Microsoft กลายเป็นบริษัทล่าสุด ที่มีมูลค่าหลักทรัพย์ในตลาด (Market Capitalization) แตะหลัก 1 ล้านล้านดอลลาร์ (32 ล้านล้านบาท) แล้ว หลังราคาหุ้นขยับขึ้น 4% จากการเปิดเผยผลประกอบการล่าสุด เมื่อวันพุธที่ 24 เมษายน พร้อมส่งผลให้ยักษ์ใหญ่ด้านซอฟต์แวร์แซงขึ้นไปเป็นบริษัทมูลค่าสูงสุดในโลกอีกครั้ง

ในการประกาศผลประกอบการไตรมาสที่สามของปี 2018 เมื่อวันพุธที่ผ่านมา Microsoft มีรายรับสูงถึง 30,600 ล้านดอลลาร์ (9.8 แสนล้านบาท) ซึ่งสูงกว่าตัวเลขเดิมที่คาดไว้ คือ 29,840 ล้านดอลลาร์ (9.5 แสนล้านบาท) ซึ่งเป็นผลจากการที่องค์กรใหญ่ๆย้ายการเก็บรักษาข้อมูลมาใช้คลาวด์มากขึ้น

ด้านนักวิเคราะห์จาก Stifel เสริมว่าแม้ส่วนแบ่งการตลาดในธุรกิจคลาวด์ของ Azure จะยังตามหลัง Amazon Web Service อยู่ แต่ในรอบปีที่ผ่านมา ถือว่ามีอัตราการเติบโตที่สูงกว่า AWS

นอกจากการให้บริการคลาวด์ในระดับองค์กรแล้ว รายรับที่เพิ่มขึ้นของ Microsoft ยังมาจากการปรับรูปแบบการขายซอฟต์แวร์แบบเดิมๆ เช่น Word หรือ Excel มาเป็นแอพบนคลาวด์แทน ผ่าน Office 365 suite ซึ่งมียอดขายในปีที่ผ่านมา เพิ่มขึ้น 30% ขณะที่ LinkedIn เครือข่ายอาชีพ ซึ่งบริษัทฯเทกโอเวอร์มาในปี 2016 ก็มีรายรับเพิ่มขึ้น 27% ในไตรมาสเดียวกัน

ผลประกอบการในเชิงบวกนี้ ส่งผลให้ราคาต่อหุ้นของบริษัทในปัจจุบัน ขยับมาอยู่ที่ราว 130 ดอลลาร์ (4,100 บาท) หรือเพิ่มขึ้นถึง 34% ในรอบปีที่ผ่านมา พร้อมส่งให้ Microsfot เป็นบริษัทในสหรัฐฯรายที่สาม ที่มีมูลค่าแตะหลัก 1 ล้านล้านดอลลาร์ ถัดจาก Apple และ Amazon ซึ่งทำสำเร็จเมื่อเดือนสิงหาคมและกันยายนปีที่แล้ว

Microsoft แรงปลาย แซง Apple เป็นบริษัทมูลค่าสูงสุดโลก

AHEAD TAKEAWAY

แม้ภาพลักษณ์ของ Microsoft จะดูไม่หวือหวาเท่ากับกลุ่ม FAANG (Facebook/Amazon/Apple/Netflix/Google) แต่การที่บริษัทฟื้นกลับมาจากภาพการเป็นยักษ์หลับที่ตกยุคได้ ถือเป็นกรณีศึกษาที่ควรให้ความสนใจ

เพราะหลังเคยขึ้นเป็นบริษัทมูลค่าสูงสุดในโลก ในยุคพีซีครองโลก Microsoft ก็ค่อยๆถดถอยลงทีละน้อย เพราะพอใจกับการทำธุรกิจแบบเดิมๆ คือซอฟต์แวร์ระบบปฏิบัติการ และขยับตัวช้ากว่าคู่แข่งเสมอในธุรกิจใหม่ๆ เมื่อโลกเปลี่ยนเข้าสู่ยุค mobile

การเปลี่ยนตัวซีอีโอจาก สตีฟ บอลเมอร์ เป็น สัตยา นาเดลลา ถือเป็นความกล้าของบอร์ดบริหารที่มอบหมายให้คนรุ่นใหม่เข้ามารื้อโครงสร้างองค์กร ตั้งแต่วิธีคิดไปจนถึงรูปแบบการทำธุรกิจ

แก้ทุกปัญหาด้วยการสื่อสารให้ตรงจุด สไตล์ สัตยา นาเดลลา ซีอีโอ Microsoft

นาเดลลา ไม่เพียงยุติปัญหาการเมืองในองค์กร แต่ยังกล้าลองอะไรใหม่ๆ โดยเฉพาะการเข้าสู่ธุรกิจคลาวด์ซึ่งยังเป็นเรื่องใหม่มากเมื่อหลายปีก่อน ทั้งที่เวลานั้น บริษัทก็มีรายได้จากธุรกิจจัดเก็บข้อมูลในเซิร์ฟเวอร์อยู่แล้ว

การพาบริษัทมาถึงจุดล้านล้านดอลลาร์ถือเป็นความสำเร็จก้าวหนึ่งของ นาเดลลา ซึ่งอาจยังไปได้ไกลกว่านี้

เพราะปัจจุบัน Microsoft ถือเป็นหนึ่งในสองบริษัทที่มีโอกาสชนะการประมูลสัญญามูลค่า 10,000 ล้านดอลลาร์จากกระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ ร่วมกับ AWS หลังคู่แข่งอย่าง IBM และ Oracle ถอนตัวไปแล้ว ซึ่งแนวโน้มล่าสุด นักวิเคราะห์ในตลาดหลักทรัพย์ ก็มองว่า Azure มีโอกาสดีกว่าที่จะได้สัญญาในโครงการนี้ไป ซึ่งจะช่วยเพิ่มเครดิตความน่าเชื่อถือให้กับธุรกิจคลาวด์ของบริษัทยิ่งขึ้น เหมือนที่ AWS ได้รับจากการชนะประมูลจาก CIA เมื่อหลายปีก่อน

ถอดรหัสการคืนชีพของ Microsoft : ปรับตัวก่อนตกยุค

เรียบเรียงจาก

Microsoft hits $1 trillion market cap after earnings beat estimates

Microsoft joins $1 trillion market cap club

Microsoft crosses $1 trillion market cap after impressive Q3 earnings

อ่านเพิ่มเติม

หนังสือ 12 เล่มที่ สัตยา นาเดลลา ซีอีโอ Microsoft เลือกอ่าน

AHEAD ASIA นวัตกรรม ล้ำหน้า