จีน ไม่ได้โดดเด่นแค่นวัตกรรมด้านใดด้านหนึ่งเพียงอย่างเดียว ธุรกิจประเภทต่างๆ ที่อิงกับเทคโนโลยีด้านอาหาร หรือที่เรียกกันว่า ฟู้ดเทค ( Foodtech ) ก็เป็นอีกสาขาที่พญามังกรตัวนี้ ก้าวหน้าไม่แพ้ใครเช่นกัน

AgFunder และ Bits x Bites กองทุน Venture Captial เผยรายงานว่า ในปี 2018 สตาร์ทอัพสายอาหารและเกษตรกรรมของจีน ได้รับทุนสนับสนุนเป็นเงินถึง 5,800 ล้านดอลลลาร์ (1.8 แสนล้านบาท) เพิ่มขึ้นจากปีก่อน ถึง 222%

ตัวเลขการระดมทุนอาจไม่ใช่คำตอบของทุกอย่าง เพราะวงการสตาร์ทอัพในจีนนั้น มีตัวอย่างให้เห็นมาแล้ว สำหรับบริษัทที่มาเร็วไปเร็ว

ในจีนนั้นมีความพยายามนำเทคโนโลยีมาใช้จัดการ pain point ตลอด แต่เมื่อนักลงทุนพบว่าสิ่งที่นำเสนอนั้นแก้ปัญหาไม่ได้จริง หรือไม่น่าจะทำกำไรได้ ธุรกิจนั้นๆก็จะถูกมองข้ามทันที

“สตาร์ทอัพ ฟู้ดเทค ที่จะอยู่รอดได้อย่างยั่งยืนนั้น ต้องเข้าใจปัญหาของซัพพลายเชนในธุรกิจอาหารจริงๆ และมีวิสัยทัศน์ที่ยาวไกลและชัดเจน” คือความเห็นของ มาทิลดา โฮ ผู้ก่อตั้ง Bits x Bites VC ที่เน้นสนับสนุนสตาร์ทอัพสายฟู้ดเทคโดยตรง

6 นวัตกรรม “ฟู้ดเทค” อาหารแห่งอนาคต

ไปดูกันว่า 4 เทรนด์ที่กำลังขับเคลื่อนอุตสาหกรรมอาหารจีนในปัจจุบัน มีอะไรบ้าง

#1
กลุ่มผู้มีรายได้น้อย = ตลาดใหม่ที่เคยถูกมองข้าม

การเติบโตของกลุ่มชนชั้นกลางตามเมืองใหญ่ของจีน ในช่วงที่ผ่านมา คือตัวจุดกระแสบูมของสตาร์ทอัพและธุรกิจใหม่ๆ เพราะคนกลุ่มนี้มีกำลังซื้อสูง และต้องการสินค้าหรือบริการในระดับพรีเมียม

แต่ในระยะหลัง ก็มีผู้ประกอบการจำนวนหนึ่งเริ่มมองเห็นตลาดอื่นๆ เมื่อคุณภาพชีวิตของกลุ่มผู้มีรายได้น้อยตามเมืองในระดับรองๆ เริ่มพัฒนาขึ้น จนเป็นที่มาของสินค้า/บริการใหม่ๆสำหรับตอบโจทย์คนกลุ่มนี้ ซึ่งเน้น “ความคุ้มค่า” ก่อนความพรีเมียม

เช่น Pinduoduo อีคอมเมิร์ซที่เจาะกลุ่มผู้ซื้อสินค้าขายส่ง ซึ่งประสบความสำเร็จ จนเข้าสู่ตลาดหลักทรัพย์ NASDAQ เมื่อช่วงกลางปีที่แล้ว หรือ Six Walnuts โรงงานผลิตเครื่องดื่มที่เน้นเจาะกลุ่มผู้รายได้น้อยโดยเฉพาะ

#2
แรงหนุนจากกลุ่ม BAT

Meituan ซึ่งครองตลาดดีลิเวอรีในจีน เกินกว่า 50% มีแบ็กอัพชั้นดี อย่าง Tencent

Baidu, Alibaba และ Tencent คือสามยักษ์ใหญ่ด้านเทคโนโลยีของประเทศ ซึ่งทั้งหมดก็มีบทบาทสำคัญในการผลักดันให้ธุรกิจใหม่ๆในสายฟู้ดเทคเติบโตตามไปด้วย

