The Verge รายงานว่า Facebook กำลังพัฒนา Threads แอพพลิเคชั่นส่งรูปและข้อความตัวใหม่ ซึ่งเน้นใช้งานเฉพาะกลุ่มหรือเพื่อนสนิทเป็นหลัก และจะถูกรวมไว้เป็นส่วนหนึ่งของ Instagram โซเชียลขวัญใจวัยรุ่น โดยมีเป้าหมายเพื่อชิงส่วนแบ่งตลาดวัยรุ่นจาก Snapchat ให้ได้

พี่มาร์คดุนะ น้องไหวเหรอ

ทั้งสองบริษัทนี้ เป็นไม้เบื่อไม้เมามาตลอด นับแต่ อีวาน สปีเกิล ผู้ก่อตั้งแอพขวัญใจวัยรุ่นอเมริกัน ปฏิเสธข้อเสนอจาก มาร์ค ซัคเกอร์เบิร์ก ในการขอซื้อกิจการ มูลค่า 4 พันล้านดอลลาร์ (ราว 1.2 หมื่นล้านบาท) เมื่อสามปีก่อน

สปีเกิล ยังเคยให้สัมภาษณ์กับสื่อฉบับหนึ่ง ว่า ซัคเกอร์เบิร์ก พูดแบบทีเล่นทีจริงหลังการเจรจาล้มเหลวว่า “ฉันจะขยี้นาย” ด้วย

จากนั้นไม่นาน โซเชียลยักษ์ใหญ่ก็เปิดตัวฟีเจอร์ใหม่ Stories ทั้งใน Facebook และแอพฯในเครืออย่าง Instagram ซึ่งเป็นวิดีโอขนาดสั้น ลักษณะเดียวกับฟีเจอร์เด่นใน Snap โดยเฉพาะ และได้รับความนิยมอย่างสูงในวงกว้าง ทั้งจากฐานผู้ใช้งานซึ่งกว้างกว่า และถูกจริตแบรนด์ต่างๆ ซึ่งตามความหวือหวาสไตล์วัยรุ่นแบบ สปีเกิล ไม่ทัน

(อ่านเพิ่มเติม แอพชนแอพ: เมื่อ ซัคเกอร์เบิร์ก สอนมวย อีวาน สปีเกิล แห่ง Snapchat)

ใครกันแน่โดนใจวัยรุ่น

อย่างไรก็ตาม วัยรุ่นอเมริกัน ที่เห็นว่า Facebook นั้นเป็นโซเชียลเน็ตเวิร์คของคนรุ่นพ่อแม่หรือครอบครัว ก็ยังนิยมใช้งาน Snapchat มากกว่า (อ่านเพิ่มเติม Facebook วูบ วัยรุ่นสองล้านคนจ่อเลิกใช้ และ Facebook หลุดท็อป 3 โซเชียลขวัญใจวัยรุ่นอเมริกัน)

ด้วยลักษณะไฮบริดของมัน ที่เป็นทั้งแอพแชทและโซเชียลเน็ตเวิร์ค โดยผลสำรวจเมื่อเดือนสิงหาคมปีที่แล้ว พบว่ายูสเซอร์ของฝั่ง Snap นั้นมีค่าเฉลี่ยในการส่งรูปทางข้อความมากถึง 34 รูปต่อวัน

และกว่าครึ่ง คือราว 64% นิยมส่งรูปจากการ snap ให้เพื่อนโดยตรง มากกว่าที่จะโพสต์ลงบน Stories เพื่อแชร์ในวงกว้าง

ความเป็นส่วนตัวที่มากกว่า และการจำกัดขอบเขตเฉพาะในหมู่เพื่อนหรือกลุ่มคนรู้จักนี่เอง ที่ทำให้ Snap มีค่าเฉลี่ยเวลาในการใช้งาน และ engagement ในกลุ่มวัยรุ่น สูงกว่าคู่แข่งโดยตรงอย่าง Instagram ทั้งที่ฝ่ายหลังมีฐานผู้ใช้งานกว้างกว่า

