เมื่อประเทศไทยกำลังก้าวสู่สังคมผู้สูงอายุ ซึ่งอายุที่มากขึ้น ถือเป็นหนึ่งในสาเหตุหลักของโรคเกี่ยวกับตาที่ก่อให้เกิดภาวะตาบอดหรือสายตาเลือนราง สามอันดับแรก เช่น ต้อกระจก ต้อหิน และจอประสาทตาเสื่อม

ขณะที่ข้อมูลกระทรวงสาธารณสุขพบว่าปัจจุบัน เด็กไทยที่อายุต่ำกว่า 15 ปี สายตาสั้นถึงร้อยละ 30 ซึ่งส่วนหนึ่งเป็นผลจากการใช้สมาร์ทดีไวซ์ต่อเนื่องเป็นเวลานาน

โรงพยาบาล บำรุงราษฎร์ ซึ่งเล็งเห็นปัญหาโรคตาที่เพิ่มขึ้นในทุกๆ ปี ได้พยายามยกระดับศูนย์จักษุ Eye Excellence Center ให้มีการดูแลรักษาอย่างครอบคลุมในทุกปัญหาที่เกี่ยวข้องแบบครบวงจร

ล่าสุด ได้นำเครื่อง ORA System นวัตกรรมช่วยผ่าตัดต้อกระจก ซึ่งสามารถวัดค่าสายตาผู้ป่วยระหว่างผ่าตัดแบบ Real-time ให้มีความแม่นยำมากขึ้น มาใช้ เพื่อมหเแพทย์สามารถเปลี่ยนเลนส์ระหว่างการผ่าตัดให้เหมาะสมกับผู้ป่วยคนนั้นๆ ได้

Eye Excellence Center รักษาโรคตาครบวงจร

รศ. พญ. สุดารัตน์ ใหญ่สว่าง หัวหน้าศูนย์จักษุ โรงพยาบาล บำรุงราษฎร์ เปิดกล่าวว่า การดำเนินงานของ Eye Excellence Center ประกอบด้วยองค์ความรู้ครบทั้ง 3 มิติ คือ

  1. ให้บริการด้วยนวัตกรรม และการตรวจรักษาที่ทันสมัย
  2. การศึกษาวิจัยผลงานใหม่ๆ ค้นคว้าองค์ความรู้ใหม่มาใช้ในการรักษาและบริการ
  3. การให้ความรู้ทางการแพทย์ โดยมีการจัดฝึกอบรม จัดประชุมวิชาการเป็นประจำ

“แนวโน้มของเทคโนโลยีเครื่องมือทางการแพทย์ จะเน้นการรักษาผ่าตัดเปิดแผลเล็ก และนำเลเซอร์เข้ามาใช้ร่วมในการรักษา เพื่อช่วยให้ระยะเวลารักษาไม่นาน และให้ผลแม่นยำมากขึ้น โอกาสเกิดผลข้างเคียงหลังการผ่าตัดน้อยลง ผู้ป่วยหายเร็วขึ้น ระยะพักฟื้นสั้นลง ไม่ต้องนอนโรงพยาบาล ซึ่งเป็นการลดค่าใช้จ่าย”

“เฟโค” และ “เฟมโต” 2 นวัตกรรมผ่าตัดต้อกระจก

นพ. สมบัติ ศรีสุวรรณภรณ์ แพทย์ผู้ชำนาญการด้านจักษุวิทยา อธิบายว่า วิวัฒนาการทางการแพทย์ในการผ่าตัดต้อกระจก มีความเปลี่ยนแปลงค่อนข้างมาก

วิธีที่เป็นที่นิยมในปัจจุบัน คือ การรักษาสลายต้อกระจกด้วยคลื่นความถี่สูง (Phacoemulsification) หรือ “Phacoe – เฟโค” ที่มีข้อดีคือ แผลผ่าตัดจะเล็กลงมาก ประมาณ 2-4 มิลลิเมตร จากนั้นจักษุแพทย์จะฝังเลนส์แก้วตาเทียมแทนเลนส์ตาเดิมที่เสื่อมสภาพไป โดยไม่ต้องเปลี่ยนซ้ำอีก

โดยการผ่าตัดต้อกระจกและฝังเลนส์เทียมโดยใช้เลเซอร์ (Femtosecond laser) หรือเรียกสั้นๆ ว่า “Femto – เฟมโต” นั้น มีความแม่นยำ และทำให้ความบอบช้ำของกระจกตามีน้อย

นอกจากนี้ ยังมีนวัตกรรม ReLEx SMILE การผ่าตัดแก้ไขสายตาสายตาสั้นและเอียง ด้วยเลเซอร์ที่ต่อยอดมาจากเลสิก มีความแม่นยำสูง มีแผลเปิดที่กระจกตาเล็กเพียง 2-4 มิลลิเมตรเท่านั้น จึงช่วยลดอาการตาแห้งและระคายเคืองตาหลังผ่าตัดได้ดี ผู้ป่วยสามารถกลับไปใช้ชีวิตปกติได้อย่างคล่องตัว

ออกแบบการรักษาตามไลฟ์สไตล์ผู้ป่วย

รศ.นพ. ปริญญ์ โรจนพงศ์พันธุ์ แพทย์ผู้ชำนาญการด้านจักษุวิทยา กล่าวต่อว่า การรักษาในปัจจุบัน ไม่เพียงแต่สลายต้อกระจกเท่านั้น แต่ยังสามารถออกแบบสายตาให้เหมาะกับไลฟ์สไตล์ผู้ป่วยแต่ละคนด้วย

เช่น การมองไกลมองใกล้ จำนวนชั่วโมงที่ขับรถตอนกลางวัน ตอนกลางคืน การใช้มือถือหรือการใช้จอคอมพิวเตอร์ รวมทั้งความต้องการในการเล่นกีฬาชนิดต่างๆ ฯลฯ โดยจักษุแพทย์จะออกแบบเลนส์แก้วตาเทียมที่เหมาะให้ผู้ป่วยเฉพาะบุคคล ซึ่งหมายถึงตาซ้ายกับตาขวาอาจจะใช้เลนส์คนละชนิดก็ได้

ใช้หลัก 20-20-20 ลดปัญหาสายตา

พญ. ฐาริณี กุลกำม์ธร แพทย์ผู้ชำนาญการด้านการผ่าตัดแก้ไขสายตาด้วยเลเซอร์ แนะนำหลักการทำงาน สำหรับผู้อยู่หน้าจอคอมพิวเตอร์หรือสมาร์ทโฟนเป็นเวลานาน ว่าควรนำหลักการ 20 20 20 มาใช้

“พฤติกรรมการเพ่งหน้าจอเป็นเวลานาน จะส่งผลให้เกิดปัญหาสายตาได้ เช่น ปวดตา ตามัว ตาแห้ง สายตาล้า สายตาสั้นในเด็ก เบื้องต้นแนะนำให้ใช้หลัก 20 20 20 คือ ทุกๆ 20 นาที ของการมองใกล้ (มือถือ คอมพิวเตอร์ อ่านหนังสือ) ให้พักสายตาประมาณ 20 วินาที โดยมองไปที่ไกลประมาณ 20 ฟุต ในระยะ 20 ฟุต เพื่อคลายกล้ามเนื้อตา ทำให้ทำงานมีประสิทธิภาพมากขึ้นและไม่ปวดกล้ามเนื้อตา”

AHEAD ASIA นวัตกรรม ล้ำหน้า

นวัตกรรมเพื่อผู้พิการทางสายตา