เผย Huawei Technologies ยื่นข้อเสนอให้นักพัฒนาแอพต่างๆ เข้าร่วมใน AppGallery แอพสโตร์ที่บริษัทฯ ตั้งขึ้นสำหรับบุกตลาดโลก โดยมีเงื่อนไขการได้เข้าไปทำธุรกิจในจีนเป็นข้อแลกเปลี่ยน ขณะที่นักวิเคราะห์ส่วนใหญ่มองว่าหากไม่สามารถเคลียร์ปัญหากับ Google ได้ จะกระทบต่อยอดขายแน่นอน

แรงกดดันจากรัฐบาลสหรัฐฯ ที่ประกาศว่าบริษัทเอกชนของประเทศจะต้องได้รับอนุญาตจากทางการก่อน จึงจะสามารถทำธุรกิจร่วมกับยักษ์ใหญ่จากจีนได้ โดยมี Google เป็นรายแรกๆที่ประกาศปฏิบัติตาม ส่งผลให้ผู้บริโภค เริ่มไม่มั่นใจในอนาคตของแบรนด์ดังจากจีนรายนี้ทันที

เพราะแม้ตัวสมาร์ทโฟนจะยังรันบนระบบปฏิบัติการแอนดรอยด์ได้ แต่ก็มีโอกาสที่จะไม่ได้รับการสนับสนุนใดๆ หรือใช้งานผลิตภัณฑ์ของ Google ได้

นักวิเคราะห์เตือนสหรัฐฯแบน Huawei Technologies อาจเจอจีนตอบโต้ครั้งใหญ่ Apple อาจโดนลูกหลง

นอกจากการซุ่มพัฒนา OS ของตัวเองในชื่อ Hong Meng แล้ว ผู้ผลิตสมาร์ทโฟนอันดับสองของโลก ก็เคยตั้งแอพสโตร์ของตัวเองในชื่อ AppGallery สำหรับตลาดนอกประเทศจีน โดยเฉพาะในยุโรป ซึ่งเป็นตลาดใหญ่อันดับสองของ Huawei คือราว 23.3% จากผลประกอบการไตรมาสแรกในปี 2019

รายงานจาก Bloomberg News ระบุว่า Huawei Technologies ได้ติดต่อกับผู้ให้บริการโทรคมนาคมในยุโรปหลายราย สำหรับการติดตั้งแพลตฟอร์มนี้แบบ pre-installed ในสมาร์ทโฟน เพื่อเป็นทางเลือกให้กับผู้ใช้ นอกเหนือจาก Play Store ของ Google เช่นเดียวกับการยื่นข้อเสนอให้ผู้พัฒนาแอพฯต่างๆ นำแอพของตนมาลงบนแพลตฟอร์มนี้

ในรายงานยังระบุว่า พาร์ทเนอร์ที่ตกลงเข้าร่วมในแพลตฟอร์มนี้ นอกจากจะได้รับส่วนแบ่งรายได้เมื่อมีการซื้อขายแอพพลิเคชั่น ยังมีโอกาสได้นำแอพของตนไปลงในแอพสโตร์ของจีน ซึ่งเป็นข้อได้เปรียบ เมื่อเทียบกับ Google ซึ่งยังไม่ได้รับอนุญาตให้เข้าไปทำตลาดในจีนด้วย

อย่างไรก็ตาม ชาร์ลี ไต๋ นักวิเคราะห์ของ Forrester Research ก็มองว่าในระยะสั้น การสร้างแอพสโตร์ของ Huawei Technologies ก็จะยังได้รับผลกระทบจากคำสั่งแบนของรัฐบาลสหรัฐฯอยู่ดี เนื่องจากระบบปฏิบัติการของบริษัทยังไม่พร้อมสำหรับการใช้งานจริง

“Huawei อาจจะมีระบบปฏิบัติการของตัวเองเป็นแบ็กอัพ แต่มันยังไม่สมบูรณ์ดี และก็เป็นเรื่องยากที่จะสร้างระบบนิเวศของตัวเองขึ้นมาใหม่ในตอนนี้ ถ้าเทียบกับการรันบนแอนดรอยด์”

CIA กล่าวหา Huawei Technologies รับเงินสนับสนุนจากรัฐบาลจีน

AHEAD TAKEAWAY

ในทีแรก การถูกขึ้นบัญชีดำโดยรัฐบาลสหรัฐฯ เกือบจะไม่มีผลใดๆสำหรับ Huawei เลย

เพราะแม้จะมียอดขายสมาร์ทโฟนสูงเป็นอันดับสองของโลก แต่สหรัฐฯและอเมริกาเหนือกลับเป็นตลาดเล็กที่สุดของแบรนด์นี้ คือราว 0.3% เท่านั้น

Huawei ยักไหล่ แม้ยูเคจ่อแบน หลังยอดขายพังสถิติ 200 ล้านเครื่อง

แต่เมื่อ Google ตอบรับคำสั่งของรัฐบาลสหรัฐฯ และเตรียมระงับความสัมพันธ์กับยักษ์ใหญ่จากจีน สถานการณ์ก็เปลี่ยนไปทันที

อย่างน้อย ก็ในเชิงจิตวิทยาต่อผู้บริโภคทั่วโลก ที่เกิดความกังวลว่าแทนที่จะได้สมาร์ทโฟนคุณภาพดี อาจได้ที่ทับกระดาษราคาเรือนหมื่นแทน

