ก่อนคลาวด์เซอร์วิสจะฮอตฮิตอย่างทุกวันนี้ ดรูว์ ฮุสตัน คือหนึ่งในผู้บุกเบิกธุรกิจนี้ในชื่อ Dropbox ตั้งแต่เมื่อ 12 ปีที่แล้ว ด้วยจุดเริ่มต้นง่ายๆ คือการลืมแฟลชไดรฟ์ที่เก็บข้อมูลสำคัญไว้ที่บ้าน

ก่อนจะค่อยๆสร้างธุรกิจให้เติบโตจนเข้าสู่ตลาดหลักทรัพย์ และมีมูลค่าแตะหมื่นล้านดอลลาร์อย่างในปัจจุบัน

ฟังดูเหมือนเรียบง่าย แต่ที่จริงแล้ว เต็มไปด้วยปัญหาให้ต้องแก้ไข และนี่คือบทเรียนทางธุรกิจ 7 ข้อ จากประสบการณ์ตรง ที่เขาแนะนำกับรุ่นน้องที่ MIT ซึ่งคุณเองก็นำไปปรับใช้ได้เช่นกัน

#1
อย่ารอจนถึงเวลาที่เหมาะสม

ฮุสตัน ซึ่งจบด้านวิทยาการคอมพิวเตอร์ รู้ว่าคนที่เรียนซอฟต์แวร์เอ็นจิเนียร์เหมือนกัน มักจะรอให้ทุกอย่างพร้อมที่สุดถึงจะเริ่มต้นอะไรซักอย่าง

คำแนะนำจาก ฮุสตัน คือถ้าคุณคิดจะทำธุรกิจ ให้เริ่มต้นได้เลย

“ถ้าคุณวางแผนอนาคตที่เริ่มทำงานกับบริษัทเล็กๆแล้วค่อยๆโตขึ้น เรียนปริญญาโทกับเอกควบคู่กันไป แล้วค่อยตั้งบริษัทของตัวเอง ผมว่ากว่าจะพร้อม คุณก็เกษียณพอดี”

“อย่าหมกมุ่นกับคำว่าพร้อมแล้วจนเกินไป การเรียนรู้ที่จะเป็นผู้ประกอบการหรือซีอีโอที่ได้ผลที่สุด คือการลงมือทำ”

 

AHEAD TAKEAWAY: อีกกรณีศึกษาของการลงมือทำทันที คือตอนที่ บิล เกตส์ ดร็อปเรียนจากมหาวิทยาลัย เพื่อก่อตั้ง Microsoft ร่วมกับ พอล อัลเลน จนเติบโตเป็นหนึ่งในบริษัทซอฟต์แวร์ที่ใหญ่ที่สุดในโลก เพราะ เกตส์ เห็นโอกาสทางการตลาดเพราะยังไม่มีใครทำ แต่หากขยับตัวช้าเกินไป ก็อาจถูกคนอื่นๆตัดหน้าไปก็ได้ แต่กลับกัน เจ้าตัวก็รู้ดีว่าหากไม่สำเร็จ ก็ยังสามารถกลับมาเรียนต่อได้ตามเดิมนั่นเอง

อ่านเพิ่มเติมได้ใน บริหารความเสี่ยงแบบ บิล เกตส์

#2
อยากรู้อะไรให้อ่าน

ฮุสตัน เคยคิดว่าการคุยกับผู้ประกอบการที่ประสบความสำเร็จหลายๆคน จะช่วยให้เรียนรู้การทำธุรกิจได้ดีขึ้น

แต่สุดท้าย เขาก็รู้ว่ามันเป็นไปไม่ได้ที่คนเหล่านั้นจะสอนทุกอย่างให้เข้าใจได้ในการนั่งดื่มกาแฟกันแค่ 15 นาที

วิธีที่ ฮุสตัน ค้นพบหลังจากนั้น คือการอ่าน สมมติเขาอยากเรียนวิธีการขาย เขาก็จะตรงไปค้นหนังสือในกลุ่มนี้ที่มีเรตติ้งใน Amazon ดีที่สุดสามเล่ม และซื้อมาอ่าน

“วิธีนี้ไม่ได้ช่วยให้คุณเก่งขึ้นในทันที แต่มันช่วยให้คุณรู้ว่าจะต้องทำอะไรต่อไปบ้าง”

