ข้ออ้างเรื่องการลืมกระเป๋าสตางค์หรือแม้แต่สมาร์ทโฟนของคุณ อาจหมดไป เมื่อถึงเวลาจ่ายเงิน เมื่อ ระบบตรวจจับใบหน้า (Face Recognition) กลายเป็นเทคโนโลยีล่าสุดที่ถูกนำมาประยุกต์ใช้ในการยืนยันตัวตนและชำระเงินแล้ว และกำลังได้รับความนิยมขึ้นเรื่อยๆจากร้านค้าต่างๆตามเมืองใหญ่ในจีนแทนที่ระบบ QR code แบบเดิมๆ

จีน นั้นเป็นผู้นำด้านเทคโนโลยีตรวจจับใบหน้าอยู่แล้ว ทั้งในการนำมาใช้ควบคุมด้านวินัยการจราจรในประเทศ หรือแม้แต่ตามจับอาชญากรที่ปะปนกับผู้คนทั่วไป ส่วนในการนำมาประยุกต์ใช้แทนการชำระเงินนั้น ก็กำลังได้รับการผลักดันให้เกิดขึ้น

นอกจากเหตุผลด้านความสะดวกในการจับจ่ายแล้ว บทวิเคราะห์ในหนังสือพิมพ์ South China Morning Post มองว่าเทคโนโลยีนี้จะช่วยตัดปัญหาการที่คนจำนวนหนึ่งไม่สามารถเข้าถึง หรือไม่เข้าใจเรื่องเทคโนโลยีการชำระเงินใหม่ๆนั่นเอง

เพราะแม้ QR code จะสะดวกสำหรับคนรุ่นใหม่ที่มีสมาร์ทโฟนก็ตาม แต่สำหรับผู้สูงอายุบางราย คนที่ไม่เข้าใจเทคโนโลยี หรือแม้แต่คนที่อ่านไม่ออกเขียนไม่ได้แล้ว เรื่องแบบนี้ก็ยังถือว่ายุ่งยากอยู่

แต่การจะผลักดันให้เทคโนโลยีนี้เป็นที่ยอมรับได้นั้น ก็จำเป็นต้องพึ่งพาเทคโนโลยีที่มีประสิทธิภาพ เพื่อพิสูจน์ว่าใช้งานได้จริง ผ่านความร่วมมือจากสองยักษ์ใหญ่ด้านเทคโนโลยี ซึ่งแทบจะผูกขาดการชำระเงินแบบ mobile payment ในประเทศกว่า 90% คือ Alibaba (ในนามบริษัทลูก Ant Financial ที่ดูแล Alipay นั่นเอง) และ Tencent (ผ่านระบบ WeChat Pay)

Dragonfly คือระบบตรวจจับใบหน้าของ Alipay ที่ต่อยอดมาจาก Smile-to-Pay และถูกนำมาใช้เป็นครั้งแรก เมื่อเดือนธันวาคมที่ผ่านมา จนในปัจจุบัน มีให้ใช้งานแล้วกว่า 300 เมืองทั่วประเทศ ขณะที่ WeChat Pay ก็พัฒนาให้ระบบของตัวเองใช้งานได้ทั้ง Face Recognition และ QR code แบบเดิม เมื่อต้นปีที่ผ่านมา

ความสะดวกของการชำระเงินด้วยระบบนี้ คือแค่มองกล้องของแท็บเลทซึ่งติดตั้งไว้บริเวณจุดชำระเงิน เมื่อระบบยืนยันตัวตนได้ ก็จะตัดเงินจากบัญชีที่ผูกไว้กับ Alipay ทั้งหมดนี้ ใช้เวลาเพียงไม่กี่วินาทีเท่านั้น เป็นการตัดปัญหาเรื่องการลืมพกกระเป๋าสตางค์ หรือเสียเวลาเปิดแอพพลิเคชั่นเพื่อหา QR code สำหรับชำระเงิน ซึ่งเป็นปัญหาสำหรับหลายๆคนในคราวเดียว

ขณะที่ร้านค้าต่างๆก็ได้ประโยชน์จากความสะดวกตรงนี้เช่นกัน ทั้งในแง่ของเวลาที่ลูกค้าต้องต่อคิว หรือในแง่ค่าใช้จ่ายที่ลดจำนวนพนักงานแคชเชียร์ลง

ปัจจุบัน Alipay กำลังเร่งติดตั้งตู้ขายของอัตโนมัติที่ใช้ระบบนี้ รวมถึงระบบบริการตัวเองในร้านค้าและซูเปอร์มาร์เก็ตต่างๆ เพื่อโน้มน้าวให้ร้านค้าต่างๆหันมาใช้บริการของตนมากขึ้น เพื่อแข่งขันกับ Wechat Pay ในการชิงส่วนแบ่งตลาด mobile payment นั่นเอง

