จากเดิมที่เรารู้สึกว่ารถยนต์ไร้คนขับ (Self Driving Car) เป็นเรื่องไกลตัว เป็นเรื่องของอนาคต แต่ ณ วันนี้ ดูเหมือน อนาคตที่ว่าจะอยู่ใกล้ตัวเรากว่าที่คิด

ปลายปี 2017 Waymo ผู้พัฒนารถยนต์ไร้คนขับของ Google เพิ่งได้รับอนุญาตจากทางการแอริโซนา ในสหรัฐ ให้สามารถทดลองวิ่งบนท้องถนน ได้โดยไม่จำเป็นต้องมีคนนั่งบนรถเพื่อควบคุมในกรณีฉุกเฉิน

และทางบริษัท ก็มีแผนที่จะเชิญบุคคลทั่วไปให้ทดลองนั่งบนรถ เพื่อทดสอบการใช้งานจริงด้วย

“รถยนต์ไร้คนขับที่สมบูรณ์แบบอยู่ที่นี่แล้ว” จอห์น คราฟท์ชิค ซีอีโอคนปัจจุบันของบริษัทฯ กล่าวในงานแสดงเทคโนโลยีที่ลิสบอน เมื่อเดือนมีนาคม 2018

บิ๊ก Waymo เชื่อไม่มีทางเกิดอุบัติเหตุหนักแบบ Uber

กำเนิดรถไร้คนขับ

เดิม Waymo นั้น เป็นโปรเจกต์ที่ริเริ่มขึ้นโดย เซบาสเตียน ธรัน อดีตผู้อำนวยการห้องแลบพัฒนาปัญญาประดิษฐ์ของมหาวิทยาลัยสแตนฟอร์ด และผู้ร่วมคิดค้น Google Street View

‘Stanley’ หุ่นยนต์ขับรถตัวแรกที่ ธรัน พัฒนาขึ้นร่วมกับทีมงานนั้น ได้รับรางวัล DARPA Grand Challenge ที่จัดขึ้นโดยกระทรวงกลาโหมสหรัฐ ในปี 2005

มองโลก มองอนาคต ไปกับบิดาแห่งรถไร้คนขับ เซบาสเตียน ธรัน

อย่างไรก็ตาม การจะนำรถยนต์ไร้คนขับมาทดสอบบนท้องถนนนั้น ไม่อาจทำได้ เนื่องจากยังไม่มีกฎหมายรองรับ ตามที่อัยการรายหนึ่งในแคลิฟอร์เนียยกประเด็นขึ้นนี้มาคัดค้าน

ประเด็นดังกล่าว นำไปสู่กระบวนการร่างกฎหมายฉบับใหม่ ซึ่งรัฐเนวาดาเป็นที่แรกที่อนุญาตให้รถยนต์ไร้คนขับสามารถวิ่งบนถนนทั่วไปได้ ในปี 2011

กระทั่งในปี 2015 เนธาน แฟร์ฟิลด์ หัวหน้าวิศวกรของ Waymo ก็สามารถพัฒนา ‘รถยนต์ไร้คนขับคันแรกของโลกที่สามารถวิ่งบนท้องถนนได้’ พร้อมเชิญให้ สตีฟ มาห์น อดีตซีอีโอของศูนย์ผู้พิการทางสายตาใน ซานตา คลารา มาร่วมทดสอบที่เมืองออสติน ในรัฐเท็กซัส

และเมื่อเดือนธันวาคมปีที่แล้ว Waymo ก็ถูกแยกตัวออกมา เพื่อตั้งเป็นบริษัทใหม่ในเครือของ Alphabet อย่างเป็นทางการ

นับจนถึงปัจจุบัน คิดเป็นเวลากว่า 8 ปี ตั้งแต่เริ่มพัฒนาโปรเจกต์ และทดลองวิ่งครบ 4 ล้านไมล์ ไปเมื่อปลายเดือนพฤศจิกายน 2017 และเพิ่งแตะหลัก 10 ล้านไมล์ เมื่อเดือนตุลาคมปีที่แล้ว

LIDAR “ตา” ของรถไร้คนขับ

คราฟชิค กล่าวในทำนองว่ารถยนต์ไร้คนขับนั้น เข้าใกล้ความเป็นจริงมากขึ้นเรื่อยๆ เห็นได้จากราคาของเทคโนโลยีที่ถูกลง โดยเฉพาะอุปกรณ์สำคัญอย่าง ไลดาร์ (Light Detection and Range = LIDAR*)

