ให้กระทบกับภาพลักษณ์ขององค์กร แต่การเลือกที่จะซ่อนเรื่องนี้ไว้เป็นความลับ และจ่ายเงินก้อนโตให้ผู้บริหารคนดังที่เป็นต้นเรื่อง กลับยิ่งส่งผลเสียหายต่อบริษัทมากกว่า เมื่อถูกเปิดโปงในภายหลังอย่างที่เกิดขึ้นอยู่ในเวลานี้

ที่มา: The Guardian

อ่านเพิ่มเติม

Google ปิดข่าวปลด48พนักงานล่วงละเมิดทางเพศ – แอนดี้ รูบิน บิดาแห่งแอนดรอยด์อยู่ในกลุ่มด้วย

11 มีนาคม 2562

แซม อัลท์แมน ลาตำแหน่งประธาน Y Combinator แล้ว

Y Combinator แอคเซเลอเรเตอร์จากซิลิคอน วัลลีย์ ประกาศ แซม อัลท์แมน เตรียมลดบทบาทของตัวเองในองค์กรลง ด้วยการอำลาตำแหน่งประธานในเร็วๆนี้ แต่จะยังมีส่วนร่วมในการกำหนดทิศทางการทำงานต่อ ในฐานะหุ้นส่วนแทน

อัลท์แมน ซึ่งเข้ารับตำแหน่งประธานต่อจาก พอล เกรแฮม ผู้ก่อตั้ง ในปี 2014 จะหันไปให้ความสำคัญกับการดูแล OpenAI บริษัทวิจัยปัญญาประดิษฐ์ไม่หวังผลกำไรให้มากขึ้น ส่วนตำแหน่งที่ว่างลงจะไม่มีการแต่งตั้งใครแทน ตามแผนการปรับโครงสร้างองค์กร แต่จะมอบหมายให้ ไมเคิล ซีเบล ซีอีโอคนปัจจุบัน สานต่อแทน

ที่มา: TechCrunch

AHEAD TAKEAWAY: การลงจากตำแหน่งของ อัลท์แมน ในครั้งนี้ ไม่ได้เป็นผลจากความขัดแย้ง แต่ทาง Y Combinator อธิบายว่าเป็นการปรับเปลี่ยนโครงสร้างภายในองค์กรมากกว่า ขณะเดียวกัน ก็จะเปิดช่องให้ อัลท์แมน ได้มีบทบาทดูแล OpenAI มากขึ้น ซึ่งในระยะหลัง เราก็จะได้เห็นปัญญาประดิษฐ์ใหม่ๆที่มีการพัฒนาอย่างก้าวกระโดดจากองค์กรนี้ด้วย

อ่านเพิ่มเติม:

Y Combinator แยกทาง Peter Thiel แล้ว

Elon Musk อำลาบอร์ด OpenAI เลี่ยงผลประโยชน์ทับซ้อน

 

ผู้สมัครปธน.สหรัฐเล็งลดบทบาท Google, Facebook และ Amazon

เอลิซาเบธ วอร์เรน ผู้สมัครชิงตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐพรรคเดโมแครท โพสต์แนวคิดเตรียมลดบทบาทของบริษัทเทคโนโลยีชั้นนำ อาทิ Google, Facebook และ Amazon ลง เพื่อเปิดทางให้บริษัทเล็กๆที่มีนวัตกรรมมีโอกาสเติบโตบ้าง

วอร์เรน โพสต์แนวคิดของตนใน Medium ระบุว่าบริษัทเหล่านี้ “ผูกขาดการค้า” ในลักษณะเดียวกับที่ Microsoft เคยทำและถูกเอาผิดทางกฎหมายในทศวรรษที่ 90 และเตรียมเสนอให้ผ่านร่างกฎหมายบังคับให้บริษัทเหล่านี้ ว่าจะเป็น “เจ้าของแพลตฟอร์ม” หรือ “เป็นผู้ค้าบนแพลตฟอร์ม” อย่างใดอย่างหนึ่ง แทนการควบทั้งสองบทบาทอย่างในปัจจุบัน เพื่อให้บริษัทเล็กๆมีโอกาสแข่งขันมากขึ้น

ที่มา: Forbes

AHEAD TAKEAWAY: ในบล็อกที่ วอร์เรน โพสต์ถึงแนวทางนโยบายที่จะนำมาใช้ มีประเด็นหนึ่งที่น่าสนใจ คือนับจากปี 2012 เป็นต้นมา การระดมทุนของบรรดาสตาร์ทอัพในสหรัฐนั้นลดลงถึง 22% ซึ่งเหตุผลหลักคงไม่พ้นการที่ VC จำนวนมากมองว่าโอกาสที่บริษัทเล็กๆที่มาพร้อมกับนวัตกรรมเหล่านี้ จะแข่งขันกับยักษ์ใหญ่อย่างกลุ่ม FAANG เป็นไปได้ยาก เพราะธุรกิจของบริษัทเหล่านี้ “เบ็ดเสร็จ” ในตัวเอง จนเป็นเรื่องยากที่จะสอดแทรกเข้าไปชิงส่วนแบ่งตลาดได้ แต่ประเด็นคือบรรดายักษ์ใหญ่ในซิลิคอน วัลลีย์เหล่านี้ ถือเป็นฐานเสียงที่สำคัญของพรรคเดโมแครท (ซึ่งเป็นอีกเหตุผลที่ ปีเตอร์ ธีล ตัดสินใจย้ายถิ่นฐานออกไป เพราะความเห็นทางการเมืองที่แตกต่าง) การนำเสนอนโยบายที่พุ่งเป้าไปยังบริษัทเหล่านี้โดยตรง ก็น่าสนใจว่าจะส่งผลอย่างไรกับผู้สมัครรายนี้

อ่านเพิ่มเติม: 

ปีเตอร์ ธีล ยืนยันหนุน ทรัมป์ เป็นประธานาธิบดีสหรัฐอีกสมัย

 