เพราะต่อให้ฮาร์ดแวร์ยอดเยี่ยมแค่ไหน หากมีข้อจำกัดเรื่องระบบปฏิบัติการ แอพ และการบริการแล้ว ก็ไม่สามารถดึงประสิทธิภาพสูงสุดออกมาได้

แม้ล่าสุด กระทรวงพาณิชย์สหรัฐ จะประกาศเลื่อนการบังคับใช้มาตรการคว่ำบาตรออกไปเป็นเวลา 90 วัน และ เหริน เจิ้งเฟย ผู้ก่อตั้งจะพูดในทำนองว่ามีแผนเตรียมไว้รับมือแล้ว เช่นเดียวกับสื่อจีนที่พยายามนำเสนอรายงานเรื่องระบบปฏิบัติการ Hong Meng ที่บริษัทฯซุ่มพัฒนามาตั้งแต่ปี 2012

แต่นั่นก็ยังไม่น่าจะใช่คำตอบที่ผู้ใช้งาน (และลูกค้าในอนาคต) ต้องการ

“บริษัทฯก็คงจะไปต่อได้ (ด้วยตัวระบบที่เป็นโอเพ่นซอร์ส) และสร้างแอพกับบริการของตัวเองขึ้นมาเสริม แต่มันไม่ได้ทำกันง่ายๆในชั่วข้ามคืน” คิรันชีต เคาร์ ผู้จัดการฝ่ายวิจัยอาวุโสของ IDC Asia-Pacific ให้ทรรศนะ

โอกาสของ Huawei Technologies พอจะมีอยู่บ้าง เพราะในยุโรป Google ก็เป็นฝ่ายแพ้คดีผูกขาดทางการค้า จนไม่สามารถบังคับให้ผู้ผลิตติดตั้งแอพและบริการต่างๆลงไปสมาร์ทโฟนที่รันบนแอนดรอยด์ได้ เปิดช่องให้นักพัฒนาทั่วไปสามารถนำเสนอทางเลือกที่แตกต่างให้ผู้บริโภคพิจารณา

ปัญหาคือในความรู้สึกของผู้บริโภคส่วนใหญ่ Google Play Store และบริการต่างๆก็ยังเป็นตัวเลือกแรกอยู่ดี

ฌอง บัปติสต์ ซู นักวิเคราะห์อาวุโสของ Atherton Research เสริมในเรื่องนี้ ว่าหากสมาร์ทโฟนเรือธงของพวกเขา และบริษัทในเครืออย่าง Honor ถูกตัดขาดจากบริการของ Google จริงๆ ก็จะเป็นช่องโหว่ขนาดใหญ่ ในการแข่งขันกับแบรนด์อื่นๆ

“พวกเขาจะแข่งขันกับ Samsung หรือแบรนด์จีนด้วยกันที่ไม่ถูกแบนได้ ต่อเมื่อพิสูจน์ให้เห็นว่ามีผลิตภัณฑ์ที่ดีกว่ามากๆ และถูกกว่ามากๆด้วย”

การติดแบล็คลิสต์ของ Huawei มีผลขนาดไหน เห็นได้จากการที่ราคาหุ้นของ Samsung ในตอนเปิดตลาดเช้าวันอังคาร ดีดตัวขึ้นไปอีก 4.3% ซึ่งเป็นการขยับที่สูงที่สุดในรอบสองเดือน

แม้แต่ โจว ซี ชิว ซีเอฟโอของ Xiaomi ก็ยอมรับเองว่าบริษัทฯกำลังจับตาเรื่องนี้อย่างใกล้ชิด เพราะปัจจุบัน Xiaomi ครองอันดับสี่ในด้านยอดขายสมาร์ทโฟนทั่วโลก ด้วยยอดขายเกือบ 28 ล้านเครื่องในไตรมาสแรกของปีนี้ และเป็นอันดับ 1 ในตลาดใหญ่อย่างอินเดียด้วย การถูกสกัดดาวรุ่งของแบรนด์เพื่อนร่วมชาติในครั้งนี้ จึงน่าจะเป็นข่าวดีสำหรับอดีตสตาร์ทอัพมูลค่าสูงสุดของโลกมากกว่า

ส่วนทาง Huawei จะทำอย่างไรเพื่อเอาตัวรอดจากสถานการณ์นี้ให้ได้ คงต้องรอดูว่าผู้บริหารบริษัทฯจะทำได้อย่างที่ประกาศไว้หรือไม่ หรืออาจต้องพึ่งพาไพ่ตายอย่างความช่วยเหลือจากทางการจีน แต่หากเป็นกรณีหลัง ก็เท่ากับเป็นการยอมรับกลายๆเช่นกันว่าพวกเขาคือบริษัทที่มีความสัมพันธ์แน่นแฟ้นเกินธรรมดากับรัฐบาลจีนอย่างที่ถูกกล่าวหานั่นเอง

เรียบเรียงจาก

Huawei asked app makers to build software for an app store outside China in 2018

Huawei set to find out if consumers will still buy its phones without Google services under US trade ban

These are the areas around the world where Google’s breakup with Huawei will likely be felt the most

China’s Xiaomi pushes global smartphone expansion as it monitors US trade ban on Huawei

Huawei AppGallery

AHEAD ASIA นวัตกรรม ล้ำหน้า