Apple และ Qualcomm ตกลงยุติคดีความเรื่องส่วนแบ่งรายได้และสิทธิบัตร ซึ่งขยายขอบเขตไปทั่วโลก และยืดเยื้อมานานหลายปี โดยที่ในอนาคต ค่ายผลไม้จะกลับไปใช้ชิปเซตของ Qualcomm อีกครั้ง แทน Intel ที่เตรียมถอนตัวจากอุตสาหกรรมนี้

คดีความระหว่าง Apple และ Qualcomm นั้น เริ่มต้นมาตั้งแต่ต้นปี 2017 ทั้งที่เป็นคู่ค้ากันมานาน เมื่อค่ายผลไม้เห็นว่ายักษ์ใหญ่ด้านชิปเซตพยายามขยับราคาขึ้นตลอด พร้อมเรียกร้องส่วนแบ่งรายได้เพิ่มเติมจากเทคโนโลยีที่ได้จดสิทธิบัตรไว้ด้วย

ความขัดแย้งดังกล่าว ส่งผลให้ทั้งสองฝ่ายผลัดกันยื่นฟ้องคู่กรณีต่อศาลทั่วโลก ก่อนที่ Apple จะเปลี่ยนผู้ผลิตชิปเซต มาเป็น Intel และ Broadcom แทน ตั้งแต่ iPhone 7 และ iPhone 7 Plus เป็นต้นมา

อียูฟัน Qualcomm 1.2 พันล้านเหรียญฯ คดีผูกขาด Apple

การผลัดกันยื่นฟ้องไปมานั้น ก็ส่งผลกระทบต่อการดำเนินธุรกิจของทั้งสองบริษัทโดยตรง ทั้ง Qualcomm ที่ถูกศาลในสหภาพยุโรปตัดสินว่ามีความผิดฐานละเมิดกฎหมายผูกขาดทางการค้า ขณะที่ Apple ก็ถูกสั่งห้ามขาย iPhone หลายๆรุ่น ซึ่งมีฟีเจอร์ผูกกับสิทธิบัตรของ Qualcomm ในจีนและอีกหลายๆประเทศ

Apple งานเข้าศาลสั่งห้ามขาย iPhone ในจีน

แต่ล่าสุด ก็มีการยืนยันแล้วว่าทั้งสองบริษัทตกลงที่จะยุติข้อพิพาททั้งหมด โดย Apple ตกลงที่จะจ่ายส่วนแบ่งรายได้ให้กับ Qualcomm สำหรับเทคโนโลยีที่มีการจดสิทธิบัตรไว้ แต่ไม่มีการระบุตัวเลขที่ชัดเจน

ขณะเดียวกัน ทั้งสองบริษัทก็ตกลงที่จะกลับมาทำธุรกิจร่วมกันอีกครั้ง โดยมีการจดไลเซนส์ทั้งสิ้นหกปี พร้อมออปชั่นในการต่อสัญญาอีกสองปี

ส่วน Intel ซึ่งผลิตชิปเซตให้กับ iPhone รุ่นใหม่ๆมาตลอด ตั้งแต่ปี 2018 ก็เพิ่งประกาศในเวลาไล่เลี่ยกันว่าขอถอนตัวจากการผลิตชิปเซต 5G สำหรับสมาร์ทโฟนแล้ว เพราะเห็นว่าโอกาสทำกำไรจากธุรกิจนี้ยังไม่ชัดเจน โดยจะหันไปโฟกัสกับการพัฒนาโมเดม 4G และ 5G ในพีซี, อุปกรณ์ iOT ฯลฯ แทน

ข่าวการสงบศึกนี้ ส่งผลให้ราคาหุ้นของ Qualcomm ตอนกลางสัปดาห์ ขยับขึ้นถึง 20% จนมูลค่ารวมของบริษัทไปแตะที่ 84,000 ล้านดอลลาร์ (2.6 ล้านล้านบาท) ซึ่งถือว่าสูงที่สุดนับจากปี 1999 เลยทีเดียว ขณะที่ราคาหุ้นของ Apple มีการเปลี่ยนแปลงเพียงเล็กน้อย คือบวกเพิ่มไม่ถึง 1%

 

AHEAD TAKEAWAY

การสงบศึกของสองยักษ์ใหญ่คู่นี้ ถูกบอกใบ้ไว้ล่วงหน้าโดย สตีฟ มอลเลนคอปฟ์ ซีอีโอของ Qualcomm ตั้งแต่ราวเดือนพฤศจิกายนปีก่อนแล้ว แม้ ทิม คุก ของฝั่ง Apple จะยืนกรานปฏิเสธในเรื่องนี้มาโดยตลอดก็ตาม

แม้ในการฟ้องร้องกันไปมา Apple จะไม่ได้เป็นฝ่ายเสียเปรียบทุกครั้ง แต่ในระยะยาวนั้น ย่อมไม่เป็นผลดีกับค่ายผลไม้แน่นอน

เพราะมีการวิเคราะห์กันว่าหากเรื่องนี้ยืดเยื้อออกไป ก็จะกระทบต่อแผนของ Apple ในการพัฒนาสมาร์ทโฟนที่ใช้เทคโนโลยี 5G จนล่าช้ากว่าผู้ผลิตรายอื่นๆในท้องตลาด เนื่องจาก Qualcomm นั้นเป็นซัพพลายเออร์หลักของชิปเซต 5G นั่นเอง

ยิ่งเมื่อ Intel ซึ่งถูก Apple ดึงมาผลิตชิปเซตให้ iPhone แทนเมื่อปีที่แล้ว ตัดสินใจที่จะไม่อยู่ในธุรกิจนี้ต่อ และหันไปโฟกัสในด้านอื่นๆแทน เพราะเห็นว่าโอกาสทำกำไรมีไม่มากนัก ก็ยิ่งทำให้ค่ายผลไม้แทบไม่มีทางเลือกเหลืออยู่อีก

การตกลงกับ Qualcomm นอกศาล จึงน่าจะเป็นทางออกที่ดีที่สุด และเร็วที่สุด เพื่อที่บริษัทจะได้เดินหน้าต่อนั่นเอง ขณะเดียวกัน นั่นก็อาจทำให้เราได้เห็น iPhone ซึ่งใช้เทคโนโลยี 5G เร็วกว่าที่คาดไว้ในทีแรกด้วย

 

เรียบเรียงจาก

Qualcomm surges after announcing a settlement with Apple over patent royalties

Intel Exiting 5G Smartphone Modem Business, Won’t Make 5G iPhone Chips at All

AHEAD ASIA นวัตกรรม ล้ำหน้า