5G นั้น ได้รับการยกว่าจะมีบทบาทต่อชีวิตประจำวันของเราทุกคน มากกว่าแค่การเป็นเทคโนโลยีเซลลูลาร์รุ่นล่าสุด เพราะความเร็วของการเชื่อมต่อที่เหนือกว่าที่ผ่านมาชนิดเทียบกันไม่ติด จะเป็นตัวเชื่อมต่อให้โลกเราก้าวเข้าสู่ยุคไร้พรมแดนของจริง

และนี่คือ 5 ตัวอย่างของวิถีชีวิตที่จะเปลี่ยนไป จากมุมมองของผู้บริหารองค์กรชั้นนำในอุตสาหกรรมโทรคมนาคม

 

10 เทคโนโลยีที่จะเปลี่ยนโลก

#5
ปฏิวัติอินเตอร์เน็ตบ้านแบบเดิมๆ

ในทางทฤษฎี ความเร็วในการใช้งานของ 5G ในรูปแบบ fixed wireless นั้นสูงกว่าบรอดแบนด์แบบที่ใช้กันในปัจจุบัน

นั่นหมายความว่าในอนาคต เราไม่จำเป็นต้องเรียกช่างเข้ามาเจาะผนัง เพื่อโยงสายเคเบิลหรือไฟเบอร์ให้วุ่นวายอีกต่อไป เพียงแค่ติดตั้งเสาอากาศเพื่อรับสัญญาณจากสถานีฐาน และส่งตรงเข้าถึงบ้านได้ทันที

ซึ่งมีแนวโน้มที่ระบบนี้จะถูกนำมาใช้มากขึ้น โดยเฉพาะบริเวณนอกเมือง ซึ่งการติดตั้งที่ตั้งเซลล์เพิ่มบนสถานีฐานที่มีอยู่แล้ว มีค่าใช้จ่ายน้อยกว่าการวางสายเคเบิลหรือไฟเบอร์

สตีฟ โคนิก รองประธานฝ่ายวิจัยของสมาคมเทคโนโลยีเพื่อผู้บริโภค อธิบายว่าการมาของ 5G จะไม่ได้ทำให้บรอดแบนด์อินเตอร์เน็ตแบบเดิมหมดไป เพราะยังมีหลายๆกรณีที่เหมาะกับการส่งสัญญาณผ่านสายมากกว่า แต่สำหรับการใช้งานที่บ้านทั่วไป ก็ถือว่าเพียงพอแล้ว

และนั่นอาจทำให้ผู้บริโภคได้ใช้อินเตอร์เน็ตในราคาถูกลงด้วย เพราะผู้ให้บริการบรอดแบนด์แบบดั้งเดิม ก็อาจต้องลดค่าบริการแพ็คเกจลงเพื่อโน้มน้าวให้ผู้บริโภคใช้งานต่อ

#4
วันที่ AR Glasses ใช้งานได้จริง

ความเร็วของการเชื่อมต่อที่เพิ่มขึ้น จะช่วยดึงศักยภาพของเทคโนโลยีความจริงเสริม (Augmented Reality) ออกมาได้อย่างเต็มที่ ผ่าน แวเรเบิลดีไวซ์ต่างๆ โดยเฉพาะ แว่นอัจฉริยะ AR Glasses

เพราะปัจจุบัน แว่น AR (รวมถึง VR) ต้องใช้งานผ่านการเชื่อมโยงกับคอมพิวเตอร์ ร่วมกับสัญญาณ Wi-fi ภายในบ้าน หรือไม่ก็มีขนาดใหญ่เกินกว่าจะใส่ออกมาเดินบนท้องถนน แบบ HoloLens 2 ของ Microsoft

แต่เมื่อข้อจำกัดเรื่องความเร็วของสัญญาอินเตอร์เน็ตหายไป อนาคตที่ AR Glasses จะมีขนาดเล็กลง จนกลายเป็นอุปกรณ์พื้นฐานสำหรับคนทั่วไป ก็มีมากขึ้น และอาจส่งผลต่ออุตสาหกรรมสมาร์ทโฟนที่ต้องเปลี่ยนรูปแบบไปจากเดิมด้วย

#3
การเรียนการสอนในโลกเสมือน

ความเร็วของอินเตอร์เน็ตที่เพิ่มขึ้น ยังเป็นใบเบิกทางสำหรับการเรียนการสอนรูปแบบ interactive ที่ไม่เพียงช่วยดึงดูดความสนใจของเด็กๆเท่านั้น แต่ยังช่วยให้เข้าใจได้ง่ายขึ้นด้วย

เมื่อต้นปีที่ผ่านมา Verizon ผู้ให้บริการเทลโคยักษ์ใหญ่ในสหรัฐฯ เพิ่งจัดประกวด 5G EdTech Challenge ชิงเงินรางวัล 1 ล้านดอลลาร์ เพื่อกระตุ้นให้มีการนำเทคโนโลยีนี้ มาช่วยออกแบบการเรียนการสอนให้ดีขึ้น

โทบี แรดชอว์ รองประธานอาวุโสด้านนวัตกรรม 5G ของ Verizon อธิบายว่าสื่อการสอนในรูปวิดีโอความจริงเสมือนที่เด็กสามารถมองได้แบบ 360 องศา เหล่านี้ จะสร้างประสบการณ์ใหม่ๆในการเรียนรู้ ได้ดีกว่าการนั่งท่องตำรา หรือดูภาพจากเพาเวอร์พอยท์เพียงอย่างเดียว ซึ่งมีรายงานว่าการเรียนการสอนแบบ interactive นั้น ส่งผลต่อการรับรู้ได้มากกว่าเดิม 3-8 เท่าเลยทีเดียว