Trump ทวีตฉะ Amazon ต้นเหตุทำค้าปลีกซบเซา

 

จีนยืนยันดวงอาทิตย์เทียมพร้อมใช้งานในปีนี้

นักวิจัยจากจีน ยืนยันเตาปฏิกรณ์นิวเคลียร์โทคาแมค ซึ่งเลียนแบบการทำปฏิกิริยาฟิวชั่นแบบเดียวกับดวงอาทิตย์ ด้วยการสร้างอุณหภูมิในอิเลคตรอน ได้สูงถึง 100 ล้านองศาเซลเซียส จะก่อสร้างเสร็จภายในปีนี้

เตาปฏิกรณ์ HL-2M Tokamak นี้ เป็นผลงานของสถาบันฟิสิกส์และวิทยาศาสตร์เมืองเหอเฝย ซึ่งระบุว่าสามารถให้ความร้อนได้สูงกว่าดวงอาทิตย์จริงราว 6 เท่า และจะเป็นแม่แบบสำหรับการสร้างเตาปฏิกรณ์นิวเคลียร์ฟิวชั่นอื่นๆในอนาคตต่อไป

ที่มา: Science Alert

AHEAD TAKEAWAY: การตามหาแหล่งพลังงานทดแทนที่เพียงพอสำหรับใช้งาน ไม่ใช่แค่เพื่อทดแทนน้ำมันและก๊าซธรรมชาติที่ร่อยหรอลงเรื่อยๆเท่านั้น แต่ยังส่งผลทางบวกต่อสภาพแวดล้อมของโลกด้วย ซึ่งพลังงานนิวเคลียร์นั้น แม้จะยังไม่เป็นที่ยอมรับมากนัก เพราะมีผลข้างเคียงที่อันตราย หากไม่สามารถควบคุมได้ แต่ก็ยังมีความพยายามพัฒนาเพื่อเพิ่มความปลอดภัยให้สูงขึ้น โดยมีขนาดที่เล็กลง และมีค่าใช้จ่ายที่ถูกกว่าเดิม คาดว่าจะส่งผลต่อการเปลี่ยนแปลงการใช้พลังงานของโลกได้จริงในอีก 10-15 ปีข้างหน้า

อ่านเพิ่มเติม: 

10 เทคโนโลยีพลิกโลก ในทรรศนะ บิล เกตส์

 

SoftBank จับมือซาอุฯ สร้างโครงการพลังแสงอาทิตย์ 200,000 ล้านดอลลาร์

 

8 มีนาคม 2562

ไอเกอร์ คอนเฟิร์ม Disney+ จัดเต็มไม่มีกั๊กคอนเทนต์

บ๊อบ ไอเกอร์ ซีอีโอของ Disney ประกาศชัดเจน Disney+ บริการสตรีมมิ่งที่เตรียมเปิดตัวภายในปีนี้ จะมีคอนเทนต์ของบริษัทในเครือครบถ้วน และสามารถรับชมได้ทุกเวลา

คำประกาศของ ไอเกอร์ เท่ากับจะเป็นการยกเลิกระบบ vault system ของบริษัท ที่บังคับว่าภาพยนตร์คลาสสิคหลายๆเรื่อง จะแพร่ภาพและวางขายเฉพาะในช่วงเวลาที่กำหนด โดยปริยาย

นอกจากนี้ คอนเทนต์ต่างๆของบริษัทที่ฉายอยู่ใน Netflix ไม่ว่าจะผลิตโดย Pixar, Lucasfilm sinv Marvel Studios ก็จะทยอยถูกเรียกกลับมา รวมถึงไม่เปิดให้เช่าหรือซื้อเพื่อชมในระบบของ Amazon, iTunes หรือสตรีมมิ่งอื่นๆอีก

AHEAD TAKEAWAY: เดิมระบบ vault system มีไว้เพื่อเพิ่มมูลค่า และกระตุ้นยอดขายแผ่นของภาพยนตร์การ์ตูนคลาสสิคในเวลาที่กำหนด มิฉะนั้น ผู้บริโภคอาจจะต้องรอนับสิบปีกว่าจะมีการ re-release อีกครั้ง

แต่แนวทางนี้ก็ขัดต่อพฤติกรรมผู้บริโภคในยุคนี้ที่ “อยากดูต้องได้ดู” ไอเกอร์ จึงต้องเลือกที่จะปรับให้เข้ากับยุคสมัย

ขณะเดียวกัน การสั่งถอนคอนเทนต์ทั้งหมดจากแพลตฟอร์มของคู่แข่ง ก็เท่ากับบีบให้ผู้บริโภคต้องยอมสมัครสมาชิกกับตนกลายๆ เพราะคอนเทนต์ของ Disney นั้น เน้นหนักสำหรับครอบครัวโดยเฉพาะ ซึ่งน่าจะส่งผลกระทบต่อ Netflix อย่างเลี่ยงไม่ได้

ที่มา: engadget

อ่านเพิ่มเติม:

เปิดตัว Disney+ ชน Netflix ในสังเวียนสตรีมมิ่ง ปลายปีหน้า

 

ฟิลาเดลเฟียผ่านกฎหมายแบนร้านไร้เงินสด

ฟิลาเดลเฟีย สวนกระแสสังคมไร้เงินสด ด้วยการผ่านร่างกฎหมายบังคับให้ร้านค้าและภัตตาคารต่างๆในเมือง ห้ามปฏิเสธการชำระค่าบริการหรือสินค้าด้วยเงินสดจากลูกค้าเด็ดขาด มิฉะนั้น จะมีโทษปรับ 2,000 ดอลลาร์ (ราว 6 หมื่นบาท)

ร่างกฎหมายฉบับนี้ ซึ่งได้รับความเห็นชอบและลงนามจาก จิม เคนนีย์ นายกเทศมนตรี ได้รับการผลักดัน หลังพบร้านค้าจำนวนหนึ่งเริ่มปฏิเสธการให้บริการลูกค้าที่ไม่มีบัตรเดบิตหรือเครดิต อาทิ Sweetgreen เชนร้านสลัดซึ่งมีหลายสาขาในฟิลาเดลเฟีย เช่นเดียวกับ Amazon Go ร้านสะดวกซื้อไร้แคชเชียร์ ในวอชิงตัน แคลิฟอร์เนีย และ อิลลินอยส์ ฯลฯ

