เจฟฟ์ เบโซส ซีอีโอ Amazon ชี้แจงกับพนักงานในที่ประชุมบริษัทฯ ถึงเหตุผลที่ลงทุนกว่า 700 ล้านดอลลาร์ (2.2 หมื่นล้านบาท) กับ Rivian สตาร์ทอัพสาย EV ตอนต้นปีที่ผ่านมา ว่าเพราะเล็งเห็นโอกาสทางธุรกิจที่น่าสนใจ ที่จะเกิดกับอุตสาหกรรมรถยนต์ในอนาคต

Rivian สตาร์ทอัพสาย EV ที่เน้นการผลิตรถสำหรับใช้งานหนัก อย่าง ปิคอัพ และ SUV เป็นหลัก ประกาศเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ว่าได้รับเงินสนับสนุนก้อนดังกล่าวจากธุรกิจของ เบโซส ในการระดมทุนครั้งล่าสุด โดยนับเป็นสตาร์ทอัพรถยนต์รายที่สองที่ได้ทุนจากยักษ์ใหญ่อีคอมเมิร์ซ ถัดจาก Aurora ที่เน้นพัฒนาเทคโนโลยีรถไร้คนขับ

นักวิเคราะห์คาด ปี 2019 Tesla เจองานหนัก หลังแบรนด์ใหญ่เตรียมรุกตลาด EV เต็มตัว

ขณะที่ อดัม โจนาส นักวิเคราะห์จาก Morgan Stanley มองว่าหาก Rivian ได้รับการสนับสนุนจนสามารถทำตลาดในวงกว้างได้ ก็จะส่งผลกระทบต่อผู้ผลิตรายเดิมๆอย่างแน่นอน

ด้านสำนักข่าว CNBC ก็อ้างข้อมูลจากแหล่งข่าวภายในบริษัทฯ ว่า เบโซส กล่าวถึงเรื่องนี้เป็นครั้งแรกในระหว่างการประชุมพนักงานบริษัท เมื่อเดือนมีนาคมที่ผ่านมา โดยยกตัวอย่างธุรกิจใหม่ๆที่เกิดขึ้น ไม่ว่าจะเป็นบริการเรียกรถแบบ Uber, รถพลังไฟฟ้า หรือเทคโนโลยีที่เชื่อมโยงรถไร้คนขับบนท้องถนนเข้าด้วยกัน

“ผมว่ามันเป็นอุตสาหกรรมที่น่าตื่นเต้นมาก และก็น่าสนใจมากๆที่จะได้ดูและมีส่วนร่วมด้วย”

แดเนียล ออบเดีย ศาสตราจารย์จาก Northwestern University มองว่าการลงทุนใน Rivian รวมถึงสตาร์ทอัพต่างๆ นอกจากจะเป็นอีกหนทางในการนำเทคโนโลยีใหม่ๆมาใช้พัฒนาบริการของบริษัทฯแล้ว ยังเป็นการสร้างโอกาสในการต่อยอดธุรกิจไปสู่รูปแบบอื่นๆภายใต้ระบบนิเวศของตัวบริษัทฯเองด้วย

Tesla ปาดหน้า Uber-Lyft เล็งเปิดบริการแท็กซี่ไร้คนขับภายในปี 2020 การันตีรายได้ปีละ 9 แสน

AHEAD TAKEAWAY

8 เหตุผล ที่ทำให้จารย์ Jeff รวยที่สุดในโลก

เรารู้กันว่าความสำเร็จของ Amazon เกิดจากการให้ความสำคัญกับประสบการณ์ของลูกค้าเป็นอันดับหนึ่ง

และการจะไปถึงจุดนั้นได้ ในฐานะผู้บริการก็จำเป็นต้องพัฒนาตัวเองอย่างต่อเนื่อง เพื่อแข่งขันกับบริษัทอื่นๆด้วย

การเลือกลงทุนกับสตาร์ทอัพในอุตสาหกรรมรถยนต์ อาจไม่ได้หมายความว่า Amazon จะลงมาแข่งขันกับ GM, Volkswagen หรือแม้แต่ Tesla โดยตรง แต่อาจเป็นไปเพื่อยกระดับการส่งสินค้าของตนให้เร็วขึ้น และลดค่าใช้จ่ายลงมากกว่า

และเทคโนโลยีที่เกี่ยวข้องกับรถไร้คนขับ อย่างเช่น AI หรือ Face Recognition ก็สามารถนำไปประยุกต์ใช้กับธุรกิจอื่นๆของบริษัทได้ด้วย อาทิ ร้านชำไร้แคชเชียร์ Amazon Go การใช้หุ่นยนต์ส่งของในคลังสินค้า ฯลฯ

ในเอกสารที่ยื่นต่อ ก.ล.ต.สหรัฐฯ ยังพบว่าจนถึงปัจจุบัน ยักษ์ใหญ่อีคอมเมิร์ซ ลงทุนในบริษัทเอกชนอื่นๆ ไปแล้วกว่า 1,400 ล้านดอลลาร์ (4.4 หมื่นล้านบาท) ซึ่งก็เป็นไปในลักษณะเดียวกับองค์กรใหญ่ๆ ที่เลือกใช้วิธีนี้ในการสร้างนวัตกรรม ควบคู่ไปกับวิธีเดิมๆอย่าง R&D

(อ่านเพิ่มเติมใน 10 วิธีสร้างนวัตกรรมอย่างง่ายๆ แบบ AHEAD ASIA)

“คุณจะเรียกวิธีนี้ว่าเป็นการเอาท์ซอร์สแผนก R&D ก็ได้” จีน มันสเตอร์ นักวิเคราะห์ของ Loup Ventures

และในแง่ของการบริหารแล้ว การสนับสนุนในลักษณะนี้ของ เบโซส ก็จะเท่ากับเป็นการดึงดูดคนมีความสามารถให้มาอยู่ใต้ชายคาของยักษ์ใหญ่อีคอมเมิร์ซด้วย เหมือนกรณีของ อาร์ เจ สคารินจ์ ซีอีโอและผู้ก่อตั้ง Rivian ซึ่งเป็นที่ยอมรับอย่างสูงในอุตสาหกรรมรถยนต์

“เรามองหาผู้ประกอบการที่มีความมุ่งมั่นกับภารกิจของตัวเองเสมอ เพราะคนแบบนี้สำคัญกับองค์กรกว่าพวกมืออาชีพที่มาแล้วก็ไป และ อาร์ เจ ก็เป็นหนึ่งในผู้ประกอบการที่มีความมุ่งมั่นที่สุดเท่าที่ผมเคยเจอมาเลย” เบโซส กล่าวถึงผู้ก่อตั้ง Rivian

เรียบเรียงจาก

CNBC

SEC

AHEAD ASIA นวัตกรรม ล้ำหน้า