Tencent นั้น เทงบสนับสนุนให้กับ Meituan Dianping สตาร์ทอัพสายเดลิเวอรี ในการระดมทุน Series F เป็นเงินถึง 1.5 พันล้านดอลลาร์ (47,000 ล้านบาท) และอีก 450 ล้านดอลลาร์ (14,000 ล้านดอลลาร์) ใน MissFresh ร้านชำอิเลคทรอนิคส์

ส่วน Alibaba นอกจากจะลงทุนกับ 1919.cn ธุรกิจดีลิเวอรีเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ถึง 280 ล้านดอลลาร์ (ราว 8,800 ล้านบาท) ในการระดมทุน Series C แล้ว ยังมีส่วนร่วมกับธุรกิจฟู้ดเทคอื่นๆอีกหลายประเภท ทั้งร้านชำอิเลคทรอนิคส์ เว็บไซต์มาร์เก็ตเพลสสำหรับร้านอาหารภัตตาคารโดยเฉพาะ บริการดีลิเวอรีอาหาร ซัพพลายเชน หรือเทคโนโลยีอื่นๆที่ใช้ในร้านอาหาร

เหตุผลสำคัญ นอกจากเป็นกลยุทธ์ในการเพิ่มแทรฟฟิกสู่เว็บไซต์ของตนแล้ว ยังเป็นโอกาสดีในการเก็บข้อมูลพฤติกรรมผู้บริโภค เพื่อนำไปพัฒนาเทคโนโลยีและกลยุทธ์การตลาดใหม่ๆเพื่อตอบโจทย์ผู้บริโภคชาวจีนด้วย

#3
ผู้บริโภคดีมานด์สูง ความอดทนต่ำ

 

Luckin Coffee นำเสนอทางเลือกใหม่สำหรับคอกาแฟ ผู้ไม่ต้องการต่อคิวสั่งถ้วยโปรด

ผลพวงของชีวิตที่รวดเร็วเพราะการสนับสนุนจากเทคโนโลยี ทำให้ผู้บริโภคในจีน มีความอดทนต่ำลงเรื่อยๆ ในการรอรับบริการ หรือแม้แต่ยืนต่อคิวเพื่อเข้าร้านอาหาร สตาร์ทอัพที่ต้องการอยู่ในธุรกิจนี้ จึงต้องตอบโจทย์ได้ตรงใจที่สุด รวดเร็วที่สุด ในราคาที่ถูกที่สุดด้วย

ผู้ให้บริการเดลิเวอรี่ อย่าง MissFresh หรือ Meituan-Dianping ที่ตอบโจทย์ทั้งสามข้อนี้ได้ จึงเติบโตอย่างรวดเร็ว และได้รับความสนใจจากนักลงทุนมากมาย โดยเฉพาะรายหลังที่มีสถิติให้บริการชาวจีนมากกว่า 310 ล้านคนในปีที่ผ่านมา ซึ่งเป็นจำนวนที่มากพอๆกับประชากรสหรัฐฯทั้งประเทศเลยด้วยซ้ำ

ขณะที่ Meiweibuyongdeng ก็เป็นแอพที่ช่วยร่นระยะเวลารอในการเข้าคิว รวมถึงช่วยให้ร้านอาหารต่างๆสามารถจัดการแทรฟฟิกภายในร้านได้ดีขึ้น

และที่น่าจับตาที่สุด คงไม่พ้น Luckin Coffee ซึ่งมาพร้อมกับจุดขายอย่าง digital first ให้ลูกค้าสั่งทุกอย่างผ่านแอพ และแจ้งเตือนทางโทรศัพท์ เมื่อสินค้าเรียบร้อย ก็เติบโตอย่างรวดเร็วภายในเวลาแค่ 20 เดือน จนทำ IPO เข้าสู่ตลาดหุ้นสหรัฐฯเรียบร้อย เมื่อเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา

#4
ความปลอดภัย

ปัจจุบัน ชนชั้นกลางในจีน มีระดับการศึกษาที่สูงขึ้น จึงหันมาใส่ใจเรื่องสุขภาพ และคุณภาพของสิ่งที่บริโภคมากขึ้นด้วย