ที่มา: Fortune

AHEAD TAKEAWAY: แม้สังคมไร้เงินสดจะเป็นแนวคิดที่สร้างความสะดวกสบายให้กับทั้งผู้บริโภคและร้านค้า แต่ก็ยังมีกระแสต่อต้าน เพราะยังมีคนจำนวนหนึ่งไม่ต้องการให้ข้อมูลการใช้จ่ายของตนถูกบันทึกไว้โดยร้านค้า ผู้ให้บริการบัตรเครดิต ฯลฯ การจ่ายด้วยเงินสดจึงเป็นอีกทางเลือกที่คนกลุ่มนี้ต้องการสงวนไว้

นอกจาก ฟิลาเดลเฟีย แล้ว ประเด็นนี้ก็เริ่มถูกนำมาถกกันตามเมืองใหญ่ในสหรัฐ ทั้ง วอชิงตัน ดีซี, นิวยอร์ค ขณะที่ แมสซาชูเสตต์ส คือเมืองแรกๆที่บังคับให้ร้านค้าและภัตตาคารห้ามปฏิเสธการจ่ายเงินสดมานานหลายปีแล้ว

อ่านเพิ่มเติม:

WhatsApp เปิดตัวระบบจ่ายเงิน P2P ในอินเดีย

 

ชาวเน็ตญี่ปุ่นทวีตล้อ คาร์ลอส กอส์น แปลงโฉมจนเด่นผิดปกติ

ชาวเน็ตญี่ปุ่นระดมทวีตมุกล้อเลียน คาร์ลอส กอส์น กันอย่างเมามัน หลังอดีตซีอีโอ Nissan ซึ่งเพิ่งได้รับอนุญาตให้ประกันตัว พยายามปิดบังใบหน้า ในที่สาธารณะ แต่กลับยิ่งดูเด่นกว่าปกติ

กอส์น ซึ่งถูกควบคุมตัวนาน 108 วัน ได้รับการปล่อยตัวชั่วคราว ด้วยวงเงินประกันเป็นสถิติของประเทศ 1,000 ล้านเยน (เกือบ 300 ล้านบาท) โดยภาพที่ปรากฎนั้น กอส์น ซึ่งเจตนาปิดบังใบหน้า กลับใส่ทั้งหมวก มาส์ก และแต่งกายคล้ายกับช่างก่อสร้าง จนถูกชาวญี่ปุ่นนำไปล้อเลียนกันอย่างสนุกสนานในโลกโซเชียล ว่าเป็น ไบคินแมน (ตัวละครใน อันปังแมน) หรือ นักฆ่าหมายเลข 13 (จาก กอลโก 13) รวมถึงการนำไปเทียบกับบางฉากจากซีรีส์มิสเตอร์บีน ฯลฯ

ที่มา: SoraNews24

AHEAD TAKEAWAY: การถูกควบคุมตัวของ กอส์น นั้น นับเป็นข่าวใหญ่ส่งท้ายปี 2018 สำหรับอุตสาหกรรมรถยนต์ทั่วโลก รวมถึงสังคมในญี่ปุ่นเลยทีเดียว เพราะที่ผ่านมา เจ้าตัวได้รับการยกย่องอย่างสูงในฐานะผู้ชุบชีวิต Nissan และเป็นแรงบันดาลใจให้ผู้บริหารทั่วโลก

อ่านเพิ่มเติม: 

นักวิเคราะห์ชี้ คดีทุจริต คาร์ลอส กอส์น ป่วนอุตสาหกรรมรถทั้งระบบ

 

7 มีนาคม 2562

Google เปิดใช้ฟีเจอร์ Assistant โทรศัพท์จองร้านอาหารด้วย AI แล้ว

Google Assistant ฟีเจอร์ผู้ช่วยอัจฉริยะ ที่สามารถโทรจองโต๊ะกับร้านอาหารได้เหมือนมนุษย์จริงๆ เปิดให้บริการแล้วใน 43 รัฐทั่วสหรัฐฯ โดยยังจำกัดวงเฉพาะกลุ่มผู้ใช้ Pixel Phone แต่คาดจะอัพเดทให้ผู้ใช้แอนดรอยด์ทั่วไป รวมถึง iOS ใช้ได้เช่นกันในอนาคต

ที่มา: Google

AHEAD TAKEAWAY: หลังจาก ซุนดาร์ พิชัย ซีอีโอของ Google เปิดตัวฟีเจอร์นี้ไป ก็มีทั้งเสียงชื่นชมและเสียงวิจารณ์ตามมา โดยเฉพาะประเด็นที่ว่าการที่ปลายสายไม่รู้ว่าคู่สนทนาเป็น AI เข้าข่ายหลอกลวงหรือไม่ จนต้องมีการชี้แจงจากทาง Google ว่าระบบจะทำการแจ้งเรื่องนี้ต่ออีกฝ่ายก่อนเริ่มการสนทนา

อ่านเพิ่มเติม

เจาะเทคโนโลยีล่าสุด ในงาน Google I/O 2018

 

นักวิจัยเตือนรถไร้คนขับมีปัญหาแยกแยะคนผิวสี

ผลวิจัยจากสถาบันเทคโนโลยีจอร์เจีย (GIT) พบระบบเซนเซอร์และกล้องของรถยนต์ไร้คนขับ ยังมีจุดบกพร่องเรื่องการตรวจจับคนที่มีผิวคล้ำ จนอาจนำไปสู่อุบัติเหตุได้

