ในฐานะมนุษย์เงินเดือนทั่วไป ชีวิตของคุณต้องขลุกอยู่กับการทำงานอย่างน้อยวันละ 8 ชั่วโมง 5 วันต่อสัปดาห์

เคยมีคนกล่าวว่าคุณจะไม่รู้สึกเหมือนกำลังทำงาน ถ้าคุณรักในสิ่งที่ทำอยู่

แต่ถ้าคุณไม่ชอบสิ่งที่ทำ แต่ต้อง จำใจทำ ด้วยเหตุผลอื่นๆ อย่าง เงิน ความมั่นคงในชีวิต หรือโอกาสก้าวหน้าล่ะ? จะทำยังไงดี?

นี่คือคำแนะนำจาก อาร์ท มาร์คแมน ศาสตราจารย์จากมหาวิทยาลัยเท็กซัส ซึ่งมีงานเขียนเกี่ยวกับวิธีการทำงานและใช้ชีวิตหลายเล่ม อาทิ Smart Change, Bring Your Brian to Work หรือ Habits of Leadership

 

#1
พูดออกมา

มีความเป็นไปได้สารพัดที่ทำให้คุณไม่รู้สึกชอบงานนั้น ตั้งแต่ไม่ชอบประเภทของงานที่ทำอยู่ (แต่เผอิญเป็นงานเดียวที่บริษัทมอบให้) ไม่เชื่อมั่นในวิถีขององค์กร หรือไม่พอใจเจ้านายด้วยเรื่องอะไรก็แล้วแต่

สิ่งแรกที่ควรทำ คือหาใครซักคนในบริษัทที่คุณไว้ใจได้ และขอคำปรึกษา ถ้าเป็นไปได้ ควรเป็นคนที่มีตำแหน่งสูงกว่า หรือถ้าคุณกับเจ้านายไม่กินเส้นกันอยู่ ก็อาจเป็นฝ่ายทรัพยากรบุคคลก็ได้

การปรึกษาเรื่องนี้ไม่จำเป็นต้องระบายความไม่พอใจออกมาว่าคุณเกลียดงานที่ทำอยู่ก็ได้

แต่การได้ระบายความรู้สึกบางอย่างออกมา นอกจากจะช่วยให้รู้สึกดีขึ้นแล้ว ยังช่วยให้คนรอบข้างรู้ว่าอะไรคือสิ่งที่คุณต้องการ และบางทีมันอาจเป็นการเปิดประตูสำหรับโอกาสหรือตำแหน่งใหม่ๆในองค์กรที่เหมาะกับคุณมากกว่าก็ได้

AHEAD TAKEAWAY: หลายคนอาจกลัวการพูดตรงๆ ว่าจะส่งผลเสียกับตัวเอง หรือกลัวถูกปฏิเสธ แต่หลายครั้ง การนั่งนิ่งเงียบๆไม่พูดอะไร และปล่อยให้โอกาสหลุดไป กลับส่งผลเสียยิ่งกว่า

สตีฟ จ๊อบส์ ยอมรับว่าหลายครั้งเขาเองก็ต้องรวบรวมความกล้า เพื่อร้องขอบางอย่างที่ต้องการ และก็ได้อย่างที่ต้องการจริงๆ

อ่านเพิ่มเติม: Cold Call สไตล์ อีลอน มัสก์ และ สตีฟ จ๊อบส์ : รู้จักรุกเพื่อขอโอกาส

 

#2
มองหาตัวเลือกอื่น

ถ้าในองค์กร ไม่มีใครที่คุณพอจะปรีกษาเรื่องนี้ได้ หรือพูดออกไปแล้วไม่มีอะไรดีขึ้น บางที การมองหาตัวเลือกอื่นๆน่าจะเป็นทางออกที่ดีกว่า

ถ้าคุณมีคอนเนคชั่นภายนอกอยู่บ้าง ก็อาจมีช่องทางที่คุณจะได้ใช้ทักษะที่มีไปกับองค์กรอื่นๆที่เห็นคุณค่าในตัวคุณมากกว่า

หรืออีกทางหนึ่ง คุณอาจพึ่งเพื่อนฝูงหรือคนรู้จักในกลุ่มโซเชียลมีเดียที่มีความชอบคล้ายๆกัน ให้ช่วยหางานรูปแบบใหม่ๆที่เหมาะกับคุณกว่าในปัจจุบัน ซึ่งในกรณีหลัง บางทีคุณอาจได้คำแนะนำใหม่ๆที่คาดไม่ถึง สำหรับการใช้ประโยชน์จากทักษะที่คุณมีก็ได้

