สิริ เวนเจอร์ส ผู้นำด้าน PropTech ของไทย ร่วมกับสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) และ 3 สตาร์ทอัพ เตรียมนำนวัตกรรม รถไร้คนขับ, โดรนเดลิเวอรี่ และ Sound Recognition ระบบตรวจความผิดปกติจากเสียงด้วย AI นำร่องใช้จริงเป็นครั้งแรก ในโครงการ T77 ของแสนสิริ ปลายปีนี้

ในงานแถลงข่าว ‘SIRI VENTURES Private PropTech Sandbox’ นายจิรพัฒน์ จันทร์เจิดศักดิ์ ประธานเจ้าหน้าที่เทคโนโลยี บริษัท สิริ เวนเจอร์ส จำกัด กล่าวถึงแผนการนำนวัตกรรมเพื่อการอยู่อาศัย (PropTech) 3 รูปแบบ มานำร่องใช้งานจริง กับลูกบ้านในโครงการ T77 ภายในไตรมาสที่สี่ของปี 2562 ได้แก่

  • รถยนต์ไร้คนขับ (Autonomous Car) สำหรับขนส่งผู้โดยสารไป-กลับระหว่างโครงการกับสถานี BTS ซึ่งเป็นความร่วมมือกับ AIROVR สตาร์ทอัพรถยนต์ไร้คนขับสัญชาติไทย และ สวทช. ในการสนับสนุนเทคโนโลยีต่างๆ อาทิ ระบบเซนเซอร์ระบบบ่งชี้ตำแหน่งและการนำทาง ระบบควบคุมและสั่งการ และ แผนที่ 3D ความละเอียดสูง ฯลฯ
  • โดรน เดลิเวอรี่ (Drone Delivery) สำหรับทดลองส่งสินค้าจาก Habito Mall ไปยังคอนโดมิเนียมของแสนสิริในพื้นที่โครงการ T77 ภายใต้ความร่วมมือกับ Fling สตาร์ทอัพผู้พัฒนาโดรนสัญชาติไทย
  • ระบบตรวจจับความผิดปกติด้วยเสียง (Sound Recognition) โดยใช้ AI แยกแยะรูปแบบของเสียงต่างๆ ตรวจหาความผิดปกติที่อาจเกิดขึ้นภายในอาคาร เช่น เสียงร้องขอความช่วยเหลือ เสียงน้ำรั่วซึม หรือเสียงปืน ซึ่งเป็นความร่วมมือจาก SoundEye สตาร์ทอัพจากสิงคโปร์ ซึ่งนำเทคโนโลยีนี้ไปติดตั้งในอาคารต่างๆ เช่นสถานพยาบาล บ้านพักคนชรา รวมถึงสนามบินนานาชาติชางงีด้วย

นายจิรพัฒน์ กล่าวต่อว่า การเป็นพันธมิตรระหว่าง สิริ เวนเจอร์ส สวทช. และสตาร์ทอัพทั้ง 3 ราย ในครั้งนี้ ถือเป็นก้าวที่สำคัญ เพราะหากสามารถพัฒนาเทคโนโลยีเหล่านี้ให้ใช้งานได้จริง นวัตกรรมเหล่านี้ก็จะเข้ามา disrupt รูปแบบการใช้ชีวิตของเรา

และอาจสร้างความเปลี่ยนแปลงสำคัญกับอุตสาหกรรมอสังหาริมทรัพย์ด้วย เพราะเมื่อการเดินทางของผู้บริโภคง่ายขึ้น ทำเลก็อาจไม่ใช่ปัจจัยหลักในการเลือกที่อยู่อาศัยอีกต่อไป

ด้าน ดร.เจนกฤษณ์ คณาธารณา รองผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) อธิบายเสริมว่า นอกจากการสนับสนุนเทคโนโลยีเกี่ยวกับรถยนต์ไฟฟ้า และรถไร้คนขับแล้ว สวทช. ยังมีส่วนหารือกับกระทรวงคมนาคม เพื่อผลักดันนโยบายและกฎระเบียบต่างๆ เพื่อเตรียมความพร้อมประเทศไทยสำหรับเทคโนโลยีเหล่านี้ด้วย

นอกจากนี้ การจัดทำ 3D Mapping ของโครงการ T77 นอกจากจะเชื่อมโยงกับ รถยนต์ไร้คนขับ ของ AIROVR แล้ว ยังสามารถใช้ร่วมกับ โดรน เดลิเวอรี่ ของ Fling ได้อีกด้วย

 

AHEAD TAKEAWAY

ตามที่ทีมงาน AHEAD ASIA เคยนำเสนอ ในช่วงหลายปีหลัง เราจะเห็นเทรนด์ของการที่องค์กรใหญ่ๆ (corporate) เข้ามาให้การสนับสนุนสตาร์ทอัพ ในรูปแบบต่างๆมากขึ้น ซึ่งก็รวมถึงการตั้งกองทุน Venture Capital เพื่อลงทุนกับผู้สร้างนวัตกรรมเหล่านั้น รวมถึงการดึงเทคโนโลยีที่เกี่ยวข้องมาใช้งาน