LIDAR คืออะไร??? ไลดาร์ เป็นเทคโนโลยีการสำรวจภูมิประเทศ ที่ทำงานในแบบเดียวกับ เรดาร์ (Radar) โดยวัดระยะด้วยการคำนวณจากเวลาในการเดินทางของเลเซอร์ ที่ยิงจากเซนเซอร์ไปยังวัตถุเป้าหมายและกลับมา เพื่อนำข้อมูลเหล่านี้มาประมวลผลเป็นโครงสร้างภูมิประเทศ และบ่งบอกว่าเป็นต้นไม้ ตึกรามบ้านช่อง ฯลฯ ในลักษณะ 3 มิติ

อุปกรณ์นี้จะติดตั้งอยู่บนหลังคารถยนต์ไร้คนขับ เพื่อทำหน้าที่เปรียบเสมือน “ตา” ของรถนั่นเอง

คีย์แมสเซจหนึ่งจาก Krafcik คือต้นทุนของ ไลดาร์ ต่อเครื่องที่เคยสูงถึง 75,000 ดอลลาร์ เมื่อ 2-3 ปีก่อน ปัจจุบันลดลงไปราว 90% แล้ว แต่ประสิทธิภาพกลับสูงขึ้น

โดยรุ่นล่าสุดสามารถจับวัตถุขนาดเดียวกับหมวกกันน็อคได้ ในระยะที่ห่างออกไปถึง 2 สนามฟุตบอล (200 หลา หรือ 180 เมตร)

จากนี้ เป้าหมายต่อไปของ Waymo คือการผลักดันให้เกิดบริการ ride-hailing service ในเชิงพาณิชย์ คือผู้ใช้บริการสามารถเรียกรถของบริษัท ผ่านแอพพลิเคชั่น ได้ในลักษณะเดียวกับ Uber หรือ Grab

 

แอริโซนาโหด ชาวบ้านรุมเล่นงานแท็กซี่ไร้คนขับ Waymo ถึงขั้นชักปืนยิง

ขณะเดียวกัน บริษัทก็ยังพร้อมผลักดันรถยนต์ไร้คนขับในช่องทางอื่นๆด้วย อาทิ การเซ็นสัญญาร่วมงานกับ Fiat Chrysler Automobiles (FCA) เพื่อสร้างรถมินิแวนที่ไม่มีพวงมาลัย คันเร่ง หรือ เบรคสำหรับผู้นั่ง

โดยในกรณีนี้ Waymo จะรับผิดชอบทั้งเรื่อง ซอฟต์แวร์ เซนเซอร์ต่างๆ รวมถึง ไลดาร์ เพื่อให้ทุกส่วนทำงานร่วมกันได้อย่างกลมกลืน

นอกจากนี้ ทางบริษัทก็ยังร่วมกับ Honda ผู้ผลิตรถยนต์จากญี่ปุ่นที่สนใจในเทคโนโลยีนี้เช่นกัน เพื่อให้สอดคล้องกับแนวคิดของ Shinso Abe นายกรัฐมนตรีญี่ปุ่น ที่ต้องการให้มีรถยนต์ไร้คนขับเป็นแท็กซี สำหรับสัญจรในโอลิมปิก 2020

รัฐบาลญี่ปุ่นเองก็ตั้งใจใช้โตเกียวเกมส์ เป็นส่วนหนึ่งของการเตรียมสาธารณูปโภคไว้รองรับคนส่วนใหญ่ของประเทศ ที่จะเป็นผู้สูงอายุในอนาคตอันใกล้

เพราะเมื่อคนมีอายุมากขึ้น ความสามารถในการขับรถอาจไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป

และในหลายๆประเทศ รวมถึงบ้านเราที่มีอัตราการเสียชีวิตจากอุบัติเหตุติดอันดับต้นๆของโลกนั้น

บางที การใช้รถยนต์ไร้คนขับ อาจช่วยลดอัตราการสูญเสียนี้ได้ดี กว่าการรณรงค์ด้านวินัย และความรับผิดชอบของผู้ขับก็ได้

 

อ่านเพิ่มเติม

อุบัติเหตุรถไร้คนขับ ใครต้องเป็นคนรับผิดชอบ?

เรียบเรียงจาก

Waymo’s autonomous cars have driven 4 million miles

Google’sWaymo is first to put fully self-driving cars on US roads without a safety driver

Waymo’s self-driving cars are racking up miles faster than ever

AHEAD ASIA นวัตกรรม ล้ำหน้า