ผลสำรวจโดย Business Insider พบวัยรุ่นอเมริกันในกลุ่ม Gen Z ไม่ได้ซื้อแต่สินค้าออนไลน์ จนเมินการช้อปปิ้งตามห้างสรรพสินค้าอย่างที่คาดกัน โดยราว 1 ใน 3 ระบุว่ายังซื้อสินค้าที่นั่นอย่างน้อยเดือนละหนึ่งครั้ง เพียงแต่ไม่ใช่ที่ๆจะไปนัดพบหรือรวมตัวกันเหมือนคนเจเนอเรชั่นก่อนๆอีก

รายงานจาก Coresight Reseacrh เมื่อเดือนเมษายน พบว่าในปี 2019 มีร้านค้าปลีกที่ปิดตัวไปแล้วทั้งสิ้น 5,994 แห่ง ซึ่งสูงขึ้นจากปี 2018 ที่ปิดไป 5,864 แห่ง ในจำนวนนี้ มีสาขาของแบรนด์ดังๆอย่าง Victoria’s Secret, JCPenney และ Gap รวมอยู่ด้วย

ตัวเลขดังกล่าวสอดคล้องกับการประเมินของ UBS ที่ว่าจากนี้ไปจนถึงปี 2026 จะมีร้านค้าปลีกทั่วอเมริกาเหนือที่ต้องปิดตัวลง อีกกว่า 75,000 แห่ง ซึ่งเป็นผลจากไลฟ์สไตล์ของคนที่หันไปใช้บริการอีคอมเมิร์ซมากขึ้น โดยเฉพาะคนกลุ่ม Gen Z ที่โตมากับการใช้ชีวิตออนไลน์ตั้งแต่แรก

อย่างไรก็ตาม มีผลสำรวจที่น่าสนใจว่าการปิดตัวของค้าปลีกแบบดั้งเดิมเหล่านี้ อาจไม่ได้มีสาเหตุจากไลฟ์สไตล์ของคนรุ่นใหม่เพียงอย่างเดียว

เมื่อ Business Insider จัดทำแบบสำรวจร่วมกับ Cint บนแพลตฟอร์มของ SurveyMonkey ระหว่าง 11-14 มกราคมที่ผ่านมา โดยเน้นเจาะไปที่กลุ่มวัยรุ่นอเมริกัน อายุระหว่าง 13-21 ปี จำนวน 1,884 คน

และพบว่าเกินกว่าครึ่ง คือราวๆ 52% ยังไปใช้บริการและซื้อสินค้าในห้าง อย่างน้อยสัปดาห์หรือเดือนละครั้ง ส่วนกลุ่มที่ไม่ไปเลย หรือไปแค่ปีละครั้ง อยู่ที่กลุ่มละ 8% เท่านั้น

 

 

อีกประเด็นที่พบจากแบบสอบถาม ก็คือห้างสรรพสินค้า หรือมอลล์ต่างๆ ไม่ได้เป็นศูนย์รวมที่วัยรุ่นอเมริกันมาพบปะกันเหมือนคน Gen Y หรือ Gen X อีกแล้ว โดยกว่า 63% นั้นเป็นสถานที่ที่อาจคาดไม่ถึง อย่าง บ้านเพื่อน และโรงเรียนไปแทน

 

 

เมื่อถามถึงความรู้สึกที่คน Gen Z มีต่อมอลล์และห้างสรรพสินค้าต่างๆ ก็จะพบว่านอกจากเรื่องไลฟ์สไตล์แล้ว ยังมีปัจจัยอื่นๆที่ทำให้คนรุ่นใหม่ “ไม่เดินห้าง” ด้วย

 

 

คำตอบที่ถูกเลือกมากที่สุด คือไปบ่อย และใช้จ่ายเงินส่วนใหญ่ไปกับการแฮงก์เอาท์และช้อปปิ้ง มากถึง 36.6%

แต่ประเด็นที่น่าสนใจกว่าจากกลุ่มที่ “ไม่เดินห้าง” คือ 5.9% ที่บอกว่า “ไม่ไป เพราะไม่รู้จะไปทำไม” ซึ่งถือว่าเป็นอัตราส่วนที่น้อยมาก สำหรับการไม่ไป เพราะไม่อยากไปจริงๆ

ส่วนกลุ่มที่ไม่ไป เพราะพ่อแม่เป็นคนซื้อของให้ กับไม่ไป เพราะไม่มีเงินนั้น รวมกันแล้วสูงถึง 16% เลยทีเดียว นั่นอาจตีความได้ว่า การที่วัยรุ่นกลุ่มนี้ไม่ไปห้างสรรพสินค้า ไม่ใช่เพราะไม่อยากไป แต่มีข้อจำกัดทางด้านเศรษฐกิจอยู่นั่นเอง

