World of Tanks หรือ WOT คือเกมแอ็กชั่นแบบ MMO (Masively Multiplayer Online) ที่เปิดโอกาสให้ผู้เล่นเลือกควบคุมบรรดารถถังรุ่นคลาสสิค จากยุคกลางศตวรรษที่ 20 ได้อย่างอิสระ

หลายคนอาจรู้จักเกมนี้ เพราะนอกจากจะมีผู้ลงทะเบียนทั่วโลก กว่า 200 ล้านคน และเคยติดอันดับ 1 ใน 10 เกมที่มีรายรับทางดิจิทัลสูงสุดในโลกแล้ว

แถมเมื่อหลายปีก่อน ต้นสังกัดของเกม ยังเคยโหมโฆษณาต่อเนื่องในบ้านเรา ทั้งทางโทรทัศน์และทางออนไลน์อีกด้วย

แต่หนึ่งเรื่องที่หลายคนอาจคาดไม่ถึง คือ WOT ไม่ใช่เกมออนไลน์จากเกาหลีใต้ หรือจีน เหมือนที่เราคุ้นเคย

แต่เป็นผลิตภัณฑ์ของบริษัท Wargaming จากเบลารุส ดินแดนที่หลายคนขนานนามว่าเป็น ‘บ้านหลังสุดท้ายของเผด็จการในยุโรป’ (Europe’s last dictatorship)

และยังเป็นเกมโปรดของลูกชายประธานาธิบดี อเล็กซานเดอร์ ลูคาเชนโก (Aleksandr G. Lukashenko) ซึ่งปกครองประเทศมานานกว่าสองทศวรรษด้วย

 

ซิลิคอน วัลลีย์ หลังม่านเหล็ก

แม้สภาพโดยรวมของเบลารุส จะยังไม่ต่างจากชาติขนาดเล็กอื่นๆที่แยกตัวมาจากสหภาพโซเวียตมากนัก นั่นคือยังต้องพึ่งพาทรัพยากรหลักอย่าง น้ำมัน รวมถึงความคุ้มครองเพื่อความมั่นคงทางด้านการเมืองจากรัสเซียตามเดิม

แต่สิ่งหนึ่งที่เริ่มเปลี่ยนไปคือบรรยากาศภายใน มินส์ค เมืองหลวงของประเทศที่มีความใกล้เคียงกับชาติตะวันตกมากขึ้น

เพราะที่นี่คือแหล่งรวมของคนหนุ่มสาวกว่า 3 หมื่นคน ที่สร้างตัวขึ้นมาในฐานะผู้เชี่ยวชาญในเทคโนโลยีสายต่างๆ จนสามารถพลิกโฉมให้ มินส์ค ที่มีประชากรเพียง 2 ล้านคน เป็นแหล่งกำเนิดแอพพลิเคชั่นมากมายบนสมาร์ทโฟนที่ผู้คนทั่วโลก เลือกใช้งาน

 

เผด็จการ 4.0

ลูคาเชนโก ซึ่งปกครองประเทศด้วยระบอบเผด็จการ มาตั้งแต่ปี 1994 เชื่อว่าอุตสาหกรรมดิจิทัล คือส่วนสำคัญที่จะช่วยให้ เบลารุส ปลดแอกจากการต้องพึ่งพิง รัสเซีย

แม้ครั้งหนึ่งเจ้าตัวจะเคยปรามาสเส้นเลือดใหญ่ของโลก อย่าง อินเตอร์เน็ต ว่าเป็น ‘ขยะ’ ก็ตาม

ภายใต้แนวคิดนี้ ลูคาเชนโก ปรับโฉมประเทศสู่ยุคอุตสาหกรรมใหม่ ด้วยนโยบายเปิดกว้าง อาทิ เปิดให้บุคลากรจากชาติต่างๆ รวมกว่า 79 ประเทศสามารถเดินทางเข้าเบลารุสได้ โดยไม่ต้องขอวีซ่า

หรือแผนยกเลิกข้อจำกัดทางการเงินต่างๆ เพื่อกระตุ้นให้นักลงทุนย้ายมาสนับสนุนสตาร์ทอัพในประเทศ

9 หนังสือ คลังสมองของ Vladimir Putin ประธานาธิบดีรัสเซีย

ส่งออกเทคโนโลยีแทนสินค้า

อาร์คาดี ดอบกิน ซึ่งอพยพมายังสหรัฐฯ ตั้งแต่ทศวรรษที่ 1990 และปัจจุบันเป็น ซีอีโอของ EPAM หนึ่งในบริษัทเทคโนโลยีสาธารณะที่เติบโตเร็วที่สุดในโลก เห็นด้วยกับแนวคิดของ ลูคาเชนโก

ว่าเทคโนโลยีคือปัจจัยสำคัญที่จะช่วยพัฒนาประเทศที่ขาดแคลนทรัพยากร

พร้อมเสริมว่า เบลารุส ประสบความสำเร็จในการใช้ประโยชน์จากมรดกสมัยอดีตสหภาพโซเวียต เพื่อสร้างบุคลากรด้านเทคโนโลยีในระดับสูง ในระดับที่เป็น ‘สินค้าส่งออก’ ได้

ปัจจุบัน ฝ่าย R&D ของ EPAM ที่ตั้งอยู่ใน มินส์ค นั้น มีพนักงานมากกว่า 6 พันคน ด้วยเหตุผลด้านต้นทุน ขณะที่ตัวของ ดอบกิน และสำนักงานใหญ่ของบริษัทนั้น จดทะเบียน และตั้งอยู่ในนิวทาวน์ เพนซิลเวเนีย แทน

