สตีฟ แบนนอน อดีตที่ปรึกษาของ โดนัลด์ ทรัมป์ ย้ำการหยุดยั้ง Huawei ไม่ให้เติบโตในสหรัฐฯและยุโรปได้ มีความสำคัญในเชิงยุทธศาสตร์ ยิ่งกว่าการหาข้อสรุปการเจรจาสงครามการค้ากับรัฐบาลจีน พร้อมระบุหากเป็นตน อาจเดินหน้ากวาดล้างบริษัทเทคโนโลยีจากจีนรายอื่นๆด้วย

แบนนอน ผู้บริหาร Breibart News สำนักข่าวฝ่ายอนุรักษ์นิยมขวาจัด มีบทบาทสำคัญในช่วงการหาเสียงเลือกตั้งของ ทรัมป์ ด้วยแคมเปญ Make America Great Again

จนเมื่อ ทรัมป์ ได้รับตำแหน่งประธานาธิบดี แบนนอน ก็ได้รับแต่งตั้งเป็นที่ปรึกษาและอยู่เบื้องหลังนโยบายสำคัญต่างๆ ก่อนถูกปลดากตำแหน่งเมื่อเดือนสิงหาคม 2017

อย่างไรก็ตาม แบนนอน ยืนกรานว่าเป็นการลาออก โดยให้เหตุผลว่าการไม่มีตำแหน่งในทำเนียบขาว จะทำให้ตนเดินหน้าจัดการฝ่ายตรงข้ามประธานาธิบดีสหรัฐฯ ทั้งในรัฐสภา วงการสื่อและวงการธุรกิจ ได้อย่างอิสระ

CIA กล่าวหา Huawei Technologies รับเงินสนับสนุนจากรัฐบาลจีน

และในการให้สัมภาษณ์ทางโทรศัพท์กับ South China Morning Post เมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา แบนนอน ก็แสดงความเห็นว่าการหยุดยั้ง Huawei มีความสำคัญอย่างมาก ต่อความมั่นคงของสหรัฐฯ

“มันมีความสำคัญกว่าการเจรจาการค้าป็นสิบๆเท่า Huawei เป็นภัยต่อความมั่นคง ไม่ใช่เฉพาะสหรัฐฯ แต่สำหรับคนทั้งโลก เราต้องจัดการพวกเขาให้สิ้นซาก”

อย่างไรก็ตาม แบนนอน ยังแสดงทรรศนะเพิ่มเติมว่า ทรัมป์ นั้นตัดสินใจผิดพลาด ที่ถอนชื่อ ZTE จากบัญชีดำ พร้อมแนะนำว่ารัฐบาลสหรัฐฯ ควรเดินหน้ากวาดล้างบริษัทเทคโนโลยีจีนรายอื่นๆด้วย (อ่านเพิ่มเติม ผู้เชี่ยวชาญเตือนสหรัฐฯถูกจีนแซงเป็นมหาอำนาจเทคโนโลยี)

“ก้าวต่อไปที่เขาควรทำ คือการตัดขาดทุกช่องทางเพื่อไม่ให้เงินทุนจากสหรัฐฯไหลกลับไปสู่พรรคคอมมิวนิสต์จีน คุณจะได้เห็นคนในวอลล์สตรีทเข้มงวดกับบริษัทจากจีนมากขึ้น จนกว่าพวกเขาจะยอมปฏิรูปขั้นพื้นฐาน”

“ผมไม่คิดว่าความขัดแย้งนี้จะได้ข้อสรุปง่ายๆ นี่เป็นแค่จุดเริ่มต้นของกระบวนการอันยาวนานเท่านั้น ผมอุทิศชีวิตให้กับเรื่องนี้ และขลุกกับมันตลอด 24 ชั่วโมงในหนึ่งวัน”

