เบียร์ อาจจะไม่ใช่เครื่องดื่มเพื่อสุขภาพ

แต่ในยุคที่การวิ่งและกีฬาเอนดูรานซ์อื่นๆ (จักรยาน ทวิกีฬา ไตรกีฬา ฯลฯ) เริ่มได้รับความนิยมในวงกว้าง เบียร์กลับถูกดึงเข้าไปมีส่วนกับกิจกรรมพวกนี้บ่อยๆ

ตั้งแต่คูปองเบียร์ฟรีที่มาพร้อมกับบิบมาราธอน กลุ่มนักวิ่งที่ไปรวมตัวกันดื่มหลังซ้อม หรือแข่งเสร็จ

แต่ถึงจะเป็นที่ชื่นชอบขนาดไหน เอาเข้าจริงแล้ว เบียร์ก็ยังไม่ใช่เครื่องดื่มที่เหมาะนักหลังการออกกำลังกายหนักๆ

  • การดื่มเบียร์ในคืนก่อนวิ่ง ทำให้ร่างกายขาดน้ำในตอนเช้า เพราะแอลกอฮอล์มีผลเหมือนยาขับปัสสาวะ
  • การดื่มในระหว่างวิ่ง จะส่งผลต่อสมาธิ การตัดสินใจ รวมถึงการทำงานของร่างกาย โดยเฉพาะการขยายหลอดเลือดในผิวหนัง และถ้าวันนั้นอากาศร้อนจัดๆ ร่างกายที่ขาดน้ำอยู่แล้ว จะถูกเร่งให้ดื่มน้ำมากขึ้น จนเพิ่มความเสี่ยงของการจุกหรือตะคริวกินได้
  • การดื่มหลังวิ่ง แอลกอฮอล์อาจขัดกระบวนการเติมพลังงานกลับสู่ร่างกาย ทำให้ฟื้นตัวช้า รวมถึงชะลอความสามารถในการฟื้นฟูร่างกาย

แต่เมื่อการดื่มเป็นส่วนหนึ่งของวัฒนธรรมกีฬาไปแล้ว จึงมี “คนวงใน” ลุกขึ้นมาผลิตเบียร์ตระกูล Functional Beer ขึ้น เพื่อนักวิ่งโดยเฉพาะ

 

ทรมานบันเทิง

 

Sufferfest เกิดจากไอเดียของ เคทลิน แลนด์สเบิร์ก นักวิ่งเทรล ที่อยากให้การดื่มเบียร์ไม่กระทบต่อร่างกายคนดื่มหลังเพิ่งวิ่งมาเหนื่อยๆ

แม้แต่ชื่อแบรนด์ ก็มาจากคำว่า ‘sufferfest’ ซึ่งเป็นศัพท์เฉพาะในหมู่คนเล่นกีฬาเอนดูรานซ์ ที่ต้องทนกับความเหนื่อยเป็นเวลานานๆ ในบ้านเราจะมีคำที่มีลักษณะคล้ายๆกันคือ “ทรมานบันเทิง”

แลนด์สเบิร์ก ไม่ใช่คนอื่นคนไกลในวงการนักวิ่ง เธอเริ่มวิ่งเทรลตั้งแต่สมัยเรียนในมหาวิทยาลัย จนกลายเป็นแพสชั่นส่วนตัว ที่ทำให้เธอเข้าทำงานในฝ่ายการตลาดของ Strava แพลทฟอร์มรวบรวมข้อมูลการออกกำลังกายของนักกีฬาเอนดูรานซ์

หลังป่วยเป็นภาวะไทรอยด์ฮอร์โมนต่ำ เมื่อเกือบสิบปีที่แล้ว แลนด์สเบิร์ก พบว่าเมื่อลดการบริโภคกลูเตน ช่วยให้อาการของเธอดีขึ้น และฟื้นฟูร่างกายได้เร็วกว่าเดิม แต่นั่นก็ต้องแลกกับการเลิกดื่มเบียร์ ไม่ว่าจะหลังซ้อมหรือแข่ง