ในมุมมองของคุณจิรพัฒน์นั้น แม้แกนหลักของธุรกิจอสังหาริมทรัพย์อาจยังไม่ถูก disrupt ในอนาคตอันใกล้ เพราะมนุษย์ยังคงต้องมีที่พักอาศัย

แต่ประเด็นหนึ่งที่น่าสนใจคือสิ่งต่างๆที่อยู่รายรอบตัวอสังหาฯนั้น มีการเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นตลอดเวลา

เช่น ความต้องการของผู้ใช้ที่มากขึ้น (การบริการซ่อมแซม การจัดการขยะ ฯลฯ) รูปแบบการคมนาคมที่เปลี่ยนไป (ride sharing หรือ รถไร้คนขับ ฯลฯ) หรือแม้แต่เรื่องทำเล และราคาที่ดินซึ่งอาจถูก disrupt ในอนาคต ถ้าการเดินทางไม่ใช่ปัญหาใหญ่สำหรับคนเมืองอีกต่อไป

การนำนวัตกรรมใหม่ๆมาใช้ เพื่อสร้างคุณค่าด้านประสบการณ์ของลูกบ้าน จึงเป็นทางเลือกที่น่าสนใจของ สิริ เวนเจอร์ส

ซึ่งก็รวมถึงแนวคิดการใช้พื้นที่บางส่วนของโครงการเป็น sandbox สำหรับทดสอบเทคโนโลยีใหม่ๆ (ซึ่งคุณจิรพัฒน์ อธิบายว่าได้ไอเดียนี้จากการเห็นกลุ่มการเงินการธนาคารทำกับสตาร์ทอัพสายฟินเทค และได้ผล) เพื่อดูว่าจะสามารถตอบโจทย์ pain point ในการใช้งานได้หรือไม่ ซึ่งก็น่าจะเห็นผลชัดเจน เพราะเป็นการใช้งานบนพื้นที่จริง กับผู้ใช้งานจริงนั่นเอง

ไม่ว่าจะเป็นเรื่อง First Mile and Last Mile Transportation (ช่วงรอยต่อการเดินทางจากบ้านถึงขนส่งสาธารณะ) ซึ่งเป็นหนึ่งในปัญหาหลักสำหรับผู้พักอาศัยในเมือง และใช้ขนส่งสาธารณะอย่าง BTS เป็นหลัก และการนำรถไร้คนขับมาทดสอบเชิงพาณิชย์ครั้งแรกในประเทศไทย ก็เป็นสัญญาณที่ดีว่าเราอาจได้เห็นเทคโนโลยีนี้จริงในอนาคต (อ่านเพิ่มเติม Waymo: รถยนต์ไร้คนขับ บนถนนสู่อนาคต)

ส่วนการใช้โดรนขนส่งสินค้า ซึ่งเป็นการตัดปัญหาเรื่องการจราจรบนถนนติดขัดโดยสิ้นเชิง ก็เป็นเทคโนโลยีที่ผู้ให้บริการอีคอมเมิร์ซชั้นนำหลายๆราย มีแผนจะนำมาใช้อยู่แล้ว (อ่านเพิ่มเติม ธุรกิจเดลิเวอรี่สะเทือน Amazon เปิดตัวโดรนแห่งอนาคต ส่งถึงมือลูกค้าใน 30 นาที)

ขณะที่ระบบ sound recognition ที่ใช้ไมโครโฟนรับเสียงเพื่อตรวจหาความผิดปกติที่อาจเกิดขึ้นนั้น ก็ได้รับการพิสูจน์แล้วในระดับหนึ่ง กับสถานพยาบาล และบ้านพักคนชรา ซึ่งบางครั้งอาจเกิดเหตุไม่คาดฝันขึ้นโดยที่ผู้ดูแลไม่ทันเห็น และคงต้องดูว่าการนำมาใช้ในโครงการที่อยู่อาศัยเป็นครั้งแรกนั้น จะเกิดประโยชน์ได้มากน้อยแค่ไหน

(ส่วนประเด็นเรื่อง privacy นั้น ดร.ตัน โหยว กี (Tan Yeow Kee) ซีอีโอและผู้ก่อตั้งยืนยันกับทีม AHEAD ASIA แล้วว่าจะไม่เป็นปัญหา เพราะไมโครโฟนที่รับสัญญาณจะทำหน้าที่ตรวจจับความผิดปกติเท่านั้น แต่ไม่มีการบันทึกข้อมูลไว้แต่อย่างใด)

ถ้าโครงการนำร่องนี้ไปได้สวย ในอนาคต เราก็น่าจะได้เห็นนวัตกรรมใหม่ๆจากสตาร์ทอัพที่ สิริ เวนเจอร์ส เข้าไปสนับสนุน ถูกนำมาใช้เพิ่มขึ้นเรื่อยๆในอนาคต รวมถึงส่งเสริมให้ระบบนิเวศของ Proptech เติบโตขึ้นตามไปด้วย

6 ไอเดียด้านอสังหาฯ จาก 6 สตาร์ทอัพมาแรงสายพร็อพเทค

AHEAD ASIA นวัตกรรม ล้ำหน้า