ย้อนไปในปี 2017 Facebook ก็เคยพยายามพัฒนาฟีเจอร์ลักษณะคล้ายกันนี้ ไปใส่ไว้ใน Direct แอพส่งข้อความที่เชื่อมรายชื่อผู้ติดต่อจากตัวแอพ Instagram

แต่ก็ไม่ได้ผลดีเท่าที่ควร เพราะผู้ใช้รู้สึกไม่สะดวกที่ต้องสลับการใช้งานไปมาระหว่างสองแอพ จนสุดท้าย บริษัทฯก็ตัดสินใจโยกทีมงานที่ดูแลไปสังกัด Facebook Messenger แทนตั้งแต่ช่วงต้นปี ก่อนจะประกาศยุติให้บริการ Direct ไปเมื่อเดือนพฤษภาคมที่ผ่ามนมา

Threads อาวุธใหม่ไล่ยิง Snapchat

credit: The Verge

รายงานจาก The Verge ระบุว่า Facebook ยังไม่ละความพยายามที่จะชิงส่วนแบ่งการตลาดวัยรุ่นที่อีกฝ่าย ครองไว้อย่างเหนียวแน่นมาให้ได้ ด้วยการพัฒนาแอพแชทตัวใหม่ที่มีฟีเจอร์คล้ายๆกัน เพื่อใส่ไว้เป็นส่วนหนึ่งของ Instagram แทนที่จะเป็นสแตนด์อโลนแบบ Direct

Threads ซึ่งปัจจุบันอยู่ระหว่างการทดสอบภายในบริษัทฯ ใช้โลโก้รูปกล้อง ซึ่งสื่อถึง Instagram โดยตรง และถูกออกแบบมาเพื่อใช้สำหรับ ถ่ายภาพและแชร์รูประหว่างยูสเซอร์ ซึ่งอยู่ในลิสต์ “คนใกล้ตัว” ใน Instagram เท่านั้น

และในภาพที่ส่งถึงกันนั้น จะปรากฎข้อมูลอื่นๆ เช่น สเตตัสข้อความ ตำแหน่งที่อยู่ ฯลฯ ด้วย ซึ่งน่าจะมีการนำฟีเจอร์อื่นๆที่มีลักษณะคล้ายกับคู่แข่งมาใช้เช่นกัน

The Verge เผยว่าได้ติดต่อผู้บริหาร Instagram เพื่อขอรายละเอียดเพิ่มเติมในเรื่องนี้ แต่ยังไม่มีการตอบกลับแต่อย่างใด รวมถึงไม่มีการยืนยันว่า Threads จะเปิดใช้งานจริงได้เมื่อไหร่

AHEAD TAKEAWAY

ในแง่ของการนำไอเดียคนอื่นมาใช้ อาจฟังดูไม่ดีนัก แต่ Facebook และ มาร์ค ซัคเกอร์เบิร์ก คือกรณีศึกษาที่ดีของประโยคที่ว่า “Execution is more important than planning.” หรือ การลงมือทำสำคัญกว่าการวางแผน

ทีมงาน AHEAD ASIA เคยสัมภาษณ์ผู้ก่อตั้งสตาร์ทอัพในไทยหลายรายด้วยกัน ซึ่งทั้งหมดเห็นคล้ายๆกันว่า “ไม่มีไอเดียไหนที่ใหม่สุด ชนิดที่บนโลกไม่เคยมีคนคิดขึ้นมาก่อน”

(อ่านเพิ่มเติมใน ทำอย่างไร เมื่อถูกขโมยไอเดียสตาร์ทอัพ)

ทุกอย่างล้วนเกิดจากการต่อยอด เชื่อมโยง จากความรู้ก่อนหน้า จนกลายเป็นสิ่งใหม่

และการที่คุณมีไอเดียดี ไม่ได้แปลว่าทุกอย่างสำเร็จแล้ว มันเป็นแค่การเริ่มต้นเท่านั้น ถ้าไม่สามารถทำให้เป็นธุรกิจได้ หรือทำได้ แต่ไม่ถูกที่ถูกเวลา ก็ไม่เกิดประโยชน์สูงสุด