แลนด์สเบิร์ก รับว่าการเลิกดื่มเบียร์ทำให้เธอสนุกกับสังคมนักวิ่งน้อยลงกว่าเดิม ความอยากดื่มเบียร์เย็นๆหลังแข่ง ทำให้เธอตัดสินใจที่จะคราฟท์เบียร์ที่ตัวเองดื่มได้ และตัดสินใจเข้าเรียนคอร์สต้มเบียร์ที่ UC Davis

ระหว่างเรียน เธอทดลองสารพัดวิธีที่จะกำจัดกลูเตน และเพิ่มส่วนผสมอื่นๆลงไป อาทิ เกสรผึ้ง (มีผลต้านอาการแพ้ และยังให้โปรตีนสูง) เกลือทะเล (เติมอิเลคโทรไลท์ให้ร่างกาย)

เมื่อเริ่มได้สูตรที่ลงตัว แลนด์สเบิร์ก นำเบียร์ที่ต้มเองไปดื่มกับเพื่อนๆในกลุ่มนักวิ่ง หลังถูกคะยั้นคะยอจากเพื่อนๆ รวมถึงได้ข้อมูลจากเรซไดเรคเตอร์ที่จัดการแข่งหลายๆรายการว่าตลาดสำหรับเบียร์ประเภทนี้ยังเปิดกว้างอยู่ เธอก็ตัดสินใจลาออกจากงานที่ Strava เพื่อทำคราฟท์เบียร์ของตัวเองในที่สุด

 

เบียร์ของนักวิ่ง โดยนักวิ่ง เพื่อนักวิ่ง

นอกจากชื่อแบรนด์แล้ว เบียร์ประเภทต่างๆของ Sufferfest ก็อิงจากศัพท์ที่นักกีฬาเอนดูรานซ์คุ้นเคยกันดี

ตั้งแต่ FKT (หรือ Fastest Known Time) เพลเอลที่มีกลูเตนต่ำ ใช้วัตถุดิบอย่าง ผลแบล็คเคอร์แรนท์และเกลือเพื่อให้นักวิ่งได้เกลือแร่และน้ำตาลอย่างที่ร่างกายต้องการหลังวิ่งเสร็จ หรือ Repeat เบียร์คอลช์ ที่มีส่วนผสมของเกสรผึ้ง ซึ่งมีสรรพคุณช่วยฟื้นฟูกล้ามเนื้อ

เมื่อเบียร์ของ Sufferfest ตอบโจทย์คนกลุ่มนี้โดยเฉพาะ ธุรกิจของ แลนด์สเบิร์ก ถึงโตแบบก้าวกระโดด จนมียอดผลิตถึง 3,000 แบร์เรล (357,600 ลิตร) เมื่อปีที่ผ่านมา ตามด้วยการถูกซื้อกิจการไปแบบไม่เปิดเผยมูลค่า โดย Sierra Nevada ยักษ์ใหญ่ในวงการเบียร์ของสหรัฐฯ ตอนต้นปี

คนในอุตสาหกรรมเบียร์มองว่าดีลนี้เข้าข่าย win-win สำหรับทั้งสองฝ่าย

เพราะสเกลของ Sierra Nevada ที่มียอดขายปีละกว่า 1 ล้านแบร์เรล จะช่วยให้ แบรนด์ Sufferfest มีโอกาสเปิดตลาดในวงกว้างมากขึ้น

ขณะที่ทาง Sierra Nevada เองก็ต้องการความสดใหม่ของแบรนด์มาช่วยกระตุ้นกระแสของคราฟท์เบียร์ที่เริ่มแผ่วลงในระยะหลัง และอาจขยายไปสู่ตลาดใหม่ๆอย่างกลุ่มนักวิ่ง ที่ประเมินกันว่าเฉพาะในสหรัฐฯ มีคนเล่นกีฬาชนิดนี้ไม่ต่ำกว่า 56 ล้านคน และมีการจัดกิจกรรมกว่า 30,000 อีเวนท์ในแต่ละปี