AHEAD TAKEAWAYS

แม้จะยังไม่สมบูรณ์แบบ และไม่เป็นที่ยอมรับในหลายๆแห่งบนโลก แต่คงปฏิเสธไม่ได้ว่า ระบบตรวจจับใบหน้า หรือ Face Recognition คือเทคโนโลยีที่จะถูกนำมาใช้บ่อยขึ้น และในรูปแบบที่หลากหลายมากขึ้นอย่างแน่นอน

เห็นได้จากการที่สนามบินหลายแห่งบนโลก นำระบบนี้มาใช้เพื่อการเช็กอินของผู้โดยสารบ้างแล้ว

ขณะที่ในจีน ก็มีรายงานก่อนหน้านี้ว่าระบบไบโอเมตริกซ์นี้เคยถูกนำมาใช้กับระบบขนส่งสาธารณะในชั่วโมงเร่งด่วนเช่นกัน เพื่อลดปริมาณความหนาแน่นในการเข้าคิวซื้อตั๋ว (อ่านเพิ่มเติมใน รถใต้ดินปักกิ่งใช้ไบโอ-ไอดีรองรับผู้โดยสารช่วงพีกไทม์)

ส่วนการที่รัฐบาลจีนผลักดันให้นำระบบนี้มาประยุกต์ใช้กับการชำระเงินทั่วไปนั้น ก็ถูกมองว่าจะมีส่วนช่วยเร่งให้ mobile payment กลายเป็นเรื่องปกติที่ประชากรส่วนใหญ่ของประเทศสามารถใช้งานได้ง่ายและเร็วขึ้น

เพราะผลสำรวจ China Internet Report 2019 นั้น พบว่าในจีน มีประชากรเพียง 60% หรือราว 829 ล้านคนจากทั้งหมด 1,400 ล้านคน ที่เข้าถึงอินเตอร์เน็ต และตัวเลขดังกล่าวจะลดเหลือเพียง 40% หรือ 583 ล้านคนที่ใช้งาน mobile payment เป็น

ซึ่งเรื่องเหล่านี้ ถือเป็นอุปสรรคสำคัญในมุมมองของรัฐบาลจีนในการผลักดันให้ประเทศก้าวขึ้นเป็นมหาอำนาจด้านเทคโนโลยี ทั้งที่ประชากรบางส่วนของประเทศ โดยเฉพาะในเมืองใหญ่นั้นคุ้นเคยกับความก้าวหน้าต่างๆอย่างดี

ทิฟฟานี หลุง นักวิเคราะห์จาก Tofugear ผู้ให้บริการโซลูชั่นสำหรับร้านค้าปลีกจากฮ่องกง มองว่าการสร้างสาธารณูปโภค และระบบต่างๆเพื่อเอื้อให้คนเหล่านั้นเข้าถึงเทคโนโลยีได้ แม้แต่เรื่องทั่วไปอย่างการชำระเงิน โดยไม่จำเป็นต้องถือครองอุปกรณ์ต่างๆ ก็คือหนึ่งในวิธีที่ช่วยลดช่องว่างดังกล่าวได้

“สำหรับผู้สูงอายุที่รู้สึกว่าการจะเปิดหา QR code ในโทรศัพท์เพื่อจ่ายเงินซื้อของ การยืนยันตัวตนด้วยระบบตรวจจับใบหน้า น่าจะเป็นวิธีที่ง่ายกว่ากันมาก”

ในบ้านเราเอง ก็เริ่มมีการทดลองนำระบบคล้ายๆกันนี้มาใช้บ้างแล้ว โดย TrueMoney ในร้าน 7-Eleven แม้จะยังต้องใช้แอพพลิเคชั่นจากสมาร์ทโฟนร่วมด้วยก็ตาม แต่ก็เป็นการย้ำว่าเราน่าจะได้เห็นรูปแบบการชำระเงินที่เร็วและทันสมัยขึ้นจากร้านสะดวกซื้อ หรือร้านค้าอื่นๆในอนาคตแน่นอน แม้ว่าระบบการซื้อตั๋วโดยสารรถสาธารณะหลักของประเทศ แทบจะไม่ได้รับการพัฒนาเลยก็ตาม

เรียบเรียงจาก

As China turns towards facial recognition payments, are QR codes on their way out?

TrueMoney ใช้ระบบตรวจจับใบหน้ายืนยันตัวตน e-payment ใน 3 วินาที ประเดิม 7-Eleven 9 สาขา

AHEAD ASIA นวัตกรรม ล้ำหน้า