ด้าน จูด บลานเชตต์ จากที่ปรึกษาธุรกิจ Crumpton Group ยอมรับว่า Huawei Technologies สร้างความกังวลด้านความมั่นคงกับคณะทำงานในวอชิงตันจริง แต่การตัดสินใจเด็ดขาดของประธานาธิบดีสหรัฐฯในครั้งนี้ ถือว่าเกินความคาดหมายของทุกฝ่าย เพราะอาจก่อให้เกิดผลกระทบเป็นลูกโซ่ต่อทุกฝ่าย

“ตอนนี้เราก้าวเข้าสู่สถานการณ์ที่ไม่อาจประเมินได้แล้ว”

สื่อจีนเผย สหรัฐฯ ใช้เวลากว่าสิบปีเก็บข้อมูล Huawei คดีละเมิดคว่ำบาตรอิหร่าน

AHEAD TAKEAWAY

แม้ ทรัมป์ จะเคยระบุว่า แบนนอน นั้นถูกปลดจากตำแหน่ง แต่กลับไม่มีรายละเอียดชัดเจนถึงเหตุผลของการไล่ออก

ขณะที่มุมมองของฝ่ายตรงข้ามคือพรรคเดโมแครตนั้น มองว่าการไม่มีตำแหน่งในทำเนียบขาวนั้น เท่ากับ ทรัมป์ เปิดทางให้ที่ปรึกษาคนสำคัญมีอิสระอย่างเต็มที่ในการเคลื่อนไหวร่วมกับฝ่ายอนุรักษ์นิยมขวาจัด

เห็นได้จากการที่เจ้าตัวก่อตั้งกลุ่ม Committee on the Present Danger (CPD) ร่วมกับที่ปรึกษาด้านนโยบาย และอดีตเจ้าหน้าที่รัฐบาล ขึ้น เมื่อเดือนมีนาคมที่ผ่านมา

โดยในอดีตนั้น กลุ่ม CPD มีเป้าหมายในการรับมือกับอิทธิพลของลัทธิคอมมิวนิสต์ในสหรัฐฯ ก่อนจะถูกยุบไปหลังหมดยุคสงครามเย็นกับสหภาพโซเวียต

ซึ่ง แบนนอน กล่าวถึงเหตุผลในการรื้อฟื้นกลุ่ม CPD ขึ้นในครั้งนี้ ว่าเพื่อเตรียมรับมือกับพรรคคอมมิวนิสต์และรัฐบาลกรุงปักกิ่งนั่นเอง

Huawei ปัดข่าวร่วมมือทางการจีนแฮ็กเครือข่ายนานาประเทศ

แม้จะไม่มีตำแหน่งในทำเนียบข่าวแล้ว แต่ในการให้สัมภาษณ์กับ South China Morning Post แบนนอน เผยว่าเขายังพูดคุยกับคนในรัฐบาลวอชิงตันทุกวัน ซึ่งตรงกับรายงานจาก The New York Times ในระยะหลังว่าเจ้าตัวยังมีความสัมพันธ์อันดีกับประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์

ซึ่งอาจตีความได้ว่า แบนนอน นั้นยังมีอิทธิพลต่อการดำเนินนโยบายต่างๆของรัฐบาลสหรัฐฯชุดนี้ เพียงแต่ไม่มีตำแหน่งเป็นทางการเท่านั้น

และหากเป็นจริง เราอาจได้เห็นการดำเนินนโยบายแบบสุดโต่งจากรัฐบาลสหรัฐฯ ต่อ Huawei ที่เป็นเสมือนหน้าตาของทางการจีนบนเวทีโลกต่อไป และบทสรุปของสงครามการค้าครั้งนี้ ก็ไม่น่าจะจบลงง่ายๆด้วย โดยมีผลประโยชน์ในเรื่องเทคโนโลยี 5G เป็นเดิมพัน

10 เทคโนโลยีที่จะเปลี่ยนโลก

เรียบเรียงจาก

South China Morning Post

AHEAD ASIA นวัตกรรม ล้ำหน้า