Gallup บริษัทที่ปรึกษาทางธุรกิจ เผยข้อมูลจาก Global State of Emotions 2018 ซึ่งเป็นรายงานผลการสำรวจทางอารมณ์ในกว่า 140 ประเทศทั่วโลก พบว่าส่วนใหญ่มีความรู้สึกโศกเศร้า เกรี้ยวกราด และเป็นกังวลมากที่สุด ตั้งแต่เคยมีการสำรวจกันมา

งานวิจัยดังกล่าวจัดทำขึ้น โดยใช้ข้อมูลจากการสัมภาษณ์ผู้เข้ารับการสำรวจ 151,000 ราย ในกว่า 140 ประเทศ เพื่อตรวจสอบว่าในรอบปีที่ผ่านมา คนเหล่านั้น มีความสุขมากขึ้นหรือลดลง ผ่านคำถาม 10 ข้อ เพื่อวัดอารมณ์ในเชิงบวกและลบ และสาเหตุ

ผลปรากฎว่า กลุ่มที่ยอมรับว่ามีอารมณ์โกรธมากกว่าเดิมนั้น เพิ่มขึ้นจากปีก่อน 2% ส่วนกลุ่มที่ระบุว่ามีความกังวล และโศกเศร้า เพิ่มขึ้น อย่างละ 1% ถือเป็นสถิติใหม่ติดต่อกันเป็นปีที่สอง สำหรับดัชนีชี้วัดอารมณ์ในเชิงลบทั้งสามข้อนี้

ผลสำรวจยังระบุว่าอารมณ์เชิงลบทั้งสามข้อนี้ ยังส่งผลต่อสุขภาพทางกายด้วย โดยกลุ่มที่โกรธและอารมณ์เสียบ่อยๆนั้น มีความเสี่ยงที่จะเกิดหัวใจวายมากขึ้น ส่วนความกังวลและโศกเศร้านั้น เป็นสัญญาณของโรควิตกกังวลและโรคซึมเศร้า รวมถึงเพิ่มความเสี่ยงที่จะเป็นโรคหัวใจด้วย

สำหรับชาติที่มีค่าอารมณ์เชิงลบสูงสุด ยังคงเป็นสาธารณรัฐชาด ในแอฟริกากลาง ด้วยค่าดัชนีที่ 54 ซึ่งสูงกว่าค่าเฉลี่ยของประเทศทั่วโลกที่ 30 เกือบเท่าตัว โดยประชากร 6 ใน 10 รับว่ามีความลำบากทางกายภาพ 66% และความกังวล 61%

ขณะที่ประเทศซึ่งมีค่าอารมณ์เชิงลบต่ำสุด ได้แก่ ไต้หวัน ซึ่งค่าดัชนีอยู่ที่ 14 เท่านั้น

‘สตุ๊ทการ์ท’ เมืองเครียดน้อยสุดในโลก – ‘กรุงเทพ’ อันดับ 104

AHEAD TAKEAWAY

จะเห็นได้ว่าต่อให้โลกของเราเจริญก้าวหน้าไปแค่ไหน ก็ยังไม่อาจตอบโจทย์ความต้องการให้กับคนได้ทั้งหมดอยู่ดี

ถ้าพิจารณาจากเหตุผลที่ทำให้เกิดอารมณ์เชิงลบ ตามรายงาน Global State of Emotions 2018 ของ Gallup จะพบว่ายังคงเป็นปัญหาเดิมๆ เช่นเรื่องเศรษฐกิจ หรือการเมืองในประเทศ

ที่น่าสนใจคือเรื่องเหล่านี้ไม่ได้จำกัด เฉพาะในกลุ่มประเทศกำลังพัฒนาเท่านั้น

แต่ประชากรราวหนึ่งในสามของโลกใบนี้ ยังคงมีปัญหามากมาย ซึ่งส่งผลต่อทั้งกายภาพและจิตใจ

หรือถ้าจะเจาะลึกลงไปเป็นพิเศษ คือแม้แต่ชาวอเมริกัน เกือบครึ่ง คือ 45% ก็ยอมรับว่ารู้สึกเครียดทุกวัน (สหรัฐฯ เป็นชาติที่มีประชากรเครียดสูงสุดเป็นอันดับ 4 ของโลก) และ 22% มีอารมณ์โกรธและหงุดหงิดบ่อยครั้ง

ซึ่งก็อาจเป็นได้ว่า เพราะความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีที่ทำให้ชีวิตสะดวกสบายขึ้น ย่อโลกให้แคบลง มีผลทำให้คนเมืองใจร้อนมากกว่าเดิม และไม่ค่อยพอใจอะไรง่ายๆ เหมือนที่เคยมีผลสำรวจพบว่าโซเชียลมีเดียนั้น มีผลกระทบต่อวิธีมองโลก และสุขภาพจิตของผู้ใช้งาน (อ่านเพิ่มเติม ใน คนขี้อิจฉาควรลาโซเชียล ) หรือการที่อดีตพนักงานของโซเชียลมีเดียหลายๆราย รวมตัวกันก่อตั้งองค์กรไม่แสวงผลกำไร เพื่อบ่งชี้ผลเสียจากการใช้งานแพลตฟอร์มเหล่านี้มากเกินไป

AI รู้ใจคุณ : ปัญญาประดิษฐ์รู้ว่าคุณอาจเป็นโรคซึมเศร้าล่วงหน้า 6 เดือน

ขณะเดียวกัน ก็ยังน่าจะมีปัจจัยอื่นๆที่เกี่ยวข้องด้วย อย่างที่ จูลี เรย์ หนึ่งในกองบรรณาธิการของ Gallup ตีความและสรุปในรายงานฉบับนี้ ว่าต่อให้ประเทศไม่มีปัญหาเรื่องเศรษฐกิจ ก็ไม่ได้แปลว่าประชากรจะมีความสุข

ตรงกันข้าม เมื่อเทียบกับประเทศในกลุ่มละตินอเมริกา ซึ่งเป็นรองสหรัฐฯในแทบทุกด้าน กลับมีค่าดัชนีความสุขที่สูงกว่า

ในรายงานของ Gallup ยังวิเคราะห์เพิ่มเติมด้วยว่าการที่ประเทศเหล่านี้ มีค่าดัชนีความสุขที่สูงกว่ามหาอำนาจอย่างสหรัฐฯ น่าจะมีผลจากปัจจัยอื่นๆด้วย

อาทิ การให้ความสำคัญกับครอบครัว, สมดุลระหว่างการใช้ชีวิตและการทำงาน, การพยายามโฟกัสกับด้านบวกของชีวิต

และสุดท้าย คือวิธีคิดว่าทำอย่างไร ถึงจะสนุกกับชีวิตให้ได้มากที่สุด ไม่ว่าจะอยู่ในสภาวะใด

7 คำถามถึงกรุงเทพฯในอนาคต ควันหลงจากงาน Bangkok Foresight

เรียบเรียงจาก

The misery is real: A third of the world is stressed, worried and in pain, Gallup report finds

NEW RESEARCH: THE WORLD IS SADDER, ANGRIER THAN EVER BEFORE

The ‘Global State of Emotions’ survey results are in – they’re not good

The 2019 Global Emotions Report Shows That People Are Stressed, But Also Points To Solutions

Anger, worry, sadness increased worldwide in 2018, says Gallup report

AHEAD ASIA นวัตกรรม ล้ำหน้า