AR เมด อิน เบลารุส

นอกจาก World of Tanks และ EPAM แล้ว เบลารุส ยังมีเทคโนโลยีที่เป็นสินค้าส่งออกอีกมากมาย

อาทิ MSQRD คือ แอพสลับหน้า หรือสวมหน้ากากสำหรับถ่ายเซลฟี่ ซึ่งเป็นที่รู้จักทั่วโลกครั้งแรก ระหว่างงานประกาศรางวัลออสการ์ เมื่อปี 2016

เพราะ ดมิทรี โควาลอฟ ผู้ก่อตั้ง MSQRD ชื่นชอบ ลีโอนาร์โด ดิคาปริโอ เป็นทุนเดิม จึงเลือกใส่หน้าของดาราหนุ่มถือรางวัลออสการ์ในมือไว้ในแอพ ตั้งแต่ยังไม่มีการประกาศผล

จนเมื่อ ดิ คาปริโอ ขึ้นรับรางวัลดารานำชายยอดเยี่ยมในปีนั้น เหล่าคนดังและดาราก็พากันแปลงโฉมตัวเองเป็นหนุ่มลีโออย่างสนุกสนาน

สิบวันหลังจากนั้น Facebook ก็ติดต่อเข้ามา พร้อมกับซื้อบริษัทไปในราคาที่ไม่มีการเปิดเผย ส่วน โควาลอฟ ก็ย้ายไปใช้ชีวิตใหม่ในลอนดอนและสหรัฐ ก่อตั้ง AR Squad สตาร์ทอัพที่สร้างคอนเทนท์เกี่ยวกับ AR โดยเฉพาะแทน

นอกจากบริษัทต่างๆที่กล่าวมา ยังมี Banuba ซึ่งมีเทคโนโลยี AR ระดับสูง ให้ผู้ใช้สามารถสั่งงานสมาร์ทโฟนได้ผ่านการเคลื่อนไหวของสาย (eye detection) หรือ AIMatter ซึ่งใช้พลังของปัญญาประดิษฐ์ในการสร้างวิดีโอ (ปัจจุบันถูก Google ซื้อกิจการไปแล้ว)

จุดอ่อน

จุดแข็งของ เบลารุส คือวิศวกรชั้นยอดจำนวนมาก ซึ่งเป็นผลพวงของระบบการศึกษาที่ตกทอดมาจากยุคสหภาพโซเวียต

แต่ก็มีจุดอ่อนสำคัญเช่นกัน ที่อาจทำให้ประเทศไม่สามารถก้าวไปสู่การเป็น สตาร์ทอัพ เนชั่น ได้ เพราะขาดความรู้ความเข้าใจในการทำธุรกิจสมัยใหม่ โดยเฉพาะด้านการตลาด

“เบลารุส มีวิศวกรเก่งๆมากมาย แต่มีช่องโหว่ใหญ่ในด้านธุรกิจ นั่นคือเหตุผลว่าทำไมเราถึงเห็นการเอาท์ซอร์สงานไปให้บริษัทที่นั่น หรือจ้างคนทำงานแบบฟรีแลนซ์เต็มไปหมด แต่ไม่มีบริษัทเทคโนโลยีใหญ่ๆไปตั้งสำนักงานใหญ่ที่นั่นเลย” นิโคไล โอเรชกิน พาร์ทเนอร์ของ Elysium กองทุน VC ในพาโล อัลโต อธิบาย

 

ขุมทรัพย์อยู่ที่ประชากร…ไม่ใช่ผู้นำ

แม้แนวคิดการผลักดันเศรษฐกิจด้วยเทคโนโลยีของ ลูคาเชนโก จะเป็นที่ยอมรับ

แต่แนวทางการปฏิบัติของเจ้าตัวที่เหมือนถอดแบบมาจากยุคสหภาพโซเวียต ก็ทำให้หลายคนกังขา ว่าท้ายที่สุด นโยบายนี้จะช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตของคนที่นั่นได้จริงหรือไม่

ว่ากันว่าเมื่อครั้งลงนามในกฎหมายสนับสนุนเศรษฐกิจดิจิทัล ลูคาเชนโก กล่าวกับบรรดาผู้ประกอบการสายเทคโนโลยี ว่าหากทุกอย่างไปได้สวย ก็เป็นเรื่องดี แต่หากนโยบายนี้ ไม่ช่วยให้เศรษฐกิจของประเทศดีขึ้น

“ฉันรู้ว่าใครคือคนที่จะต้องรับผิดชอบ”

ขณะที่ เยฟเกนี ลิปโควิช บล็อกเกอร์คนดังที่สร้างชื่อจากการล้อเลียนผู้นำเบลารุส กล่าวแบบติดตลก ว่าเหตุผลเดียวที่อุตสาหกรรมดิจิทัล ยังประสบความสำเร็จได้อยู่ในปัจจุบัน

เป็นเพราะรัฐบาลยังไม่สามารถยึดมันสมองของผู้คนได้นั่นเอง

 

เรียบเรียงจาก

Inside Belarus as Europe’s last dictatorship struggles to restyle itself as a Silicon Valley rival

*บทความนี้เป็นการ edited เพิ่มเติมจากเนื้อหาที่เคยลงในเพจ AHEAD ASIA เมื่อ 12 มีนาคม 2561

10 มาตรการไฮเทค (และโหด) ของจีน เพื่อ ‘Social Credit System’

AHEAD ASIA นวัตกรรม ล้ำหน้า