#2
การวินิจฉัยและผ่าตัดไร้พรมแดน

การนำมาประยุกต์ใช้ทางการแพทย์ อาจช่วยชีวิตผู้ป่วยในกรณีฉุกเฉินได้ แม้จะอยู่ในบริเวณที่ห่างไกลเกินกว่าแพทย์ผู้เชี่ยวชาญจะไปถึงก็ตาม

เร็วๆนี้ ศัลยแพทย์ชาวจีนเพิ่งประสบความสำเร็จในการผ่าตัดสมองคนไข้รายหนึ่งที่อยู่ห่างออกไปราว 3,000 กิโลเมตร โดยอาศัยเทคโนโลยีนี้ควบคุมหุ่นยนต์ผ่าตัด

ขณะที่ในสหรัฐฯ ก็มีแพลตฟอร์มความจริงเสริม Surgical AR ที่สามารถให้ข้อมูลของผู้ป่วยแก่ศัลยแพทย์ ระหว่างการผ่าตัด ในรูปแบบโฮโลกราฟี

ขณะเดียวกัน ก็สามารถประยุกต์ใช้แว่น VR เพื่อช่วยคนไข้ในการทำกายภาพบำบัดได้ด้วยตัวเองจากที่บ้าน โดยที่นักกายภาพฯสามารถดูข้อมูลเพื่อวิเคราะห์และให้คำแนะนำเพิ่มเติมได้จากโรงพยาบาล ซึ่งจะช่วยประหยัดทั้งค่าใช้จ่าย และเวลา รวมถึงสามารถดูแลผู้ป่วยพร้อมกันได้หลายรายในคราวเดียว

#1
ระบบจราจรที่รถไร้คนขับสื่อสารกัน

รถยนต์ไร้คนขับ ถูกยกให้เป็นนวัตกรรมที่จะพลิกโฉมอุตสาหกรรมรถยนต์ และการคมนาคมในอนาคต ด้วยระบบ AI และเซนเซอร์ที่ถูกพัฒนาให้ลดการเกิดอุบัติเหตุบนท้องถนน

แต่ในหมู่คนทั่วไป ก็ยังมีความกังวลในเรื่องนี้อยู่ หลังมีข่าวอุบัติเหตุเกิดขึ้นในการทดสอบรถไร้คนขับเป็นระยะ

อีกหนึ่งแนวทางในการแก้ปัญหานี้ คือการสร้างระบบนิเวศให้รถไร้คนขับแต่ละคัน สามารถติดต่อสื่อสารกันได้ด้วยสัญญาณบนเครือข่ายระบบจราจร ร่วมกับอุปกรณ์อื่นๆเช่น ไฟจราจรอัจฉริยะ โดรนซึ่งทำหน้าที่เก็บข้อมูลทางอากาศ เพื่อแจ้งเตือนปัญหาต่างๆ เช่นให้หลีกเลี่ยงเส้นทางที่จราจรติดขัด หรืออุบัติเหตุ

AHEAD TAKEAWAY

ในงานโรดโชว์ Barcelona Unboxed เมื่อเร็วๆนี้ ผู้บริหารของ Ericsson ในฐานะเครือข่ายยักษ์ใหญ่ที่กำลังพัฒนาเทคโนโลยี 5G ย้ำว่าความสามารถในการเชื่อมต่อด้วยความเร็วสูง และอัตราความหน่วงต่ำนั้น จะเป็นจุดเริ่มต้นของการต่อยอดไปสู่โมเดลธุรกิจใหม่ๆ

สิ่งที่ผู้ประกอบการทั้งหลายควรนำไปพิจารณาก็คือ เมื่ออินเตอร์เน็ตมีความเร็วในการเชื่อมต่อที่สูงแล้ว จะสามารถทำอะไรได้ดีกว่าที่เป็นอยู่ในปัจจุบันบ้าง

อาทิ สถานีโทรทัศน์หรือผู้ให้บริการสตรีมมิ่ง จะสามารถส่งแพร่ภาพวิดีโอที่ความคมชัดระดับ 4K หรือ 8K ได้หรือไม่ ในกรณีที่ไม่ได้ส่งผ่านทางสายสัญญาณ

หรือการส่งภาพจากเครื่อง CT Scan ให้แพทย์วินิจฉัยอาการผู้ป่วยฉุกเฉิน และทำการรักษาหรือปฐมพยาบาลเบื้องต้น ระหว่างนำตัวส่งโรงพยาบาล ฯลฯ

และเทคโนโลยีที่พัฒนาแบบก้าวกระโดดนี้เอง ก็อาจนำไปสู่การพลิกโฉมบริการหรือผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ และอาจเป็นจุดเริ่มต้นการสิ้นสุดของอุปกรณ์ที่มีบทบาทสำคัญในชีวิตเรามาตลอดทศวรรษอย่างสมาร์ทโฟน อย่างที่มีการวิเคราะห์ไว้ก็เป็นได้

นักวิเคราะห์ชี้สมาร์ทโฟนใกล้ถึงทางตัน-เปลี่ยนยุคสู่อุปกรณ์อัจฉริยะ

เรียบเรียงจาก
5 Ways 5 G Will Change Your Life

Why we need to build the ecosystem for autonomous vehicles

China performs first 5 G-based remote surgery on human brain

AHEAD ASIA นวัตกรรม ล้ำหน้า