ปัจจุบัน คนจำนวนมากหันมาพึ่งพาเทคโนโลยี เพื่อตอบโจทย์ชีวิต ทั้งทางตรงและทางอ้อม เพื่อประหยัดทั้งแรง เงิน และเวลา จนมีแนวโน้มจะนำไปสู่พฤติกรรมของความเคยชิน หรือที่เรียกว่า “ความขี้เกียจ”

และ เศรษฐกิจขี้เกียจ (Lazy Economy) ที่เกิดจากความต้องการความสะดวกสบายในการดำรงชีวิต ซึ่งผู้บริโภคยินดีที่จะจ่าย หากสินค้าหรือบริการนั้นช่วยทำให้รู้สึกว่าได้รับความสบายกว่าเดิม ก็กำลังเป็นกระแสที่ถูกจับตามอง ในฐานะโอกาสใหม่ในการทำธุรกิจ ต่อยอดการพัฒนาสินค้าและบริการ

มาทำความรู้จักกับ เศรษฐกิจขี้เกียจ ให้ดีขึ้น ในงานสัมมนาการตลาด “เจาะลึกอินไซต์ พิชิตใจคนขี้เกียจ” จัดโดยนักศึกษาปริญญาโท สาขาการตลาด รุ่น 20C แล้วคุณจะได้รู้ว่าความขี้เกียจ ก็สามารถสร้างโอกาสทางธุรกิจได้

พบกับ Highlight ของงาน ทั้งการอัปเดตเทรนด์ Lazy Consumer ระดับโลก จากกลุ่มตัวอย่าง 1,200 ราย เจาะโอกาสในการสร้างธุรกิจ และเผยเคล็ดลับ พิชิตใจคนขี้เกียจ จากกูรูมากประสบการณ์

ในวันที่ 9 กันยายน 2562 ณ ห้องสัมมนาชั้น 2 อาคารมิว วิทยาลัยการจัดการ มหาวิทยาลัยมหิดล ถนนวิภาวดีรังสิต ตั้งแต่เวลา 13.00-16.00 น.

ฟรี !! จำนวนจำกัดเพียง 150 ที่นั่งเท่านั้น สนใจลงทะเบียนได้ทีนี่ https://forms.gle/23raRbuQCWxQXUVE8

รายละเอียดเพิ่มเติม ติดต่อ
E-Mail : cmmumkt20c@gmail.com
Facebook : https://www.facebook.com/Lazy-Consumer-107764190580013
หรือโทร 064-1965932 (คุณบอส), 089-7585057 (คุณฝ้าย)

 

รู้ก่อนไปร่วมงาน : “เศรษฐกิจขี้เกียจ” คืออะไร?

“เศรษฐกิจขี้เกียจ” เริ่มเป็นที่รู้จักในช่วงปี 2561 หลังจาก เถาเป่า แพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซ รายใหญ่ของจีน เก็บข้อมูลของทางลูกค้า และพบว่า คนจีนรุ่นใหม่ที่เกิดหลังจากปี 2538 มีการใช้จ่ายไปกับอุปกรณ์สำหรับคนขี้เกียจเพิ่มขึ้น 70% หรือคิดเป็นมูลค่า 1.6 หมื่นล้านหยวน ในหมวดสินค้าอาหารพร้อมทาน เครื่องใช้ภายในบ้าน และอุปกรณ์ดิจิทัล ฯลฯ

ทำให้สำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า (สนค.) ได้เข้าไปศึกษาในประเทศจีนเพิ่มเติม วิเคราะห์ถึงสาเหตุที่เกิด “เศรษฐกิจขี้เกียจ” เพื่อหาช่องทางรวมไปถึงโอกาสในการพัฒนาธุรกิจของไทย ให้เท่าทันกับเศรษฐกิจของโลกที่หมุนเปลี่ยนตลอดเวลา

ผลการศึกษาพบว่าความต้องการที่เพิ่มขึ้นของผู้บริโภคที่ขี้เกียจ ทำให้สินค้าและบริการในจีนต้องปรับตัวเพื่อรองรับความต้องการที่เพิ่มขึ้น เพราะหากธุรกิจสามารถวิเคราะห์ผู้บริโภคได้ และผลิตสินค้าและบริการได้ตรงกับความต้องการ จะทำให้ธุรกิจมีผลการดำเนินการที่ดีขึ้น

เพราะปัจจุบัน ไม่ใช่แค่ประเทศจีนเท่านั้น ที่มีคนมีการใช้จ่ายในเรื่อง “ความขี้เกียจ” ปัจจุบันมีกลุ่มธุรกิจ Start Up ในหลายประเทศ รวมถึงไทยที่เน้นเจาะกลุ่มเป้าหมายนี้โดยเฉพาะ และหนึ่งในธุรกิจประเภทนี้ ที่กำลังมาแรงที่สุด ก็คือบริการรับสั่งอาหาร (Food Delivery) เพราะผู้บริโภคยังคงต้องการรับประทานอาหารรสชาติดี และมีคุณภาพตามหลักโภชนาการ ทำให้ผู้ให้บริการต้องมีการพัฒนารูปแบบของการสั่งอาหาร และเครือข่ายการขนส่ง และกลายเป็นตลาดที่เติบโตอย่างรวดเร็วในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา (อ่านเพิ่มเติม Ghost Kitchen ฐานทัพลับฟู้ด เดลิเวอรี่)

AHEAD ASIA นวัตกรรม ล้ำหน้า

Grab ต่อยอดแพลตฟอร์มครบวงจร ตั้งเป้ารายได้แตะ3หมื่นล้านก่อนสิ้นปี