นักวิจัยจากสถาบันดังกล่าว ได้ทำการทดสอบสมมติฐานouh โดยแยกภาพของคนเดินถนนออกเป็นสองกลุ่ม คือกลุ่มที่มีผิวออกขาว และผิวคล้ำ ให้ระบบตรวจจับภาพของรถไร้คนขับทำงาน และพบว่าในกลุ่มหลังนั้น ความแม่นยำในการตรวจจับจะลงลงราว 5%

ด้าน เคท ครอว์ฟอร์ด นักวิจัย AI จากอีกสถาบัน แนะว่าผู้ผลิตรถยนต์ทุกรายควรนำผลวิจัยนี้กลับไปทบทวนระบบตรวจจับภาพในรถของตนอีกครั้ง เพื่อหลีกเลี่ยงโอกาสเกิดอุบัติเหตุ

ที่มา: Independent

AHEAD TAKEAWAY: ระบบตรวจจับภาพหรือตรวจจับใบหน้า ซึ่งมีความเชื่อมโยงกับการพัฒนารถไร้คนขับเป็นอีกเทคโนโลยีที่ถูกทักว่ามีข้อบกพร่องในการใช้อยู่ นอกจากกรณีนี้ นักวิจัยจาก MIT ก็เคยพบว่า Rekognition ซอฟต์แวร์ตรวจจับใบหน้าของ Amazon นั้น จะใช้เวลานานกว่า ถ้าบุคคลที่กำลังถูกตรวจสอบเป็นเพศหญิง หรือมีผิวสีคล้ำ

อ่านเพิ่มเติม

โพลฟ้องคนอเมริกันไม่กล้าใช้รถไร้คนขับ

 

Waymo พร้อมผลิตไลดาร์ป้อนบริษัทอื่น

Waymo ผู้ผลิตรถยนต์ไร้คนขับในเครือ Alphabet ประกาศรับผลิต เซนเซอร์ “ไลดาร์” ที่เปรียบเสมือนตาของรถไร้คนขับให้กับผู้ผลิตรถรายอื่น รวมนำไปประยุกต์ใช้ในอุตสาหกรรมต่างๆ

Laser Bear Honeycomb เทคโนโลยีไลดาร์ของ Waymo จะเป็นการยิงเลเซอร์ไปยังวัตถุให้สะท้อนกลับมา เพื่อวัดระยะห่างจากเวลาในการเดินทางไป-กลับ ข้อมูลที่ได้จะถูกนำมาประมวลผลเป็นโครงสร้าง 3 มิติ ซึ่งในทางปฏิบัติสามารถนำไปประยุกต์ในอุตสาหกรรมอื่นได้ด้วย เช่น หุ่นยนต์ต่างๆ ระบบรักษาความปลอดภัย หรือการสำรวจภูมิประเทศ

ปัจจุบัน นอกจากการผลิตรถไร้คนขับของตนเองแล้ว Waymo ยังมีส่วนร่วมพัฒนา Pacifica รถไร้คนขับของ Chrysler รวมถึงเป็นซัพพลายเออร์เทคโนโลยีนี้ให้กับกลุ่มพันธมิตร Jaguar Land Rover ซึ่งมีแผนวางตลาด SUV ที่มาพร้อมระบบขับเคลื่อนด้วยตัวเองในปี 2020 ด้วย

ที่มา: VentureBeat

AHEAD TAKEAWAY: Waymo เป็นผู้ให้บริการรถโดยสารไร้คนขับรายแรกในสหรัฐฯ ในชื่อ Waymo One ในเมืองฟินิกซ์ รัฐแอริโซนา เมื่อปลายปีที่ผ่านมา โดยทางบริษัทฯอ้างว่ามีข้อมูลการทดสอบรวมระยะทางแล้วกว่า 10 ล้านไมล์ ใน 25 รัฐทั่วประเทศ

อ่านเพิ่มเติม:

Waymo: รถยนต์ไร้คนขับ บนถนนสู่อนาคต

 

Facebook เตรียมปรับอีก เน้นแพลตฟอร์มรับส่งข้อความเป็นหลัก

มาร์ค ซัคเกอร์เบิร์ก ผู้ก่อตั้ง Facebook เปรยถึงการปรับเปลี่ยนอีกครั้ง ว่าอาจหันไปเน้นบริการรับส่งข้อความระหว่างบุคคลมากขึ้น หลังพบว่าผู้คนให้ความสำคัญกับความเป็นส่วนตัวมากกว่าเดิม

แม้โมเดลของ Facebook จะเป็นแพลตฟอร์มแบบโอเพ่นให้ผู้คนเผยแพร่เรื่องราวของตัวเองสู่คนรอบข้าง แต่ในอีกทางบริษัทก็เป็นผู้ให้บริการรับส่งข้อความที่มีผู้ใช้มากที่สุดในโลก เป็นอันดับ 1 และ 2 คือ Whatsapp (1.5 พันล้านคน) และ Messenger (1.3 พันล้านคน) ขณะที่ใน Instagram โซเชียลมีเดียสำหรับวัยรุ่นปัจจุบัน ก็มีฟีเจอร์ส่งข้อความระหว่างบุคคลด้วย

AHEAD TAKEAWAY: การโพสต์ในลักษณะนี้ของ ซัคเกอร์เบิร์ก สอดคล้องกับรายงานที่ AHEAD ASIA เคยนำเสนอไป คือไอเดียในการเชื่อมโยงผู้ใช้บริการรับส่งข้อความทั้งหมดของแอพในเครือเข้าด้วยกัน เพื่อสร้างเครือข่ายที่ใหญ่ที่สุดแทน แม้จะยังมีการทักท้วงว่าอาจยิ่งกลายเป็นการทำให้ข้อมูลส่วนตัวรั่วไหลง่ายกว่าเดิมก็ตาม

อ่านเพิ่มเติม

เผย Facebook เตรียมรวม WhatsApp, IG และ Messenger เป็นแพลตฟอร์มเดียว ภายในปี 2020