AHEAD TAKEAWAY: การสร้างโอกาสจากคอนเนกชั่นนั้น หลายครั้ง เราก็ต้องเป็นฝ่ายเดินเข้าหาเอง เหมือนที่ สิรสิทธิ์ สุริยพัฒนพงศ์ หรือคุณไมค์ ซีอีโอของ Choco CRM เล่าให้ฟังว่าในช่วงแรกของการก่อตั้งบริษัทฯนั้น คุณไมค์เลือกที่จะเดินเข้าหานักลงทุน หรือแม้แต่ร้านค้าเพื่อนำเสนอบริการของ Choco ด้วยตัวเอง ซึ่งบางครั้ง อาจจะไม่ได้ผลลัพธ์ตามต้องการ แต่อย่างน้อย ก็อาจได้ความเห็นอะไรเพิ่มเติม เพื่อนำไปปรับปรุงตัวเรา หรือบริการของเราแทน

อ่านเพิ่มเติม: เปิดประสบการณ์บุกเบิกธุรกิจ กับ สิรสิทธิ์ สุริยพัฒนพงศ์ ผู้ก่อตั้ง Choco CRM

 

#3
ลองทบทวนตัวเอง

กลับมาทบทวนอีกครั้งว่าเหตุผลจริงๆที่ทำให้คุณ จำใจทำ งานที่เกลียดอยู่ คืออะไรกันแน่ ความผูกพัน? ความรับผิดชอบ? รายได้? หรือแม้แต่กลัวการเปลี่ยนแปลง?

มาร์คแมน แนะว่าในบางกรณี เมื่อ career path ข้างหน้าคุณถึงทางตัน บางทีมันอาจจะดีกว่าในการเปลี่ยนสิ่งที่กำลังทำอยู่

หลายคนที่เคยมารับคำปรึกษา เลือกรับรายได้ที่น้อยลง แลกกับชีวิตที่มีความสุขกับงานแบบใหม่มากขึ้น ขณะเดียวกัน ก็อาจสร้างรายได้เพิ่มในรูปแบบของอาชีพเสริม หรือฟรีแลนซ์ โดยใช้ทักษะจากงานเดิมแทน

ประเด็นหลักที่ มาร์คแมน ต้องการสื่อก็คือในสถานการณ์ที่คุณคิดว่าตัวเองกำลังติดกับ ไปไหนต่อไม่ได้ ที่จริงแล้ว ยังมีทางเลือกอื่นๆมากกว่าที่คิด เพียงแต่ต้องลองเปลี่ยนมุมมอง แทนที่จะยึดติดกับวิธีคิดแบบเดิมๆเหมือนที่ผ่านมา

AHEAD TAKEAWAY: ไม่มีใครแก่เกินเรียน เพราะการที่ทักษะถนัดในปัจจุบันของคุณไม่สามารถนำไปสู่ career path ที่สูงกว่าได้ ไม่ได้แปลว่าชีวิตการทำงานของคุณไปต่อไม่ได้ กลับกัน คุณอาจต่อยอดจากความสนใจหรือความชอบส่วนตัว เพื่อนำไปสู่ประสบการณ์ใหม่ๆบนเส้นทางที่ไม่คุ้นเคยแทนก็ได้

เหมือน มาซาโกะ วาคามิยะ ที่ไม่มีความรู้ด้านคอมพิวเตอร์เลย หลังเกษียณอายุ แต่เธอก็ตัดสินใจเริ่มต้นเรียนรู้ใหม่ และศึกษาการใช้โปรแกรม Excel จนสามารถเป็นอาจารย์สอนได้ และยังไม่หยุดแค่นั้น เธอยังก้าวข้ามไปสู่การเป็นนักพัฒนาซอฟต์แวร์ ในวัยต้น 80 และกลายเป็นคนดังในโลกโซเชียล รวมถึงมีโอกาสพบกับ ทิม คุก ซีอีโอของ Apple ด้วย

อ่านเพิ่มเติม: มาซาโกะ วาคามิยะ : เดเวลอปเปอร์ รุ่นยาย

เรียบเรียงจาก
What to do when you’re stuck in a job you hate

AHEAD ASIA นวัตกรรม ล้ำหน้า

10 ทักษะสุดฮอตแห่งปี 2019 การันตีโดย LinkedIn