การเรียนรู้อย่างเป็นระบบแบบนี้ ยังทำให้รู้ว่าเรื่องไหนบ้างที่เป็นเหมือนยาขมในช่วงแรก “สำหรับคนที่เป็นวิศวกรอย่างผม การพูดในที่สาธารณะกับการจัดการนีคอปัญหาใหญ่เลย แต่มันก็เหมือนตอนคุณหัดขี่จักรยาน พอผ่านตรงนั้นมาได้ อะไรๆมันก็ง่ายขึ้นอีกเยอะ”

 

AHEAD TAKEAWAY: จะเห็นได้ว่าคนที่ประสบความสำเร็จแทบทุกคน ทั้ง บิล เกตส์, เจฟฟ์ เบโซส หรือ วอร์เรน บัฟเฟตต์ ล้วนเป็นหนอนหนังสือทั้งนั้น

อีลอน มัสก์ เคยกล่าวไว้ว่า เขารู้วิธีสร้างจรวดของ SpaceX จากการอ่านหนังสือ แม้จะไม่มีตำราเล่มไหนที่อธิบายการสร้างจรวดแบบเป็นขั้นเป็นตอนไว้ก็จริง แต่การอ่านหนังสือที่เกี่ยวข้อง รวมถึงการเชื่อมโยงหลักการต่างๆเข้าด้วยกัน ก็ทำให้เจ้าตัวเข้าใจและสามารถสื่อสารกับวิศวกรที่จ้างมา เพื่อสร้างจรวดที่นำกลับมาใช้ใหม่ได้สำเร็จ จนกลายเป็นการปฏิวัติวงการสำรวจอวกาศอย่างในปัจจุบัน

อ่านเพิ่มเติมได้ใน หนังสือ 8 เล่มของโคตรอัจฉริยะ อีลอน มัสก์

#3
ขอคำแนะนำจากเมนทอร์

ในช่วงแรกที่เริ่มก่อตั้งบริษัทฯ ฮุสตัน เล่าว่าเมนเทอร์ที่ให้คำแนะนำได้ดีที่สุด คือสตาร์ทอัพที่เริ่มต้นมาก่อนประมาณ 6 เดือนถึงสองปี

เพราะคนเหล่านี้จะเริ่มรู้แล้วว่าต้องระดมทุนอย่างไร จ้างพนักงานแบบไหน และมีข้อมูลสำคัญๆอย่างคนที่มีแนวโน้มจะลงทุนกับเราด้วย

ที่สำคัญคือสิ่งที่คนเหล่านี้ผ่านมาแล้ว จะเป็นไกด์ไลน์บอกให้เรารู้คร่าวๆว่าจะต้องเจออะไรบ้างในหนึ่งหรือสองปีถัดไป

“ข้อมูลที่ได้มาอาจจะไม่สมบูรณ์พร้อม แต่อย่างน้อย คุณก็จะมีแผนที่คร่าวๆบอกว่าต้องเตรียมตัวอะไรบ้าง”

 

AHEAD TAKEAWAY: ประสบการณ์นั้นเป็นสิ่งที่มีค่าอย่างมากสำหรับคนทำธุรกิจ แต่เป็นโชคดีของคนยุคนี้ ที่ข้อมูลข่าวสารหรือแม้แต่การบอกเล่าประสบการณ์ดังกล่าว ไม่ใช่เรื่องเหลือบ่ากว่าแรงในการค้นหา

ใน AHEAD ASIA เอง ก็มีเซ็กชั่น How to ที่รวบรวมเรื่องเหล่านี้จากประสบการณ์ตรงของผู้ประกอบการทั้งในและต่างประเทศมาไว้ให้ติดตามอ่านกัน

อ่านเพิ่มเติมได้ใน เปิดประสบการณ์บุกเบิกธุรกิจ กับผู้ก่อตั้ง Choco CRM

#4
หาสมดุลระหว่างพนักงานเก่า-ใหม่

เมื่อธุรกิจเริ่มโตเร็วขึ้น และต้องขยายออกไป ก็เป็นเรื่องปกติที่จะต้องเริ่มจ้างคนจากภายนอกที่มีความรู้และประสบการณ์ติดตัวมาบ้าง

“พอบริษัทเริ่มโต เราจะต้องการคนที่มีประสบการณ์มาบ้าง เพื่อใช้ความรู้ของคนพวกนี้รับมือกับปัญหาที่จะเกิดขึ้น”