6 มีนาคม 2562

สถิติพบ Google จ่ายค่าแรงพนักงานหญิงสูงกว่า

Google เผยผลสำรวจในองค์กรประจำปี พบว่าบริษัทจ่ายค่าตอบแทนวิศวกรซอฟต์แวร์ที่เป็นหญิง สูงกว่าพนักงานชายในตำแหน่งเดียวกัน

การสำรวจดังกล่าวเป็นผลจากความพยายามของบริษัทที่จะหาจุดสมดุลเรื่องความเท่าเทียมกัน ระหว่างพนักงานชายและหญิง และจะมีการจ่ายเงินชดเชยให้ โดยในปีที่ผ่านมา ทางบริษัทได้จ่ายชดเชยส่วนต่างให้พนักงาน 10,677 คน คิดเป็นเงินรว 9.7 ล้านดอลลาร์ แต่ไม่มีการระบุว่ามีพนักงานชายกี่คนที่ได้รับเงินชดเชยจากกรณีนี้

AHEAD TAKEAWAY: แม้จะเป็นบริษัทที่ได้ชื่อว่า “น่าทำงานด้วยที่สุดในโลก” แต่ Google ก็ถูกเพ่งเล็งเรื่องการเลือกปฏิบัติ และความไม่เท่าเทียมทางเพศมาตลอด นับแต่ไล่วิศวกรชายรายหนึ่งออก เพราะเขียนบันทึกถึงผู้บริหารแสดงความเห็นเรื่องนี้ และล่าสุด เมื่อปีที่ผ่านมา คือการจ่ายเงินชดเชย เพื่อจ้างให้ แอนดี้ รูบิน ผู้บุกเบิกระบบปฏิบัติการแอนดรอยด์ออกจากตำแหน่ง หลังพัวพันข่าวล่วงละเมิดพนักงานหญิงในองค์กร

ที่มา: CNBC

อ่านเพิ่มเติม

Google ปิดข่าวเด้ง 48 พนักงานคุกคามทางเพศ

 

Volvo เตรียมทดสอบรถบัสไร้คนขับในสิงคโปร์

Volvo ผู้ผลิตรถยนต์จากสวีเดน และมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีนันยาง (NTU) แห่งสิงคโปร์ เปิดตัวรถบัสไร้คนขับจากการพัฒนาร่วมกัน พร้อมเผยเตรียมทดสอบการใช้งานภายในปีนี้

สำหรับการทดสอบในช่วงแรกคาดว่าจะจำกัดบริเวณภายในพื้นที่ของมหาวิทยาลัย ซึ่งอาจกินเวลาหลายสัปดาห์หรือหลายเดือน ก่อนขยับไปทดสอบบนถนน เมื่อได้รับอนุญาตจากทางการ และคาดว่าจะเริ่มต้นใช้งานจริงได้ภายในหนึ่งปี

AHEAD TAKEAWAY: ความพยายามนำรถไร้คนขับมาใช้ของสิงคโปร์ เป็นส่วนหนึ่งของแผนผลักดันให้ประชากรลดการใช้พาหนะส่วนตัว มาใช้ขนส่งสาธารณะมากขึ้น เพื่อลดความหนาแน่นบนท้องถนน โดยที่ผ่านมา หน่วยงานรัฐก็ได้ร่วมกับภาคเอกชนร่าง เกณฑ์สำหรับรถไร้คนขับในชื่อ Technical Reference 68 (TR 68) ซึ่งจะเป็นแนวทางร่วมกันของทุกภาคส่วน ในการพัฒนาและเตรียมพร้อมสำหรับรถบัสและชัตเติลไร้คนขับ ที่จะเริ่มใช้งานจริงในบางเขต ตั้งแต่ปี 2022 เป็นต้นไป

ที่มา: Reuters

อ่านเพิ่มเติม

Toyota ทุ่มงบพัฒนารถไร้คนขับร่วมกับ Uber

Baidu เตรียมให้บริการบัสไร้คนขับในจีนและญี่ปุ่น

 

สตาร์ทอัพออสซี่-อิสราเอลเผยไอเดียรถใช้น้ำเป็นเชื้อเพลิง

Electriq-Global สตาร์ทอัพสองสัญชาติ ออสเตรเลีย และอิสราเอล ซึ่งได้รับการสนับสนุนจากกระทรวงคมนาคมอิสราเอล นำเสนอเทคโนโลยีที่สามารถสกัดไฮโดรเจนจากน้ำ เพื่อเปลี่ยนเป็นพลังไฟฟ้าสำหรับขับเคลื่อนรถยนต์

แนวคิดดังกล่าวอยู่ตรงกลางระหว่าง รถใช้เชื้อเพลิงไฮโดรเจน และรถพลังไฟฟ้า (EV) โดยเชื้อเพลิงในระบบของ Electriq-Global จะมีส่วนประกอบของน้ำมากถึง 60% และเมื่อไฮโดรเจนถูกนำไปใช้แล้ว ตัวเชื้อเพลิงก็จะถูกนำกลับไปรีไซเคิลในโรงงานเพื่อนำกลับมาใช้ในครั้งต่อๆไป

จุดเด่นของเทคโนโลยีนี้ นอกจากการรีไซเคิลแล้ว ยังใช้เวลาในการเติมเชื้อเพลิงไม่เกิน 5 นาที และสามารถวิ่งเป็นระยะทางได้ถึง 1,000 กิโลเมตรต่อการเติมหนึ่งครั้งด้วย

AHEAD TAKEAWAY: Electriq-Global หรือชื่อเดิม Terragenic ก่อตั้งขึ้นเมื่อห้าปีก่อน และได้รับทุนสนับสนุนจากกองทุน BIRD ของสหรัฐฯและอิสราเอลในการพัฒนาระบบนี้ โดยรถต้นแบบที่เป็นรถบัสและรถบรรทุก น่าจะเปิดตัวสำหรับสาธิตได้ภายในปี 2020

ที่มา: Israel21c

อ่านเพิ่มเติม

เศรษฐีน้ำมันร้อง อีก 2 ปี พลังงานสะอาดถูกกว่าถ่านหิน

 