สารปรุงแต่งในอาหาร สารเคมีในพืชผัก และการปนเปื้อนของแบคทีเรีย คือปัญหาใหญ่ที่ผู้ผลิตอาหารทั่วโลกต้องให้ความสำคัญในฐานะตัวแปรที่ส่งผลต่อสุขภาพของผู้บริโภคโดยตรง ซึ่งน่าจะต้องใช้เวลาอีกพอสมควร กว่าที่เทคโนโลยีด้านการผลิตและควบคุมมาตรฐาน จะสามารถการันตีความสะอาดและปลอดภัยได้ทั่วถึง

เพื่อแก้ไขปัญหานี้ จึงมีผู้ประกอบการก่อตั้งสตาร์ทอัพที่เรียกว่า มิดสตรีม เทค (Midstream Tech) มาทำหน้าที่คล้ายคนกลาง ช่วยพัฒนาและแก้ไขปัญหาเหล่านี้ที่เกิดขึ้นในซัพพลายเชน ในระยะสั้นและระยะกลาง

เช่น Meicai แพลตฟอร์มออนไลน์ที่ช่วยให้เกษตรกรสามารถขายผลผลิตของตนไปสู่ร้านอาหารและภัตตาคารได้ง่ายขึ้น และเพิ่งระดมทุนได้ถึง 450 ล้านดอลลาร์ เป็นดีลใหญ่ที่สุดสำหรับสายฟาร์มเทค Jiuye ผู้ให้บริการโลจิสติกส์และห้องเย็น ที่เพิ่งระดมทุนได้อีก 14 ล้านดอลลาร์ เมื่อเร็วๆนี้ รวมถึงการนำบล็อกเชนมาใช้เพื่อช่วยในการติดตามและตรวจสอบคุณภาพของซัพพลายเชนต่างๆ

AHEAD TAKEAWAY

ความสำคัญของพญามังกรจากแผ่นดินใหญ่ต่อโลกใบนี้นั้น มีมากถึงขนาดต้องมีคำกล่าวว่า “โลกเปลี่ยน เมื่อจีนขยับ”

เพราะคงมีไม่กี่ประเทศที่สามารถต่อกรกับลูกพี่ใหญ่อย่างสหรัฐฯได้อย่างไม่เกรงกลัว เหมือนที่สองฝ่ายกำลังงัดกันในรูปของสงครามการค้าอย่างทุกวันนี้

ความเป็นไปของชาติมหาอำนาจฝั่งตะวันออกรายนี้ ในอุตสาหกรรมอาหาร จึงเป็นเรื่องที่เราไม่ควรมองข้าม เพราะไม่ว่าชีวิตมนุษย์เราจะเปลี่ยนไปขนาดไหน การบริโภคยังคงมีความสำคัญลำดับต้นๆต่อชีวิตอยู่ดี

นอกจากคุณภาพในการผลิต หรือตลาดใหม่ๆแล้ว ประเด็นที่น่าสนใจไม่น้อย คือพฤติกรรมผู้บริโภคในปัจจุบัน (รวมถึงแนวโน้มในอนาคต) ที่จะเริ่มคาดหวังมากขึ้น สวนทางกับความอดทนที่ต่ำลงด้วย

ใครก็ตามที่มองเห็นช่องทางใหม่ๆ และรู้ว่าจะใช้เทคโนโลยีที่มีอยู่ ตอบโจทย์ได้อย่างไร จึงสามารถเติบโตได้ในเวลาอันสั้น

เหมือน Luckin Coffee ที่ช่วยให้ชีวิตของลูกค้า “ง่ายขึ้น” ซึ่งถือเป็นทางเลือกใหม่สำหรับลูกค้าที่ต้องการสินค้า แต่ไม่ต้องการเสียเวลาไปกับการยืนต่อคิวรอตั้งแต่ขั้นตอนการสั่งหรือรอรับสินค้า

ขณะเดียวกัน โจทย์ที่เคยใช้ได้ผล ก็ไม่ได้แปลว่าจะใช้ได้เสมอไป นั่นคือเหตุผลว่าทำไม แม้แต่ผู้นำในตลาดหลายๆราย ไม่เคยหยุดนิ่งอยู่กับที่ เพราะความต้องการของผู้บริโภคนั้นเปลี่ยนแปลงอยู่เสมอนั่นเอง

Starbucks จัดงบ 3 พันล้าน ปั้นสตาร์ทอัพสายรีเทล/ฟู้ดเทค

เรียบเรียงจาก

4 Trends Driving Foodtech Innovation In China

AHEAD ASIA นวัตกรรม ล้ำหน้า