 

AHEAD TAKEAWAY

ความนิยมใน Sufferfest เป็นผลจากกระแสของเครื่องดื่มประเภท ฟังชันนัล เบียร์ ( functional beer ) หรือ เพอร์ฟอร์แมนซ์ เบียร์ (performance beer) ที่เริ่มก่อตัวขึ้นทั่วโลก ในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา ซี่งถูกพัฒนาและปรุงขึ้นเพื่อตอบโจทย์คนกลุ่มอื่นๆ นอกเหนือจากนักดื่มพันธุ์แท้

คำว่า “ฟังชันนัล” ในที่นี้ คือการหาสูตรเบียร์ที่ไม่ส่งผลกระทบต่อร่างกายของนักกีฬา ด้วยการลดปริมาณแอลกอฮอล์ กลูเตน น้ำตาล และคาร์โบไฮเดรท โดยไม่กระทบรสชาติ

เช่น SeaQuench Ale ซาวเออร์เบียร์ (เบียร์เปรี้ยว) ซึ่งมีส่วนผสมของมะนาวและเกลือทะเล ของค่าย Dogfish Head ที่ แซม คาลาโจเน ผู้ก่อตั้งนิยามว่าให้รสชาติคล้ายกับเกเตอเรดหรือมาร์การิตา และเป็นเบียร์ที่มีอัตราเติบโตด้านยอดขายสูงสุดในกลุ่มซาวเออร์เบียร์ จากการสำรวจโดย นีลเส็น

หรือ Rec League ที่มีส่วนผสมของเกลือทะเล และเมล็ดเจีย จาก Harpoon Brewery ซึ่งอ้างว่ามีสรรพคุณในการฟื้นฟูร่างกายหลังการออกกำลังกายหนักๆเช่นกัน

นอกจากกลุ่มคราฟท์เบียร์แล้ว เราจะเห็นว่าผู้ผลิตเครื่องดื่มระดับโลกเองก็หันมาให้ความสนใจเครื่องดื่มกลุ่มฟังชันนัลเบียร์เช่นกัน อาทิ Heineken ที่เพิ่งเปิดตัว Heineken 0.0 เครื่องดื่มมอลต์แอลกอฮอล์ 0% และมีแคลอรีต่ำ (เพียง 69 แคลอรี) เมื่อเร็วๆนี้

ในบ้านเรา โอกาสที่เครื่องดื่มประเภทนี้จะได้รับความนิยมก็มีเช่นกัน เพราะแม้กระแสคราฟท์เบียร์ในระยะหลังจะแผ่วลงไปบ้าง แต่ก็ยังไม่หมดไปซะทีเดียว

ขณะเดียวกัน เทรนด์กีฬาประเภทเอนดูรานซ์ ซึ่งเกิดขึ้นควบคู่กับการท่องเที่ยวเชิงกีฬา (sport tourism) ที่มีมาตลอดช่วง 4-5 ปีหลังสุด ก็น่าจะเป็นไลฟ์สไตล์ที่ตรงกับกลุ่มเป้าหมายของฟังชันนัลเบียร์ด้วย นอกเหนือจากเทรนด์อาหารเพื่อสุขภาพอื่นๆ อย่าง เนื้อสังเคราะห์จากโปรตีนพืช ที่กำลัง hype อยู่ในเวลานี้

เรียบเรียงจาก
Why ‘performance beer’ is the newest trend in sports beverages

Sufferfest Beer

‘Functional Beverages’ Are The Trend That Everyone’s Going To Be Talking About

“Wellness Beers” Are a Thing Now—Here’s What You Need to Know

SHOULD YOU DRINK THAT POST-RUN BEER?

AHEAD ASIA นวัตกรรม ล้ำหน้า

เจาะเกมธุรกิจ & อาวุธทางจิตวิทยา สงครามเบียร์ 2 ทศวรรษ