Starbucks เชนร้านกาแฟยักษ์ใหญ่จากสหรัฐฯ จับมือ Valor Equity Partners ตั้งกองทุนใหม่ในชื่อ Valor Siren Ventures Fund เพื่อปั้นสตาร์ทอัพสาย รีเทลเทค และฟู้ดเทค โดยเฉพาะ ด้วยวงเงินก้อนแรก 100 ล้านดอลลาร์ (3,200 ล้านบาท)

เควิน จอห์นสัน ซีอีโอของบริษัทฯ ระบุในแถลงการณ์ว่ากองทุนนี้จัดตั้งขึ้น เพื่อต้องการสนับสนุนผู้ประกอบการรุ่นใหม่ที่มีแนวคิดสร้างสรรค์ รวมถึงเทคโนโลยี ที่จะยกระดับธุรกิจค้าปลีกและอุตสาหกรรมอาหาร โดยมีแผนเพิ่มวงเงินสนับสนุนอีก 300 ล้านดอลลาร์ (ราว 9,500 ล้านบาท) ในอนาคตด้วย ส่วนข้อมูลเพิ่มเติม น่าจะมีการเปิดเผยในการประชุมผู้ถือหุ้นของบริษัทในเร็วๆนี้

แม้จะยังไม่มีการระบุรายละเอียดมากนัก แต่ Starbucks ก็นับเป็นธุรกิจอาหารและเครื่องดื่มรายล่าสุดของสหรัฐฯ ที่หันมาลงทุนในสตาร์ทอัพ

ก่อนนี้ Tyson Foods ผู้เล่นเบอร์หนึ่งในอุตสาหกรรมค้าสัตว์ปีก ก็ก่อตั้งกองทุน Tyson Ventures เพื่อลงทุนกับเทคโนโลยีสกัดโปรตีนจากพืชโดยเฉพาะ ตั้งแต่ปี 2016 ส่วน Kraft Heinz และ PepsiCo Inc ก็มีกองทุน VC ในลักษณะนี้เช่นกัน

 

AHEAD TAKEAWAY

ค่ายนางเงือก ผู้นำตัวจริงด้านนวัตกรรม

แม้จะอยู่ในอุตสาหกรรมค้าปลีก/อาหาร แต่กาแฟค่ายนางเงือกก็โดดเด่นในเรื่องการนำนวัตกรรมมาประยุกต์ใช้ในธุรกิจของตน ทั้งแนวคิดการรับชำระค่าสินค้าด้วยเงินดิจิทัล การจับมือกับสตาร์ทอัพดังอย่าง Uber เพื่อให้บริการส่งเครื่องดื่ม ผ่าน UberEats และเป็นพาร์ทเนอร์กับ Alibaba สำหรับบริการดีลิเวอรี่ในจีน ฯลฯ

Starbucks จับมือ Alibaba ยกระดับดีลิเวอรี่ – ขยาย 2,000 สาขาในจีน

ค่ายกาแฟรายนี้ ยังเป็นผู้บุกเบิกการชำระเงินแบบโมบายล์เพย์เมนต์ ตั้งแต่ปี 2011 และเป็นผู้นำตัวจริงในด้านนี้ เหนือกว่าระบบชำระเงินอื่นๆ อย่าง Apple Pay, Google Pay หรือ Samsung Pay ด้วย

เห็นได้จากยอดผู้ใช้งานในสหรัฐฯ 23.4 ล้านคน เมื่อปีที่แล้ว หรือมีอัตราเติบโตขึ้นราว 10% จากปี 2017 และยังมีแนวโน้มจะเติบโตขึ้นเรื่อยๆด้วย ทั้งในสหรัฐฯเอง หรือกับที่อื่นๆบนโลก

ซึ่งเป็นผลจากประสบการณ์เชิงบวกของผู้บริโภค ทั้งความสะดวกในการจ่าย ความง่ายในการจัดการโอนย้ายตัวเงินในระบบ และการตรวจสอบคะแนนรีวอร์ด

 

องค์กรใหญ่ยกระดับธุรกิจด้วย CVC 

แม้หลายคนจะมองว่ากระแสของวงการสตาร์ทอัพในหลายๆแห่งของโลกเริ่มแผ่วลง แต่องค์กรใหญ่ๆก็ยังพร้อมที่จะตั้ง Corporate Venture Capital (CVC) เพื่อลงทุนและมองหานวัตกรรมใหม่ๆมายกระดับสินค้า/การให้บริการของตัวเองอยู่

เหมือนที่ Air Asia เพิ่งเปิดตัว RedBeat Ventures ไปเมื่อต้นเดือนมีนาคม รวมถึงกรณีของ Starbucks ด้วย

ส่วนในไทย ช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา ก็จะเห็นว่าองค์กรใหญ่ๆเริ่มหันมาให้ความสำคัญกับเรื่องนี้กันมากขึ้น ด้วย CVC ที่จะช่วยสนับสนุนทั้งไอเดียของพนักงานในองค์กร หรือสตาร์ทอัพที่มีเทคโนโลยีเชื่อมโยงกัน

