Here Technologies ผู้ให้บริการแผนที่และ location data เปิดตัว Open Location Platform (OLP) แพลตฟอร์มให้บริการด้านข้อมูลระบุตำแหน่งบนคลาวด์แบบครบวงจร สำหรับการสร้างธุรกิจและการให้บริการดิจิทัลรูปแบบใหม่ๆ ที่เป็นมากกว่าแผนที่สำหรับเดินทาง

ในงานแถลงข่าว Directions Bangkok 2019 เมื่อ 13 กันยายนที่ผ่านมา สตานิมิรา โคเลวา รองประธานอาวุโสและผู้จัดการทั่วไปประจำภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกของ Here Technologies กล่าวว่า ภายในปี 2565 ภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกจะเป็นตลาดใหญ่รายใหม่ ที่มีผู้ใช้งานอินเตอร์เน็ต แตะหลัก 1 พันล้านคน (The Next Billion Users)

เฉพาะในประเทศไทย ก็จะมีการลงทุนด้าน Internet of Thing (IoT) สูงถึง 7,200 ล้านดอลลาร์ (ราว 2.2 แสนล้านบาท) ซึ่งจะเปิดกว้างสำหรับธุรกิจต่างๆในการสร้างนวัตกรรม และธุรกิจใหม่ๆบนคลาวด์

แพลตฟอร์ม Open Location Platform ที่ทาง Here Technologies นำเสนอ เป็นมากกว่าแผนที่นำทาง แต่มีข้อมูลอื่นๆ จึงสามารถใช้เป็นช่องทางในการสร้างและพัฒนานวัตกรรมใหม่ๆ จากฐานข้อมูล location data มหาศาล ทั้งของ Here เอง รวมถึงบริษัทต่างๆที่ต้องการแลกเปลี่ยนข้อมูลกันเพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุด

พร้อมกันนี้ อาบิจิต เซนกุปตา ผู้อำนวยการฝ่ายผลิตภัณฑ์ประจำภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ของ HERE Technologies สาขาสิงคโปร์ เสริมว่าบริษัทฯมองเห็นโอกาสเติบโตของธุรกิจ micro mobility ในภูมิภาคอาเซียน เพราะครัวเรือนกว่า 80% ของประเทศในแถบนี้ มียานพาหนะสองล้อเป็นของตัวเอง

จนเป็นที่มาของฟีเจอร์ใหม่ 2-wheeler ซึ่งเป็นชุดข้อมูลสำหรับยานพาหนะสองล้อโดยเฉพาะ (มอเตอร์ไซค์ จักรยาน และสกูตเตอร์)

รวมถึงความร่วมมือระหว่างบริษัทฯกับผู้ผลิต เพื่อนำชุดข้อมูลเหล่านี้ไปติดตั้งบนยานพาหนะ หรืออุปกรณ์ต่างๆ เพื่ออำนวยความสะดวกในการดึงฐานข้อมูลไปใช้ ช่วยให้เกิดความรวดเร็ว รวมถึงลดโอกาสเกิดอุบัติเหตุจากการหยิบสมาร์ทโฟนขึ้นมาใช้ระหว่างขับขี่

หนึ่งในตัวอย่างที่นำมาแสดง ภายในงาน Directions Bangkok 2019 คือ Jarvish หมวกกันน็อคอัจฉริยะที่มาพร้อมกับกล้อง หูฟังและไมโครโฟนบลูทูธ รวมถึงจอภาพแสดงผลแบบความจริงเสริม (Augmented Reality) ฯลฯ

AHEAD TAKEAWAY

จากที่มีโอกาสได้ไปร่วมในงานคอนเฟอเรนซ์ ที่มี Here Technologies ไปเปิดบูธและขึ้นพูดบนเวทีสองครั้ง ทีมงาน AHEAD ASIA จึงเริ่มเข้าใจว่าแผนที่และเส้นทางนั้น มีรายละเอียดเล็กๆน้อยๆแทรกอยู่มากมาย

หนแรก คือในงาน SXSW 2017 ในหัวข้อ Future of Autonomous Driving : Master the Map ที่ เอดซาร์ด โอเวอร์บีค ซีอีโอของบริษัท ที่ขึ้นพูดเรื่องรถไร้คนขับ กับ ดีเตอร์ เซตซ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ Daimler ในเวลานั้น

(อ่านเพิ่มเติม แผนที่…อนาคตของยานยนต์ไร้คนขับ)

ตอนนั้น สิ่งที่ เอดซาร์ด ว่าไว้คือแผนที่จะเป็นหัวใจสำคัญสำหรับรถไร้คนขับ นอกเหนือจาก Lidar หรือเซนเซอร์

แต่สิ่งที่ Here ทำ คือกำลังพัฒนาจากแผนที่ 3D ไปสู่ 4D เพื่อให้การเดินทางเป็นมากกว่า แค่เดินทางจากจุด A ไปจุด B คือไม่เพียงแค่รู้ว่าขับผ่านอะไร แต่มีข้อมูลเพิ่มเติมว่ามีร้านค้าอะไรในนั้นบ้าง และมีอีเวนท์อะไรเกิดขึ้นอยู่

ถัดมาคือการพูดคุยกับคุณ โอลิเวอร์ มาร์ค เชซเล ผอ. Sales & Business Development ประจำภูมิภาคอาเซียน ในงาน RISE 2019 ที่ฮ่องกง เมื่อเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา

คุณโอลิเวอร์ ยกตัวอย่างเพิ่มเติมว่า Here นั้นให้บริการในไทยมาได้ประมาณสิบปีแล้ว จึงมีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับโครงสร้างพื้นฐาน การจราจร รวมถึงข้อมูลอื่นๆอย่างดี

การนำข้อมูลเหล่านี้มาใช้ประโยชน์ จึงทำได้มากกว่าแค่ในอุตสาหกรรมยานยนต์ เพราะมันผูกโยงกับธุรกิจอื่นๆที่เชื่อมโยงด้วย IoT ได้ด้วย

ซึ่งมีตั้งแต่เรื่องเบสิคอย่างข้อมูลที่จอดรถในบริเวณที่กำลังเดินทางไป หรือการส่งข้อมูลถึงผู้ขับรถว่าผู้โดยสารอยู่ ณ ตำแหน่งไหนของตัวอาคารหรือห้างสรรพสินค้า หรือแม้แต่การส่งสัญญาณเตือนขณะเดินทางเมื่อเข้าสู่เขตอันตรายหรือบริเวณที่เกิดอุบัติเหตุบ่อยครั้ง เพื่อเพิ่มความระมัดระวัง ฯลฯ

ซึ่ง Insights เหล่านี้เองที่สามารถนำมาพลิกแพลงเป็นไอเดียธุรกิจได้อีกหลากหลายตามแต่ละอุตสาหกรรมนั่นเอง

AHEAD ASIA นวัตกรรม ล้ำหน้า