รัฐบาลจีน เดินหน้าต่อเนื่องเพื่อการขึ้นเป็นผู้นำในอุตสาหกรรม รถไร้คนขับ ด้วยการแยกเลนพิเศษสำหรับรถประเภทนี้โดยเฉพาะ ในโครงการสร้างทางหลวงสายใหม่ระหว่างกรุงปักกิ่งกับเขตเมืองใหม่สงอัน ซี่งมีกำหนดเปิดให้บริการภายในปี 2020

ทางหลวงสายใหม่ระยะทาง 100 กม. ซึ่งจำกัดความเร็วไว้ที่ราว 100-120 กม./ชม. จะติดตั้งสมาร์ทเซนเซอร์บนเลนที่แบ่งไว้ให้กับรถไร้คนขับ และรถกึ่งขับเคลื่อนอัตโนมัติ (Semi-auto AV) โดยเฉพาะ รวมถึงสาธารณูปโภคต่างๆ เพื่ออำนวยความสะดวกในการเดินทาง เช่นระบบจ่ายค่าผ่านทางอัจฉริยะ ฯลฯ

การประกาศแบ่งเลนบนทางหลวงให้กับรถไร้คนขับในครั้งนี้ นับเป็นมาตรการล่าสุดของรัฐบาลจีน เพื่อสนับสนุนเทคโนโลยีดังกล่าว ภายหลังเประกาศแนวทางทดสอบรถไร้คนขับ ให้บรรดาผู้ผลิตรถยนต์ในประเทศนำไปปฏิบัติ ตั้งแต่เมื่อปีที่แล้ว

ทางการจีนยังตั้งเป้าว่า ภายในปี 2020 จะผลักดันให้รถราว 90% ในประเทศ ติดตั้งชิปเซ็ต C-V2X ของ Qualcomm เพื่อเชื่อมต่อเข้ากับระบบควบคุมการคมนาคมอัจฉริยะ สำหรับลดอุบัติเหตุและปัญหาจราจร ซึ่งการแยกเลนพิเศษสำหรับรถไร้คนขับโดยเฉพาะ ก็จะช่วยลดความเสี่ยงจากอุบัติเหตุระหว่าง รถไร้คนขับ กับรถทั่วไปได้ดีขึ้นอีกด้วย

AHEAD TAKEAWAY

แนวคิดเรื่องการแยกเลนเฉพาะสำหรับรถไร้คนขับนั้น ไม่ใช่เรื่องใหม่ เพราะในสหรัฐฯเคยมีการพูดถึงมาแล้ว แต่ยังไม่สามารถบังคับใช้ได้ด้วยเหตุผลทางกฎหมายในแต่ละรัฐที่ต่างกัน และทัศนคติของชาวอเมริกันที่ดูจะยังไม่ไว้วางใจเทคโนโลยีใหม่ๆนี้นัก (อ่านเพิ่มเติม โพลฟ้องคนอเมริกันไม่กล้านั่งรถไร้คนขับ)

ขณะที่จีน แม้ปัจจุบันจะยังอยู่ในลำดับที่ 20 ของประเทศที่มีความพร้อมด้านเทคโนโลยีนี้ จากการสำรวจโดย KPMG แต่การที่ภาครัฐและเอกชนมีมุมมองไปในทางเดียวกัน การขับเคลื่อนประเทศให้มุ่งไปยังเป้าหมายที่ตั้งไว้ จึงทำได้ง่ายกว่า

ผลสำรวจ AVRI เผย สิงคโปร์ รั้งอันดับ 2 ประเทศพร้อมใช้รถไร้คนขับ เนเธอร์แลนด์ เบอร์หนึ่งสองปีซ้อน

รายงานจาก McKinsey เมื่อปีที่แล้ว ยังมีการประเมินว่าภายในปี 2030 มูลค่าของอุตสาหกรรมรถไร้คนขับ (AV) ทั้งการผลิต ซื้อขาย และบริการ เฉพาะในจีนประเทศเดียว อาจมีมูลค่าสูงถึง 5 แสนล้านดอลลาร์ (ราว 16 ล้านล้านบาท)

ปัจจุบัน บริษัทเอกชนหลายๆราย นำโดย Baidu ก็ได้รับอนุญาตให้เริ่มทดสอบรถไร้คนขับบนท้องถนนแล้ว โดยมี Tencent และ Alibaba กำลังเร่งพัฒนาแพลตฟอร์มของตนเช่นกัน

Baidu เตรียมเปิดบริการบัสไร้คนขับในจีน,ญี่ปุ่น

ขณะที่ในเมืองใหญ่หลายๆเมือง ทั้ง กรุงปักกิ่ง ฉงชิ่ง เซินเจิ้น กว่างโจว และ เซี่ยงไฮ้ ต่างก็ตอบรับนโยบายดังกล่าว และทยอยอนุญาตให้มีการทดสอบ รถไร้คนขับ แล้วเช่นกัน

และการแยกเลนเฉพาะสำหรับรถประเภทนี้ บนทางหลวงสายใหม่ ซึ่งเชื่อมโยงเมืองหลวงของประเทศกับเมืองใหม่สงอัน ที่ถูกวางให้เป็น smart city แห่งต่อไปของประเทศ ก็ช่วยตอกย้ำว่าจีนนั้นจริงจังแค่ไหนกับเรื่องนี้

รวมถึงเป็นเครื่องยืนยันว่าต่อให้โลกหมุนเร็วแค่ไหน การที่เทคโนโลยีจะได้ไปต่อหรือไม่ ภาครัฐก็มีบทบาทสำคัญมากในการให้การสนับสนุน วิสัยทัศน์ที่กว้างไกลจึงเป็นสิ่งสำคัญ หากไม่ต้องการหยุดนิ่งอยู่กับที่ หรือปล่อยให้ประเทศเพื่อนบ้านแซงหน้าทิ้งห่างไป

 

เรียบเรียงจาก

How China’s new highway for self-driving cars will boost its AV ambitions

China lays out self-driving rules in global race: China Daily

AHEAD ASIA นวัตกรรม ล้ำหน้า