ครม.ไฟเขียวลดภาษีรถ EV 0% 3 ปี

นายอภิศักดิ์ ตันติวรวงศ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เผยครม. มีมติปรับปรุงภาษีสรรพสามิตสำหรับรถ EV จาก 2% เหลือ 0% รวมทั้งสิ้น 3 ปี ตั้งแต่ 1 ม.ค.2563 – 31 ธ.ค.2565

จากนั้นจะกลับไปเป็น 2% ส่วน EV ที่ผลิตหลังปี 2568 ให้ใช้อัตราภาษีที่ร้อยละ 8 ตามเดิม คาดว่ารัฐจะสูญเสียรายได้ราว 300 ล้านบาท

AHEAD TAKEAWAY: การปรับลดภาษีครั้งนี้ เป็นไปตามมาตรการของรัฐบาลชุดปัจจุบัน ในการแก้ปัญหาฝุ่นละอองขนาดเล็ก ซึ่งเป็นวาระแห่งชาติ มากกว่าจะเป็นการสนับสนุนเทคโนโลยีนี้โดยตรง ซึ่งคงต้องรอดูว่าจะมีความเปลี่ยนแปลงอีกหรือไม่ในอนาคต เมื่อแนวโน้มอุตสาหกรรมยานยนต์กำลังเปลี่ยนไปสู่ EV หรือรถไฮบริดแทนเครื่องยนต์สันดาปอย่างในปัจจุบัน

ที่มา: Voice TV

อ่านเพิ่มเติม

Ford เตรียมเบนเข็มผลิต EV เต็มตัว

เซินเจิ้นโคตรล้ำ เปลี่ยนแท็กซี่ทั้งระบบเป็น EV

 

อัยการระบุ Uber พ้นผิดคดีรถไร้คนขับชนคนเสียชีวิต

อัยการเขตยาวาไพ รัฐแอริโซนา ชี้ Uber ไม่มีความผิดในทางอาญา จากอุบัติเหตุรถไร้คนขับของบริษัทฯ ชน เอเลน แฮร์ซเบิร์ก เสียชีวิต ระหว่งการทดสอบในเมืองเทมเป เมื่อเดือนมีนาคมปีที่แล้ว

ชีลา โพล์ค อัยการเขตยาวาไพ ชี้แจงว่าจากการตรวจสอบคลิปกล้องหน้ารถ พบว่าไม่มีสัญญาณใดๆบ่งชี้ว่าจะมีสิ่งกีดขวางตัดหน้ารถ ขณะเดียวกัน ก็ไม่มีหลักฐานใดระบุว่าเป็นเจตนาของบริษัทในการก่อเหตุ แม้ ราฟาเอล วาสเกซ เจ้าหน้าที่ดูแลการทดสอบจะละสายตาจากถนนก็ตาม

AHEAD TAKEAWAY: อุบัติเหตุครั้งนี้ส่งผลกระทบต่อภาพลักษณ์ของเทคโนโลยีรถไร้คนขับในวงกว้างพอสมควร เพราะนอกจาก Uber จะต้องหยุดการทดสอบไปนานถึงเก้าเดือน ยังนำมาซึ่งความไม่ไว้วางใจของประชากรในแอริโซนา ที่ระบายอารมณ์ใส่แท็กซี่ไร้คนขับของ Waymo ด้วย คำตัดสินของอัยการน่าจะช่วยย้ำว่าอุบัติเหตุยังเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นได้เสมอ แม้รถไร้คนขับจะมีสถิติยืนยันว่าปลอดภัยกว่ามนุษย์ขับก็ตาม

ที่มา: Techcrunch

อ่านเพิ่มเติม

ตำรวจเผยคลิปรถไร้คนขับ Uber

ชาวแอริโซนาโหด ชักปืนไล่ยิงแท็กซี่ไร้คนขับ Waymo

5 มีนาคม 2562

Pininfarina เผยโฉม EV แรงที่สุดในโลก

Automobili Pininfarina ผู้ผลิตรถสัญชาติอิตาลี เผยโฉม Battista ซูเปอร์คาร์ EV ที่เร็วที่สุดในโลก ที่งาน Geneva Motor Show ในสัปดาห์นี้ โดย Battista ซึ่งตั้งชื่อตามผู้ก่อตั้งบริษัม มาพร้อมพลังเกือบ 1,900 แรงม้า (แรงกว่ารถ F1 เท่าตัว) ซึ่งเร่งความเร็วจาก 0-62 ไมล์/ชม. (ประมาณ 0-100 กม./ชม.) ในเวลาแค่ 2 วินาที และเร่งถึง 186 ไมล์/ชม. (ราว 300 กม./ชม.) ได้ใน 12 วินาที

AHEAD TAKEAWAY: EV คืออีกเทรนด์ที่กำลังมาแรงในอุตสาหกรรมรถยนต์ทั่วโลก และจากผลสำรวจพบว่าผู้ผลิตรถเกือบทุกรายพร้อมที่จะป้อนรถยนต์พลังไฟฟ้าสู่ท้องตลาดภายใน 1-2 ปีนับจากนี้

ที่มา: BBC

อ่านเพิ่มเติม:
นักวิเคราะห์คาด Tesla เจองานหนักในปี 2019

Ford เตรียมเบนเข็มสู่ธุรกิจ EV เต็มตัว

รถใต้ดินนิวยอร์คเปลี่ยนแผงหนังสือเป็นตู้ขายอัตโนมัติ

สำนักงานควบคุมระบบขนส่งมวลชนมหานครนิวยอร์ก เตรียมเปลี่ยนแผงขายหนังสือพิมพ์แบบเก่าที่ไม่ได้รับความนิยมจากผู้ใช้บริการ จำนวน 326 ร้าน หรือคิดเป็น 40% ของทั้งหมด ให้เป็นตู้ขายของอัตโนมัติแทน

