ครั้งแรกในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ RISE สถาบันเร่งสปีดนวัตกรรมองค์กรระดับภูมิภาค จับมือ Stanford Graduate School of Business จัดหลักสูตร Executive Corporate Innovation หลักสูตร 3 วันเต็ม ให้ผู้บริหารระดับสูงจากองค์กรชั้นนำในเอเชีย สร้างและพัฒนานวัตกรรมองค์กรได้เทียบเท่าองค์กรระดับโลก ในยุคที่ “ความเร็ว คือ ปัจจัยชี้วัดความสำเร็จ”

นายแพทย์ศุภชัย ปาจริยานนท์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและผู้ก่อตั้ง RISE กล่าวว่า RISE เชื่อเสมอว่าการผลักดันนวัตกรรมองค์กร ต้องเริ่มจากการสร้างทัศนคติ ทักษะ และให้เครื่องมือกับผู้บริหารระดับสูงเป็นอันดับแรก

เพราะเมื่อคนกลุ่มนี้ พร้อมเปลี่ยนแปลงและสร้างนวัตกรรมใหม่ๆ คนในองค์กรจะพร้อมให้ความร่วมมือ เพื่อผลักดันนวัตกรรมองค์กรให้เกิดขึ้นจริงไปด้วยกัน

การจัดหลักสูตร Executive Corporation Innovation นี้ นับเป็นครั้งแรกที่ Stanford Graduate School of Business สถาบันการศึกษาอันดับหนึ่งด้านการสร้างนวัตกรของโลก ได้นำหลักสูตรนวัตกรรมองค์กรสำหรับผู้บริหารระดับสูงมาเปิดสอนในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เพื่อให้ผู้บริหารสามารถวางกลยุทธ์และสร้างทักษะของผู้นำระดับโลก และพร้อมสร้างการเปลี่ยนแปลงให้กับองค์กรในยุคที่ “ความเร็ว คือ ปัจจัยชี้วัดความสำเร็จ”

โดยมีคณะอาจารย์ผู้ทรงคุณวุฒิจาก Stanford Graduate School of Business ทั้งหมด 3 ท่านที่พร้อมมาให้ความรู้กับผู้บริหารในเอเชียอย่างเข้มข้น ผ่านงานค้นคว้าวิจัย เคสตัวอย่าง และเวิร์คชอปที่ให้ลงมือทำที่องค์กรระดับโลกต้องเคยผ่านมาแล้วทั้งสิ้น

ได้แก่ ยอสซี ไฟน์เบิร์ก (Yossi Feinberg) The Adams Distinguished Professor of Management and Professor of Economics, บาบา ชิฟ (Baba Shiv) Director, The Innovative Technology Leader และ โจนาธาน เลวาฟ (Jonathan Levav) Co-director, Innovative Marketing for Strategic Advantage และ Faculty Director, Behavioral Lab

หลักสูตร Executive Corporate Innovation ซึ่งจัดไปเมื่อวันที่ 27-29 สิงหาคม 2562 ณ โรงแรมอินเตอร์คอนติเนนตัล มีผู้บริหารระดับสูงจากองค์กรชั้นนำในเอเชีย ทั้งจากหน่วยงานภาครัฐและเอกชน เข้าร่วมมากมาย อาทิ

นายภูริต ภิรมย์ภักดี CEO, Boonrawd Trading กล่าวว่า “การทำกิจกรรมเวิร์คช้อปในตลอด 3 วันนี้ถือว่าดีมาก ผมเดินทางมามากได้ไปดูสตาร์ทอัพต่าง ๆ และหาประสบการณ์ใหม่ ๆ ซึ่งกว่าจะได้แพลตฟอร์มที่ดีมาต้องใช้เวลานานพอสมควร แต่การเวิร์คช้อปนี้สรุปได้ใน 3 วัน ถือว่าเป็นอะไรที่เหลือเชื่อมาก จึงขอแนะนำให้คนที่สนใจและต้องการจะเรียนรู้เกี่ยวกับวิธีการคิดนอกกรอบ การทำอะไรใหม่ ๆ เกี่ยวกับนวัตกรรมองค์กรควรมาเข้าร่วมหลักสูตรนี้ ซึ่งเชื่อได้ว่าจะช่วยเราได้หลายอย่างจริง ๆ“

นายฤทธิรงค์ บุญมีโชติ ประธานกรรมการบริหารกลุ่มธุรกิจอาหารแช่แข็งและธุรกิจที่เกี่ยวข้อง  บริษัท ไทยยูเนี่ยน กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า “การเวิร์คช้อปในครั้งนี้ทำให้มีความเข้าใจนวัตกรรมองค์กรมากขึ้น ซึ่งเป็นเรื่องที่อยู่ใกล้ตัวมาก และไม่ใช่เรื่องของเทคโนโลยีระดับสูง แต่เป็นนวัตกรรมที่มาจากหลายเรื่อง ทั้งในเรื่องของผลิตภัณฑ์ กระบวนการ และการวางตำแหน่ง ของแต่ละองค์กร

วิธีการที่จะพาองค์กรจะต้องเริ่มอย่างไร และทำอย่างไร เพราะว่าธุรกิจทุกวันนี้มีการแข่งขันที่รุนแรง เกิดการ Disruption ค่อนข้างมาก และมองว่านวัตกรรมไม่ใช่เรื่องใหม่อีกต่อไป แต่เป็นสิ่งที่จะช่วยทำให้องค์กรมีความสามารถในการปรับตัว ไม่ว่าจะเป็นการทำสินค้าใหม่หรือการสร้างกระบวนการใหม่ ๆ  ในการบริหารจัดการต้นทุน หรือว่าการสร้างทีม วิธีคิด ให้สามารถปรับตัวอยู่กับโลกของการแข่งขันทางด้านธุรกิจได้

