Amazon ยักษ์ใหญ่อีคอมเมิร์ซ เปิดตัว โดรน รุ่นใหม่ ควบคุมโดย AI ซึ่งสามารถส่งสินค้าถึงมือผู้ซื้อ ในระยะทำการได้ภายใน 30 นาที ระบุเตรียมเริ่มทดลองใช้งานจริงในไม่กี่เดือนนับจากนี้

การส่งสินค้าด้วยโดรนของ Amazon ผ่านบริการ Prime Air Delivery นั้น เริ่มเปิดให้ลองใช้งานในสหราชอาณาจักร ตั้งแต่เดือนธันวาคมปี 2016 แล้ว

ส่วนโดรนตัวล่าสุด ซึ่งเปิดตัวในงาน Machine Learning, Automation, Robotics and Space Conference ที่ลาสเวกัส ในสัปดาห์นี้ ได้รับการพัฒนาให้เป็นไฮบริด คือยังคงเทกออฟในแนวตั้งได้เหมือนโดรนหรือคอปเตอร์ทั่วไป แต่สามารถบินในแนวนอน ตามหลักอากาศพลศาสตร์ได้เหมือนเครื่องบิน ซึ่งจะช่วยลดระยะทางในการเดินทางได้ดีขึ้น

นอกจากนี้ โดรนของ Amazon จะขับเคลื่อนโดยอัตโนมัติ ผ่าน AI และระบบเซนเซอร์ ซึ่งช่วยให้เส้นทางบินของมันไม่ไปรบกวนเครื่องบิน หรือแม้แต่คนที่เดินอยู่บนถนน และยังถูกออกแบบให้ทรงตัวได้ดี แม้ต้องบินในกระแสลมแรงด้วย

เจฟฟ์ วิลค์ ประธานฝ่าย consumer operations ของบริษัท ระบุว่าโดรนที่พัฒนาให้บินได้เร็วขึ้น โดยไม่ต้องมีนักบินควบคุม จะช่วยลดระยะเวลาในการส่งสินค้าได้มาก ทำให้ส่งสินค้าต่อวันได้มากขึ้นด้วย

“เราทำงานกันหนักมากเพื่อให้โดรนที่แบกสินค้าไม่เกิน 2.3 กิโลกรัม บินได้เร็วระดับ 25 กม./ชม. เพื่อส่งสินค้าให้ผู้ซื้อในเวลาไม่ถึง 30 นาที และด้วยความร่วมมือจากเครือข่ายของบริษัทฯ เราจะพยายามผลักดันให้ Prime Air ส่งสินค้าได้เร็วและมีประสิทธิภาพมากขึ้น และเริ่มให้บริการได้ภายในไม่กี่เดือนข้างหน้า”

7 เหตุผล ‘โดรน’ จะขับเคลื่อนธุรกิจ

AHEAD TAKEAWAY

Amazon แสดงให้เห็นว่าการเป็นเบอร์หนึ่งในธุรกิจอีคอมเมิร์ซได้ ต้องเข้าถึงความต้องการของลูกค้าในทุกๆเรื่อง

นอกจากคุณภาพของสินค้า ราคาที่ผู้จ่ายรู้สึกคุ้มค่าแล้ว อีกปัจจัยคือความรวดเร็วในการส่งสินค้า

จากเดิมที่สมาชิก Prime ของ Amazon ในอเมริกาเหนือ ได้รับการการันตีว่าสินค้าจะถึงมือใน 48 ชั่วโมง บริษัทฯก็ประกาศจะร่นเวลาดังกล่าวเหลือ 24 ชั่วโมงแทน โดยเตรียมใช้งบอีก 800 ล้านดอลลาร์ เพื่อพัฒนาเรื่องนี้โดยเฉพาะ

และการส่งสินค้าด้วย โดรน ก็เป็นอีกหนึ่งวิธีที่จะช่วยให้การบริการรวดเร็วขึ้น เพราะไม่มีข้อจำกัดเรื่องการจราจรบนท้องถนน

แต่การจะผลักดันให้ไอเดียนี้เป็นจริงได้ ก็ยังมีข้อจำกัดอีกหลายเรื่อง โดยเฉพาะข้อกฎหมาย เพราะการใช้งานอากาศยานต้องอยู่ใต้การควบคุมของสำนักงานบริหารการบินแห่งชาติ ซึ่งเป็นเหตุผลหลักๆให้ Amazon ยังเริ่มบริการนี้ในสหรัฐฯไม่ได้

แต่การที่ Google เพิ่งได้รับอนุญาตให้เริ่มต้นใช้โดรนส่งของในพื้นที่บางส่วนของรัฐเวอร์จิเนีย ตั้งแต่เดือนเมษายน ก็น่าจะเป็นบรรทัดฐานใหม่สำหรับธุรกิจนี้ และเป็นเหตุผลว่าทำไม เจฟฟ์ วิลค์ ถึงกล่าวว่าน่าจะเริ่มเปิดให้บริการนี้ได้ในอีกไม่กี่เดือน

หากไอเดียนี้ได้รับไฟเขียวจากภาครัฐ และโดรนส่งของถูกพัฒนาให้ใช้งานได้หลากหลาย

ผู้ที่ได้รับผลประโยชน์โดยตรง ก็คือผู้บริโภค

แต่ก็ต้องไม่ลืมว่าในมุมกลับกัน จะมีคนที่ไม่เห็นด้วยแน่นอน เพราะได้รับผลกระทบจากเรื่องนี้

Uber เตรียมทดสอบบริการโดรนจัดส่งอาหาร

เช่น ธุรกิจเดลิเวอรีอาหาร ซึ่งกำลังเติบโตอยู่ในเวลานี้ เพราะอาหารนั้นยิ่งส่งได้ไว และตรงความต้องการของลูกค้ามากเท่าไหร่ ก็ยิ่งได้เปรียบ

ลองจินตนาการว่าแค่คุณหยิบสมาร์ทโฟน หรือสั่งอาหารผ่าน Alexa โดยตัดผ่านบัญชี และมีโดรนบินมาส่งหน้าบ้านในเวลาไม่ถึงครึ่งชั่วโมง เทียบกับประสบการณ์เดิมๆที่ต้องยกหูคุยกับพนักงานส่งเพื่อบอกตำแหน่งบ้านที่ถูกต้อง หรือปัญหาที่อาจเกิดถ้าผู้ส่งไม่ได้เตรียมเงินทอนไว้

หรือแม้แต่อาชีพนักบินโดรนเอง ก็อาจต้องใช้ทักษะที่มีผันตัวไปร่วมพัฒนาระบบการบินของเครื่องจักรเหล่านี้แทน

เพราะถ้า AI ที่พัฒนาสำหรับควบคุมโดรนนั้นทำงานได้ นั่นก็อาจหมายถึงการต่อยอดไปสู่ระบบขนส่งและคมนาคมอื่นๆได้ด้วย ในโลกที่หลายๆอย่าง งานของมนุษย์ถูกทดแทนด้วยระบบอัตโนมัติ (automated) นั่นเอง

เรียบเรียงจาก

South China Morning Post

The Verge

CNBC

AHEAD ASIA นวัตกรรม ล้ำหน้า