AHEAD TAKEAWAY: การปรับเปลี่ยนครั้งนี้เพื่อให้สอดคล้องกับไลฟ์สไตล์ในปัจจุบัน ที่คนโดยสารอ่านหนังสือพิมพ์น้อยลง และเพื่อเพิ่มปริมาณพื้นที่ในแต่ละสถานีให้การสัญจรสะดวกขึ้น

ที่มา: CURBED

อ่านเพิ่มเติม:

Apple เตรียมเปิดตัวบริการอ่านข่าวแบบเหมาจ่าย

เผย Netflix กินยอดแบนด์วิธทั้งโลก 15%

มาเลเซียเริ่มทดสอบ 5G เดือนเมษายนนี้

หน่วยงานกำกับด้านโทรคมนาคมและมัลติมีเดียของมาเลเซีย (MCMC) เตรียมประเดิมทดสอบเทคโนโลยี 5G ในเมืองปูตราจายา และไซเบอร์จายา ในเดือนเมษายนนี้ โดยคาดว่าจะใช้เวลาราวหกเดือนด้วยกัน

AHEAD TAKEAWAY: สัญญาณ 5G เป็นเทคโนโลยี ซึ่งเร็วกว่า 4G ในปัจจุบันราว 100 เท่า กำลังจะถูกนำมาใช้ในหลายประเทศทั่วโลก ในเร็วๆนี้ ขณะที่ในไทยนั้น กสทช. ได้อนุญาตให้ทดสอบสัญญาณ 5G ไป ระหว่าง 22 พ.ย.-15 ธ.ค. ปีที่แล้ว

ที่มา: New Stratits Times

อ่านเพิ่มเติม:

Verizon เลือกซาคราเมนโตประเดิมทดลอง 5G

โอลิมปิกฤดูหนาว 2018 สุดล้ำ ใช้ 5G เต็มรูปแบบ

 

A&W ทดลองใช้เนื้อสังเคราะห์จากพืชในเมนูเช้า

A&W เชนฟาสต์ฟู้ดชั้นนำ เตรียมเพิ่มไส้กรอกเนื้อสังเคราะห์จากพืช ในเมนูมื้อเช้าตามสาขาต่างๆในแคนาดา หลังการทดลองจับมือกับ Beyond Meat สตาร์ทอัพผู้ผลิตเนื้อสังเคราะห์ ในการออกเมนู Beyond Meat Sausage & Egger เมื่อเร็วๆนี้ ได้รับการตอบสนองเชิงบวกจากผู้บริโภค

AHEAD TAKEAWAY: ปัจจุบัน เนื้อสังเคราะห์ที่ใช้สารสกัดจากพืช และเนื้อที่ปลูกจากเนื้อเยื่อสัตว์ในห้องแล็บ ซึ่งจะเป็นทางออกสำหรับการผลิตอาหารสำหรับประชากรในอนาคต และช่วยลดการใช้ทรัพยากร ได้รับการพัฒนาจนเป็นที่ยอมรับในระดับหนึ่ง และเริ่มมีวางขายในแถบอเมริกาเหนือแล้ว

ที่มา: National Post

อ่านเพิ่มเติม:

10 เทคโนโลยีพลิกโลกในทรรศนะ บิล เกตส์

ปศุสัตว์สหรัฐฯยื่นเรื่องถอนชื่อ “เนื้อสัตว์เทียม”

ยูกิ ฮันยู ผู้ปลูกเนื้อจากอนาคต

 

พบสตาร์ทอัพสาย AI ในยุโรปเกือบครึ่ง ไม่เกี่ยวกับปัญญาประดิษฐ์เลย

MMC กองทุน VC จากลอนดอน เผยสตาร์ทอัพในยุโรป ที่ถูกระบุว่าเป็นสาย AI จำนวน 2,830 ราย มีเพียง 1,580 ราย ที่กำลังพัฒนาผลิตภัณฑ์เกี่ยวกับ AI จริงๆ ส่วนอีก 40% นั้น ไม่ได้มีความเชื่อมโยงใดๆเลย พร้อมระบุน่าจะเป็นความผิดพลาดในการจัดประเภทโดยเว็บไซต์จัดเก็บและวิเคราะห์ข้อมูลต่างๆ มากกว่าเจตนาของสตาร์ทอัพเหล่านั้น เพื่อดึงดูดนักลงทุน

AHEAD TAKEAWAY: ปัญญาประดิษฐ์เป็นเทคโนโลยีที่กำลังได้รับความสนใจจากทุกธุรกิจ รายงานระบุว่าปัจจุบัน องค์กรใหญ่ๆราว 12% เริ่มนำ AI มาใช้แล้ว ซึ่งเพิ่มขึ้นจากปีก่อนที่ใช้เพียง 4% เท่านั้น ข้อมูลจาก MMC ยังเผยต่อว่า สตาร์ทอัพสาย AI มีแนวโน้มในการดึงดูดนักลงทุนมากกว่าสายอื่นๆราว 15-50% เลยทีเดียว

ที่มา: Forbes

อ่านเพิ่มเติม:

Google เปิดตัว AI อ่านปาก แกะคำพูดแม่นกว่ามืออาชีพ

5 คำทำนายอนาคต จาก แอนดรูว์ อึ้ง กูรูแห่ง AI

 

4 มีนาคม 2562

Blockbuster เหลือสาขาเดียวในโลกแล้ว

Blockbuster อดีตยักษ์ใหญ่ในธุรกิจเช่าวิดีโอ กำลังจะเหลือแค่สาขาเดียวในโลกแล้ว หลังสาขาในย่านมอร์ลีย์ ชานเมืองเพิร์ธ ซึ่งเป็นสาขาสุดท้ายในออสเตรเลียกำลังจะปิดตัวลงในวันศุกร์นี้ ส่งผลให้สาขาที่เบนด์ ในรัฐโอเรกอน สหรัฐอเมริกา จะเป็นสาขาสุดท้ายที่ยังคงเปิดให้บริการอยู่

ที่มา: Yahoo!