และที่คิดว่าจะนำไปใช้คือเรื่องของการสกัด การตัด หรือการลดอะไรที่ไม่จำเป็นออก เท่ากับช่วยเพิ่มความเร็วก่อให้เกิดการต้นทุนลดลง ทั้งนี้เรื่องนวัตกรรมนั้นเป็นเรื่องที่ใกล้ตัวมาก ทุกคนสามารถทำได้ เริ่มจากข้างล่างได้ และทั้งองค์กรเพื่อผลักดันให้เกิดผลได้รวดเร็ว ”  

นายรัฐพล ภักดีภูมิ Chairman, Thailand Post กล่าวว่า “เวิร์คช้อปนี้ ได้แนวคิดและความเข้าใจเกี่ยวกับ นวัตกรรมองค์กรเพิ่มขึ้นมาก ถือเป็นเรื่องใหม่ที่เราคิดว่าการทำเรื่องของนวัตกรรมจะทำให้ประเทศเรามี GDP เพิ่มขึ้นได้ ซึ่งจะต้องเริ่มจากองค์กรขนาดใหญ่

และในฐานะที่เป็นกรรมการบริษัทไปรษณีย์ไทย การที่จะให้นโยบายหรือยุทธศาสตร์กับทางผู้บริหาร เราต้องเข้าใจก่อนว่ากรอบแนวคิดหรือการจะทำให้เกิดนวัตกรรมในองค์กรนั้นทำได้อย่างไรบ้าง ซึ่งโปรแกรมนี้ให้แนวคิดและความรู้ที่จะไปต่อยอด ทำให้ผู้บริหารเข้าใจการสร้างนวัตกรรมในองค์กรต่อไป

การเวิร์คช้อปได้ถ่ายทอดหลักการอย่างกระชับ ทั้งเรื่องของความสำคัญที่จะทำให้เกิดนวัตกรรมได้ เช่น การสร้างวัฒนธรรมองค์กร ที่จะทำให้เกิดนวัตกรรมในองค์กร ต้องมีสภาพแวดล้อมอย่างไร องค์ประกอบอย่างไร รวมถึงแนวคิดจากคณะอาจารย์ผู้ทรงคุณวุฒิในเรื่องหลักการคิดในกรอบและนอกกรอบเป็นเรื่องที่นำไปถ่ายทอดต่อไปได้”

ดร.เจษฏ์สุภา เบนซ์ทองหล่อ CEO, Benz Thonglor กล่าวว่า “มีหลายๆ อย่างที่คิดว่าจะไปปรับวิธีคิดของเราใหม่ ซึ่งที่จริงเคยเรียนมาแล้วบ้างก่อนหน้านี้ แต่เมื่อเข้าเวิร์คช้อปและผ่านไปเพียง 2 วัน ก็ได้มองเห็นว่ามีอะไรอีกหลายอย่างที่ยังไม่ได้ทำ

คิดว่าหลักสูตรแบบนี้เมืองไทยต้องมีคนริเริ่มขึ้นมาอีกเรื่อย ๆ เพราะเราคิดว่ามันเป็นโลกใบใหม่ เราได้แค่คิดแต่ไม่ได้ลงมือทำ ซึ่งในคณะอาจารย์ผู้ทรงคุณวุฒิได้บังคับไว้ว่า เราจะต้องเริ่มทำ คิดแล้วต้องทำเลย อยากให้ผู้บริหารองค์กรใหญ่ ๆ ได้ให้ใช้โอกาสนี้เปลี่ยนวิธีคิดตัวเอง คือการที่เราจะสร้างอะไรหลาย ๆ โดยที่ไม่เข้าใจ Core Message ก็จะไม่สามารถปรับปรุงองค์กรและประเทศชาติได้“

นายฐิติพงศ์ นันทาภิวัฒน์ Board of Director, Thailand Post กล่าวว่า “การเข้าเวิร์คช้อป ทำให้เรียนรู้ว่าองค์กรต้องปรับตัวอย่างไร ได้เห็นกรณีศึกษาแต่ละที่ว่าทำได้อย่างไร และทางคณะอาจารย์ผู้ทรงคุณวุฒิให้ข้อคิดและคำชี้แนะที่เป็นประโยชน์ ซึ่งเชื่อว่าที่สุดแล้วจะกลับไปผลักดันองค์กรให้มีนวัตกรรมเข้ามาเปลี่ยนแปลงสินค้าให้ไม่หล้าหลังคู่แข่งได้”

นายแพทย์ศุภชัย กล่าวทิ้งท้าย ว่า ผลลัพธ์สูงสุดที่อยากเห็นจากผู้บริหารที่จบจากโปรแกรม Executive Corporate Innovation คือการเริ่มลงมือทำจริง สร้างและพัฒนานวัตกรรมองค์กรได้จริงและรวดเร็ว เพราะผู้บริหารทุกท่านจะเป็นส่วนสำคัญในการขับเคลื่อน GDP ของประเทศไทยและเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ให้เพิ่มขึ้น 1% ซึ่งเป็นภารกิจที่ RISE มุ่งมั่นทำมาตลอดสี่ปี

AHEAD ASIA นวัตกรรม ล้ำหน้า