AHEAD TAKEAWAY

การที่หลายธุรกิจค้าปลีกใหญ่ๆในโลกต้องปิดตัวลง เพราะการมาของอีคอมเมิร์ซนั้นเป็นเรื่องจริง แต่ไม่ใช่ทั้งหมด

อวสานค้าปลีก? 15 รีเทลเลอร์ที่ล้มละลายในปี 2017

ตรงกันข้าม ร้านค้าทั้งหลายอาจใช้ประโยชน์จากอีคอมเมิร์ซได้ด้วยซ้ำ

เหมือนที่ค้าปลีกชั้นนำในบ้านเรา อย่าง Big C, Tops หรือแม้แต่ 7-11 ก็สร้างช่องทางขายสินค้าออนไลน์ของตัวเองควบคู่กันไป เพื่อเพิ่มความสะดวกให้แก่ลูกค้า

ขณะที่ธุรกิจรายย่อยหลายๆแห่งในโลก ก็มีกรณีศึกษาของการปรับตัวให้ร้านค้าเดิม กลายเป็นโชว์รูมสำหรับแสดงสินค้า เป็นศูนย์บริการสำหรับซ่อมแซม เปลี่ยนสินค้า หรือรับสินค้าที่สั่งจองทางออนไลน์ได้

หรืออาจต้องเพิ่มบริการบางอย่างเพื่อให้ตรงใจลูกค้ามากขึ้น (อ่านเพิ่มเติม Amazon ปฏิวัติค้าปลีกเสื้อผ้าออนไลน์ ให้ลองก่อนซื้อ)

เช่น มีผลการศึกษาจาก HRC พบว่าคนกลุ่มมิลเลนเนียล และ Gen Z ซึ่งมีชีวิตผูกกับโซเชียลมีเดียเป็นหลัก นั้นให้ความสนใจกับสัญญาณ Wi-fi ในร้านเป็นพิเศษ ยิ่งสัญญาณแรงเท่าไหร่ (และฟรี) ก็มีโอกาสที่จะโน้มน้าวใจให้คนเหล่านั้น ใช้บริการหรืออยู่ในร้านค้านั้นนานขึ้น และหลายครั้งที่มันส่งผลต่อการตัดสินใจซื้อสินค้าด้วย

ลองนึกภาพกลุ่มวัยรุ่นกำลังเลือกซื้อเสื้อผ้า แต่ยังตัดสินใจไม่ได้ วิธีหนึ่งที่นิยมใช้กันคือการลองสวมและถ่ายเซลฟี่ให้เพื่อนหรือแฟนที่ไม่ได้มาด้วย ช่วยตัดสินใจ ถ้าสัญญาณ Wi-fi ติดขัดและใช้เวลาอัพโหลดนาน ก็อาจส่งผลให้เด็กๆกลุ่มนั้น ตัดสินใจไม่ซื้อเลยก็ได้

ซึ่งผู้ประกอบการก็ต้องเก็บข้อมูล และใช้มุมมองที่ต่างออกไปในการวัดผล ว่ากลยุทธ์เหล่านี้ส่งผลต่อภาพรวมของกิจการมากแค่ไหน แทนที่จะวัดกันเฉพาะด้านยอดขายของร้านค้าหรือสาขานั้น

จับตา 5 เทรนด์ค้าปลีกยุค 4.0

ขณะที่ภาพรวมค้าปลีกในไทย แม้จะเติบโตน้อยกว่าที่เป็น อย่างที่สมาคมผู้ค้าปลีกไทยประเมินไว้ตั้งแต่ปลายปีที่แล้ว

แต่ในเมื่อ “การเดินห้าง” ยังเป็นกิจกรรมหลักๆของครอบครัว โดยเฉพาะในวันหยุดช่วงสุดสัปดาห์เหมือนเดิม

จึงขึ้นกับผู้ประกอบการแล้ว ว่าจะทำอย่างไร เพื่อผสมผสานประสบการณ์ทั้งออนไลน์ (อีคอมเมิร์ซ) และออฟไลน์ (ร้านค้าปลีกแบบเดิม) ให้เกิดประโยชน์สูงสุดกับธุรกิจของตัวเอง

เรียบเรียงจาก

The idea that Gen Z is killing malls could be a myth

The retail apocalypse has claimed 6,000 US stores in 2019 so far, more than the number that shut down in all of 2018

If a Store Doesn’t Have Wi-Fi, Teens Won’t Shop There

AHEAD ASIA นวัตกรรม ล้ำหน้า