อ่านเพิ่มเติม:
เมื่อ Blockbuster เมิน Netflix

10 การตัดสินใจทางธุรกิจสุดเฟลตลอดกาล

Blockbuster จ่อสูญพันธุ์ ในสหรัฐเหลือสาขาเดียว

Tesla เตรียมเปิดตัว SUV รุ่นล่าสุด Model Y 14 มี.ค. นี้

อีลอน มัสก์ ซีอีโอของ Tesla เผยเตรียมเปิดตัวรถครอสโอเวอร์รุ่นล่าสุด ของบริษัท โดยใช้ชื่อรุ่นว่า Model Y ที่โชว์รูมของบริษัท ในลอสแองเจลีส วันที่ 14 มี.ค. นี้

Model Y จะเป็นรถรุ่นที่ห้าของผู้ผลิต EV ไฮเอนด์รายนี้ โดยจะใช้ชิ้นส่วนเดียวกับ Model 3 ซีดานรุ่นประหยัดของบริษัท ราว 75% แต่มีขนาดใหญ่กว่าราว 10% และไม่มีประตูปีกนก Falcon Wing แบบ SUV รุ่นก่อนของบริษัทคือ Model X

ที่มา: The Verge

อ่านเพิ่มเติม:
นักวิเคราะห์คาด Tesla เจองานหนักในปี 2019 หลังแบรนด์ใหญ่รุกตลาด EV

ผู้เชี่ยวชาญเชื่อบริษัทอื่นยังตามหลัง Tesla หลายก้าว

 

Motorola เตรียมคืนชีพ Razr เป็นสมาร์ทโฟนพับได้

แดน เดรี รองประธานอาวุโสฝ่าย Global Product ของ Motorola ระบุบริษัทเตรียมเปิดตัวสมาร์ทโฟนพับได้ของตัวเองในเร็วๆนี้ โดยจะปัดฝุ่นชื่อ Razr มือถือพับได้ในยุครุ่งเรืองของบริษัทกลับมาใช้ด้วย

แต่จะมาพร้อมแนวคิดที่ต่างจาก Samsung Fold หรือ Huawei Mate X ตรงที่ Razr จะเป็นการพับเก็บเพื่อให้ตัวโทรศัพท์เล็กและพกพาสะดวก มากกว่าจะกางออกเป็นแท็บเล็ทเหมือนของสองแบรนด์ใหญ่ที่เปิดตัวไปแล้ว

ที่มา: Inverse

อ่านเพิ่มเติม
Motorola DynaTac และ Martin Cooper บิดาแห่งโทรศัพท์เคลื่อนที่

นักวิจัยญี่ปุ่นค้นพบกระจกคืนสภาพได้

 

ซีเอฟโอ Huawei ฟ้องทางการแคนาดา

นางเมิ่ง หว่านโจว ซีเอฟโอ Huawei Technologies สั่งให้ทนายความยื่นฟ้องคดีแพ่งต่อทางการแคนาดาแล้ว ในข้อหาถูกละเมิดสิทธิตามรัฐธรรมนูญ กักขังหน่วงเหนี่ยว และรื้อค้นทรัพย์สินโดยมิชอบ

นางเมิ่ง ถูกจับกุมตัวที่สนามบิน เมื่อ 1 ธ.ค. ปีที่แล้ว ระหว่างเตรียมขึ้นเครื่องเพื่อเดินทางออกจากแคนาดา ตามคำขอจากทางการสหรัฐฯ เพื่อให้ส่งตัวเธอไปดำเนินคดีในข้อหาละเมิดคำสั่งคว่ำบาตรทางการค้าอิหร่าน

ในการจับกุม เจ้าหน้าที่ยังได้ยึดสมาร์ทโฟนสองเครื่อง ไอแพด และคอมพิวเตอร์ พร้อมบังคับให้เธอแจ้งพาสเวิร์ดเพื่อปลดล็อกการเข้าถึงข้อมูลทั้งหมดด้วย

ที่มา: Bloomberg

อ่านเพิ่มเติม
SCM เผยสหรัฐฯเก็บข้อมูลนับสิบปี เพื่อเอาผิด Huawei

สหรัฐฯ สั่งฟ้อง Huawei 23 ข้อหา ทั้งขโมยข้อมูล ฟอกเงิน และฉ้อโกง

แคนาดารวบลูกสาวผู้ก่อตั้ง Huawei ตามใบสั่งสหรัฐฯ

 

YouTube ไม่จ่ายเงินให้คลิปเกี่ยวกับ Momo Challenge ทุกกรณี

YouTube ตัดบทเพื่อหยุดปัญหาเกี่ยวกับกรณี Momo Challenge ไวรัลที่กระตุ้นให้เด็กและวัยรุ่นทำอัตวินิบาตกรรม ด้วยการประกาศไม่จ่ายส่วนแบ่งโฆษณาให้กับทุกคลิปที่เกี่ยวข้อง ซึ่งก็รวมถึงการนำเสนอข่าวเกี่ยวกับประเด็นนี้ คำอธิบายจากวล็อกเกอร์ หรือแม้แต่คำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญด้วย

ก่อนหน้านี้ องค์กรการกุศลในสหราชอาณาจักร ก็เพิ่งเตือนบรรดาผู้ปกครองว่าอย่าเพิ่งตื่นตระหนกและแชร์คอนเทนต์เกี่ยวกับ Momo Challenge นี้ออกไป หลังกระแสดังกล่าวกลับมาเป็นไวรัลอีกครั้งหลังหายไปร่วมปี พร้อมระบุว่าไม่มีหลักฐานชัดเจนว่ามีเด็กและวัยรุ่นเสียชีวิตจากกรณีนี้จริงๆ

ที่มา: Mashable

อ่านเพิ่มเติม
ผู้แทนสหรัฐฯกดดัน YouTube ชี้แจงกรณีเก็บข้อมูลผู้บริโภคจากเด็ก

กลุ่มผู้ใช้จ่อแจ้งความ YouTube เก็บข้อมูลผู้ใช้เด็ก