ตัวอย่างของพนักงานใหม่ แต่เก๋าประสบการณ์ของ Dropbox ที่ ฮุสตัน ดึงตัวมาอยู่ด้วย คือ เดนนิส วูดไซด์ ซีโอโอคนปัจจุบัน ที่เคยทำงานให้ Google มาก่อน หรือ เควนติน คล้าร์ก รองประธานอาวุโสด้านวิศวกรรม ผลิตภัณฑ์ และการออกแบบ ซึ่งเคยมีประสบการณ์กับบริษัทใหญ่อย่าง Microsoft และ SAP มาก่อน

“เรายังไปไม่ถึงระดับนั้น แต่ซักวันเราอยากจะไปให้ถึง”

 

AHEAD TAKEAWAY: ในธุรกิจใหม่ๆนั้น มีโอกาสสูงที่ผู้บริหารจะเป็นคนรุ่นใหม่ ซึ่งอาจมีช่องว่างหรือความแตกต่างทางความคิดกับคนในเจเนอเรชั่นก่อน แต่หลายครั้งก็เป็นเรื่องจำเป็นที่ต้องพี่งพาประสบการณ์ของคนเหล่าน้ัน เพื่อให้ธุรกิจเดินหน้าต่อได้อย่างราบรื่น ซึ่งบางครั้ง เครื่องมือทางจิตวิทยาอาจใช้ได้ผลดีกว่าคำสั่งและอำนาจในเชิงบริหาร

อ่านเพิ่มเติมได้จาก 5 คำแนะนำจากผู้บริหารรุ่นใหม่ในการรับมือพนักงานรุ่นเก๋า

 

#5
สร้างสรรค์สิ่งที่เลียนแบบได้ยาก

แม้จะอยู่ในธุรกิจเดียวกัน แต่คุณก็สามารถสร้างความแตกต่างให้เกิดขึ้นได้ด้วยการสร้างบางสิ่งให้ผู้บริโภครู้สึกว่าต้องใช้ผลิตภัณฑ์ของเรา

ในธุรกิจคลาวด์เซอร์วิสก็เช่นกัน ที่จริง มีบริษัทอื่นๆที่อยู่มานานกว่า หรืออาจจะใหญ่กว่า Dropbox แต่ ฮุสตัน กับทีมงานก็มีกลยุทธ์ที่ช่วยให้บริษัทมีความโดดเด่นเฉพาะตัว

เช่น Dropbox Paper ที่มองเผินๆ ก็คือบริการที่เปิดให้ใช้เอกสารร่วมกันได้ แต่เบื้องหลังไอเดียที่สร้างมันขึ้นมา ก็คือการหาทางเชื่อมโยงคนเหล่านั้นด้วยกันผ่านตัวเอกสาร ไม่ใช่โฟกัสที่ฟอร์แมตของตัวเอกสาร

ประเด็นสำคัญที่ ฮุสตัน ต้องการสื่อคือ “แทนที่คุณจะบ่นว่าบริษัทคู่แข่งให้บริการแบบเดียวกัน ลองดูว่าบริษัทพวกนั้นดำเนินธุรกิจยังไงดีกว่า” เพื่อหาจุดที่จะสร้างความแตกต่างให้เกิดขึ้น

 

AHEAD TAKEAWAY: จุดกำเนิดบริษัทฯของ ฮุสตัน นั้น เกิดขึ้นจาก pain point พื้นฐาน ซึ่งอาจเกิดขึ้นกับใครก็ได้ ประเด็นสำคัญคือเราจะทำอย่างไรกับเรื่องนั้น ระหว่าง “บ่น” กับ “หาวิธีแก้ไข” ซึ่งหากเลือกวิธีหลังแล้ว ก็อาจนำไปสู่นวัตกรรมได้ในที่สุด

หลายครั้งที่นวัตกรรมนั้น เป็นการตอบโจทย์ความต้องการพื้นฐานของมนุษย์เรานี่เอง และหากใครยังนึกวิธีสร้างนวัตกรรมไม่ออก ลองเริ่มต้นจาก 10 วิธีการสร้างนวัตกรรมง่ายๆแบบ AHEAD ASIA กัน

 