ไล่ตั้งแต่ InVent (AIS) Digital Ventures (ธนาคารไทยพาณิชย์) AddVentures (SCG) SiriVentures (แสนสิริ) หรือ Singha Ventures (บุญรอด) ฯลฯ

AddVentures โดย เอสซีจี เลือก “WAVEMAKER PARTNERS” หวังต่อยอดลงทุนสตาร์ทอัพ B2B

เพราะองค์กรเหล่านี้รู้ว่าเทคโนโลยีหรือแนวคิดใหม่ๆที่ฉีกไปจากวัฒนธรรมองค์กร จะเป็นตัวแปรสำคัญสำหรับการแข่งขันในธุรกิจของตัวเอง หรือธุรกิจใหม่ๆที่กำลังจะเกิดขึ้นนั่นเอง

 

รีเทล/ฟู้ดเทค อยู่กับเราตั้งแต่ตืนจนเข้านอน

ฟู้ดเทค นั้นกินความกว้างกว่าแค่เทคโนโลยีในการผลิตอาหาร แต่ยังรวมถึงการนำเทคโนโลยีมาใช้ เพื่อช่วยตอบโจทย์ร้านอาหาร ภัตตาคาร และไลฟ์สไตล์การบริโภคด้วย

เช่น การค้นหา (Wongnai) การจองร้าน (eatigo, QueQ) ออน-ดีมานด์และดีลิเวอรี่ (GrabFood, foodpanda, Line Man) เพย์เมนท์ (Grab Pay, Line Pay) ไปจนถึง ลอยัลตี รีวอร์ดส์ อย่าง The1 หรือ Rabbit ฯลฯ

จะเห็นว่าชื่อเหล่านี้ใกล้ตัวกับเรามากกว่าที่คิด ตั้งแต่ตื่นเช้าจนถึงเข้านอนเลยทีเดียว ยังไม่นับเรื่องการเก็บข้อมูลผู้บริโภคและวิเคราะห์ ซึ่งจะนำไปสู่การโฆษณา

หรือในทางกลับกัน ธุรกิจโฆษณาหรืออินฟลูเอนเซอร์ต่างๆก็สามารถย้อนศรกลับมาแข่งขันกับผู้ผลิต/ผู้ขายได้เช่นกัน

เหมือนที่ทาง Omise วิเคราะห์ว่าในอนาคตอันใกล้ Instagram จะเป็นผู้เล่นหลักในธุรกิจค้าปลีก หรือแม้แต่การจองร้านอาหารได้ หลังโซเชียลมีเดียรายนี้ เตรียมนำระบบซื้อสินค้า/บริการและชำระเงิน Checkout มาทดลองใช้บนแพลตฟอร์มของตัวเอง

จะเห็นได้ว่าหลายธุรกิจที่ดูเผินๆเหมือนไม่มีความเชื่อมโยงกันเลย ในอนาคตอันใกล้อาจจะต้องกลายมาเป็นคู่แข่งกันก็ได้ เพราะเส้นที่คั่นอยู่เริ่มจะบางลงเรื่อยๆ จากความก้าวหน้าทางเทคโนโลยี รวมถึงไลฟ์สไตล์ของคนที่เปลี่ยนไป ทำให้ผู้ประกอบการหรือเจ้าของธุรกิจต้องปรับตัวตลอดเวลา เช่น Grab ที่เริ่มจากการเป็นแอพเรียกรถ ก่อนต่อยอดมาเป็นแพลตฟอร์มที่ครอบคลุมแทบจะทุกเรื่องในชีวิต

Grab ต่อยอดแพลตฟอร์มครบวงจร ตั้งเป้ารายได้แตะ3หมื่นล้านก่อนสิ้นปี

เช่นกัน แม้แต่ยักษ์ใหญ่ที่น่าจะลอยตัวในธุรกิจกาแฟที่ตัวเองเป็นเบอร์หนึ่งอยู่แล้ว ก็ยังเลือกใช้การเป็น CVC เพราะเชื่อว่าการหาแนวทางยกระดับหรือต่อยอดธุรกิจของตนออกไป คือหนึ่งในทางเลือกเพื่อการอยู่รอดทั้งในวันนี้และในอนาคต

 

เรียบเรียงจาก

Starbucks sets up $100 million fund to invest in food and retail startups

Starbucks will anchor the new $400 million food-focused Valor Siren Ventures fund

7 Unstoppable FoodTech Trends in Singapore to Watch in 2019

Now you can buy clothes or make reservations without ever leaving Instagram

 

อ่านเพิ่มเติม

ทำไมโลโก้สตาร์บัคส์ถึงเป็นนางเงือก?

AHEAD ASIA นวัตกรรม ล้ำหน้า