แม้แต่จุดเริ่มต้นของ Facebook นั้น ก็เป็นไอเดียของรุ่นพี่ที่มหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด ไม่ใช่ตัวของ ซัคเกอร์เบิร์ก เอง ก่อนที่ ซัคเกอร์เบิร์ก จะนำ HavardConnection มาพัฒนาต่อเป็น The Facebook และกลายเป็น Facebook อย่างในปัจจุบัน จนถูกฟ้องร้องโดยเจ้าของไอเดียตัวจริง อย่าง ดีวิยา นาเรนทรา และพี่น้องฝาแฝด วิงเคิลวอสส์ ในเวลาต่อมานั่นเอง

และหากจะสาวประวัติทั้งหมดของ Facebook จริงๆ เราก็จะพบว่ามีคดีฟ้องร้องเกิดขึ้นมากมายในเรื่องของการขโมยหรือหยิบยกไอเดียมาใช้ (อ่านเพิ่มเติม Facebook ฉกไอเดีย Tik Tok ปั้นแอพใหม่เจาะกลุ่มวัยรุ่น)

ขณะที่ อีวาน สปีเกิล ของ Snapchat แม้จะไม่พอใจกับท่าทีของ ซัคเกอร์เบิร์ก ในการดึงฟีเจอร์สำคัญๆของตนไปใช้ แต่ก็มีการให้สัมภาษณ์พาดพิงถึงเพียงเล็กน้อย

เพราะ สปีเกิล น่าจะรู้ดีว่าสิ่งสำคัญกว่าคือทำอย่างไรถึงจะแข่งขันกับ Facebook ได้

ทางเลือกของ Snapchat คือการเจาะกลุ่มเป้าหมายที่ตรงเป้าและชัดเจน คือคนกลุ่ม Gen Y หรืออายุน้อยกว่าโดยเฉพาะ เพราะคนเหล่านี้มีแนวโน้มสูงที่จะใช้ Facebook เพื่อการอื่น (เช่นคุยกับครอบครัว หรือคุยกับคนในที่ทำงาน)

แต่ไม่ใช่เรื่องส่วนตัว ซึ่งพวกเขาไม่ต้องการให้ผู้ใหญ่ที่รู้จัก หรือพ่อแม่เข้าถึงได้ ซึ่งก็เป็นคล้ายๆกับกรณีของ Twitter ในบ้านเรา ที่ได้รับความนิยมในกลุ่มวัยรุ่น เพราะเป็นอาณาเขตของพวกเขาเอง

ขณะที่คนในกลุ่ม Gen X หรือขึ้นไปถึงระดับเบบี้บูมเมอร์เอง ก็จะมีปัญหาในการใช้งานแอพฯกลุ่มนี้ เพราะจะรู้สึกไม่คุ้นเคยและไม่ตอบโจทย์สิ่งที่พวกตนต้องการใช้งานจริงๆ

ความน่าสนใจก็คือ การที่ Facebook พยายามจะใช้ Instagram ซึ่งมีลักษณะอยู่ตรงกลางระหว่างแอพทั้งสองชนิดนี้ เพื่อชนกับคู่แข่ง จะได้ผลมากน้อยแค่ไหน ซึ่งก็คงต้องดูกันยาวๆ ว่าสุดท้าย สปีเกิล จะต้านทานการขยี้ของ “อ้ายมาก” ได้หรือจบลงด้วยวลี “อ่อนแอก็แพ้ไป” กันแน่

เหมือนที่คุณโจ้ รังสรรค์ พรมประสิทธิ์ ซีอีโอของ YMMY ผู้สร้างแอพ QueQ เคยกล่าวกับทีมงาน AHEAD ASIA ไว้

“มันอาจเป็นกระบวนการคัดสรรทางธรรมชาติ ให้ผู้แกร่งกว่าที่ไอเดียไปใช้จริงได้…อยู่รอดจนกว่าจะมีผู้ลอกที่แกร่งยิ่งกว่า…มาแทน”

เรียบเรียงจาก

Instagram’s latest assault on Snapchat is a messaging app called Threads

This Is the Data Snapchat Doesn’t Want You to See

Instagram ends experiment with standalone Direct messaging app

This Indian-Origin Man Sued Mark Zuckerberg For “Stealing” His Idea, Got Millions In Settlement

AHEAD ASIA นวัตกรรม ล้ำหน้า