พบข้อมูลว่าเทคโนโลยี Deep Fake ถูกนำมาใช้สร้างบัญชีปลอม เพื่อสอดแนมข้อมูลทางการเมืองแล้ว หลังผู้ใช้ LinkedIn จำนวนหนึ่งที่ทำงานในทำเนียบขาว ได้รับการติดต่อจากหญิงสาวนาม เคที โจนส์ ซึ่งไม่มีตัวตนอยู่จริงบนโลกนี้

ปัจจุบัน การใช้ AI สร้างภาพและเสียงเลียนแบบบุคคล หรือ Deep Fake เริ่มถูกนำมาใช้อย่างแพร่หลาย ทั้งในภาพยนตร์สำหรับผู้ใหญ่ หรือสร้างข่าวปลอมบิดเบือนความจริง เพื่อหวังผลประโยชน์ทางการเมือง (ทำความรู้จักกับ AI ให้มากขึ้น ในบทความ AI-Machine Learning-Deep Learning เหมือนหรือต่างกันอย่างไร)

ล่าสุด ก็พบหลักฐานบางอย่างที่ชวนให้เชื่อว่ามีการใช้ AI สร้างภาพบุคคลที่ไม่มีตัวตนอยู่จริง เพื่อใช้สร้างบัญชีบน LinkedIn เครือข่ายสำหรับคนทำงาน เพื่อเข้าถึงตัวเป้าหมาย หรือข้อมูลที่ต้องการ

บัญชีดังกล่าว ใช้ชื่อว่า เคที โจนส์ มีรูปโพรไฟล์เป็นสาวสวยผมแดง มีปริญญาด้านรัสเซียศึกษาจากมหาวิทยาลัยมิชิแกน และปัจจุบันทำงานให้สถาบันเพื่อการศึกษายุทธศาสตร์ระหว่างประเทศ (CSIS)

แต่เมื่อทำการตรวจสอบเพิ่มเติม พบว่ารูปโพรไฟล์ของ โจนส์ มีโอกาสสูงที่จะสร้างขึ้นโดย AI ประเภทที่เรียกว่า GAN (generative adversarial network) ซึ่งใช้ข้อมูลใบหน้าที่มี สร้างภาพของบุคคลที่ไม่มีตัวตนอยู่จริงขึ้นมา

เพราะเทคโนโลยีดังกล่าวในปัจจุบันยังไม่ถือว่าสมบูรณ์แบบ เห็นได้จากเครื่องประดับต่างๆที่ยังเบลอ หรือแสงเงาต่างๆที่ผิดปกติ และเมื่อติดต่อไปยังสถาบันศึกษาและที่ทำงาน ก็ไม่พบว่ามีบุคคลชื่อนี้อยู่

และเมื่อมีการย้อนกลับไปเช็กใน LinkedIn อีกครั้ง ก็พบว่าบัญชีนี้ถูกลบทิ้งไปแล้ว

การตรวจสอบ ยังพบว่าบัญชีนี้ เคยติดต่อกับเจ้าของบัญชีอื่นๆอีก 52 คน หลายรายเป็นบุคคลที่มีบทบาทในทางการเมือง หนึ่งในนั้นคือ พอล วินฟรี อดีตรองผู้อำนวยการสภานโยบายแห่งชาติ ในยุคประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ ซึ่งมีส่วนช่วยเพิ่มความน่าเชื่อถือให้กับบัญชีปลอมนี้

วินฟรี อธิบายกับสำนักข่าว AP ว่าปกติตนกดรับทุกคำขอที่เข้ามาอยู่แล้ว แต่ โจนาส พาเรลโล-เพลสเนอร์ ผู้อำนวยการของพันธมิตรมูลนิธิประชาธิปไตย มองว่าการกดตอบรับคำขอจากบุคคลที่ไม่รู้จักง่ายๆ เท่ากับเป็นการเปิดช่องให้คนอื่นๆในเครือข่ายมีโอกาสถูกล้วงข้อมูลได้ง่ายขึ้นไปด้วย

Nvidia เปิดตัวเว็บ Thispersondoesnotexist โชว์พลัง AI สร้างใบหน้าคนที่ไม่มีอยู่จริง

AHEAD TAKEAWAY

ตามหลักการ LinkedIn พยายามเตือนผู้ใช้งานเสมอว่าให้หลีกเลี่ยงการกดตอบรับคำขอจากคนที่ไม่รู้จัก

แต่ก็ยังพบว่าผู้ใช้จำนวนมากไม่ปฏิบัติตามคำแนะนำดังกล่าวด้วยหลายเหตุผล เพราะมองว่าคนแปลกหน้าที่ติดต่อเข้ามา อาจเป็นเฮดฮันเตอร์ที่จะนำเสนอโอกาสก้าวหน้าในหน้าที่การงานให้ตนก็ได้

ขณะที่กรณีของบัญชี เคที โจนส์ นั้น ก็พอเข้าใจได้ว่าทำไมผู้ใช้หลายรายถึงตอบรับคำของ่ายๆ ทั้งรูปโพรไฟล์ที่ดูดี รวมถึงการศึกษาและหน้าที่การงานดูน่าเชื่อถือ

นอกจากนี้ AHEAD ASIA ยังเคยนำเสนอรายงานชิ้นหนึ่งที่ว่าอุปกรณ์อิเลคทรอนิคส์ของผู้บริหารระดับสูงในองค์กรต่างๆนั้น คือจุดอ่อนด้าน cyber security ที่แฮ็กเกอร์หรือสปายเล็งไว้

Trend Micro เผยซีอีโอเหยื่อต้มตุ๋นทางอีเมลอันดับหนึ่ง

รายงานจาก Trend Micro ผู้ให้บริการด้านไซเบอร์ซีเคียวริตี้ชั้นนำของโลก เมื่อปี 2017 ยังพบว่าอีเมลของซีอีโอ คือเหยื่ออันดับหนึ่งของการต้มตุ๋นผ่านอีเมล หรือ Business Email Compromise (BEC) คือร้อยละ 41.83

เหตุผลเพราะคนกลุ่มนี้มักโฟกัสไปที่เรื่องการบริหารเป็นหลัก และไม่ค่อยมีความสนใจหรือเวลาในการหาความรู้เกี่ยวกับเรื่องความปลอดภัยทางไซเบอร์มากนัก

กรณีของ เคที โจนส์ เป็นเพียงแค่รูปแบบหนึ่งของการใช้เทคโนโลยี Deep Fake ในทางที่ผิดเท่านั้น

นั่นหมายความว่าในอนาคต เราจะต้องรับมือกับข่าวสารปลอมๆในรูปแบบที่เหมือนจริงขึ้นเรื่อยๆ

และแพลตฟอร์มไหนที่สามารถ “กรอง” ข้อมูลเหล่านี้ได้ดีกว่า ก็มีโอกาสจะเป็นที่ยอมรับในแง่ความน่าเชื่อถือได้มากกว่าด้วย

เรียบเรียงจาก

A SPY USED A DEEPFAKE PHOTO TO INFILTRATE LINKEDIN NETWORKS

Spy Used AI to Create Fake LinkedIn Photo to Fool Targets, Report Finds

AHEAD ASIA นวัตกรรม ล้ำหน้า