#6
เติบโตไปพร้อมกับยุคสมัย

แม้ธุรกิจของคุณจะไปได้สวยแล้ว แต่ก็ยังต้องไม่หยุดนิ่งอยู่กับที่ เพราะ “ปัญหาที่เราแก้ไปเมื่อวานนี้ ไม่ใช่ปัญหาเดียวกับที่เราจะต้องเจอในอีกสิบปีข้างหน้า”

คอนเซปต์ในการสร้าง Paper ของ Dropbox ก็เกิดขึ้นในช่วงที่บริษัทไปได้สวยในธุรกิจฝากไฟล์แล้ว แต่ระหว่างนั้น ฮุสตัน ก็เริ่มสังเกตว่าตัวเองและผู้บริหารคนอื่นๆ ถึงจะอยู่ในธุรกิจด้านเทคโนโลยี แต่รูปแบบการบริหารจัดการกลับล้าสมัยมากๆ และเสียเวลาไปกับเรื่องที่ไม่จำเป็นเสมอ

“จริงๆแล้ว ทุกวันนี้คนทำงานอยู่หน้าจอมากขึ้นเรื่อยๆ ผมเลยรู้สึกว่าเราควรจะโยกงานบริหารจัดการทั้งหลายมาอยู่บนหน้าจอด้วยเหมือนกัน”

 

AHEAD TAKEAWAY: คนที่ประสบความสำเร็จในระดับสูง มักมีคุณสมบัติคล้ายๆกัน คือไม่หยุดนิ่งกับที่ และพยายามผลักดันตัวเองกับคนรอบข้างอยู่ตลอด เหมือน บิล เกตส์ ที่แม้จะถอยจากบทบาทการบริหาร Microsoft มานานแล้ว แต่กลับยังให้ความสำคัญกับเรื่องเทคโนโลยีใหม่ๆ ทั้งคอยติดตามและให้การสนับสนุนอยู่เสมอ เพราะเจ้าตัวรู้ดีว่าเมื่อไหร่ที่หยุดเรียนรู้ การพัฒนาก็จะหยุดชะงักลงนั่นเอง

อ่านเพิ่มเติมได้ใน 10 เทคโนโลยีพลิกโลก ในทัศนะของ บิล เกตส์

#7
ไม่เครียดจนสติแตก

ฮุสตัน ยอมรับว่าเคยเครียดจนเกิดความคิดว่าอยากจะวางมือจากตำแหน่งซักที แต่หลังจากผ่านช่วงเวลาแบบนั้นมาหลายครั้ง เขาก็รู้ว่ามันเป็นเรื่องปกติที่จะต้องมีเวลาที่ดีบ้างร้ายบ้างสลับกันไป

ยิ่งเมื่อบริษัทเข้าสู่ตลาดหลักทรัพย์แล้ว ฮุสตัน ก็รู้ว่ามีหลายสิ่งที่อยู่นอกเหนือการควบคุม แต่อย่างน้อย สิ่งหนึ่งที่เขาควบคุมได้ คืออารมณ์และการแสดงออก

“การเป็นซีอีโอเป็นประสบการณ์ที่ยอดเยี่ยมที่สุดที่ผมได้เจอ แต่ก็เป็นช่วงเวลาที่เจ็บปวดสุดๆเหมือนกัน”

 

AHEAD TAKEAWAY: ปัจจุบัน แนวคิดเรื่อง work-life balance เริ่มมีการพูดถึงมากขึ้นเรื่อยๆ แม้จะยังมีหลายบริษัทที่ถูกวิจารณ์หนักในเรื่องนี้ก็ตาม (เช่น Amazon หรือ Tesla) แต่อีกหลายๆบริษัทก็แสดงให้เห็นว่าความเครียดไม่จำเป็นต้องอยูู่คู่กับการทำงานก็ได้ ด้วยแนวทางใหม่ๆในการช่วยให้พนักงานรู้สึกดีกับการทำงานมากขึ้น ซึ่งส่งผลต่อประสิทธิภาพในการทำงานเชิงบวกเช่นกัน

อ่านเพิ่มเติมได้ใน โหมงานหนักไม่เท่อีกต่อไป บริษัทแห่สปอยล์เจนใหม่ให้วันลาไปหาคู่

 

เรียบเรียงจาก
From startup to $12 billion: Seven lessons from Drew Houston

AHEAD ASIA นวัตกรรม ล้ำหน้า