เทรนด์เทคโนโลยี

10 เทรนด์เทคโนโลยี ที่จะพลิกโฉมธุรกิจยุคหน้า

เมื่อโลกกำลังเปลี่ยนผ่านสู่ยุคดิจิทัลแบบเต็มตัว ธุรกิจของคุณก็เช่นกัน Forbes ได้ทำการสำรวจความเห็นจากกลุ่มผู้เชี่ยวชาญในสายเทคโนโลยีต่างๆ และทำการสรุป เทรนด์เทคโนโลยี ต่างๆที่จะเกิดขึ้นไว้

มาดูกันว่า เทรนด์เทคโนโลยี ไหนบ้างที่กำลังจะมา และองค์กรของคุณควรเตรียมตัวรับมืออย่างไร

#1
ออฟฟิศไร้พรมแดน

การทำงานแบบ remote working คือหนึ่งในเทรนด์ที่ถูกพูดถึงมากที่สุด

ชเวตา ซาราฟ จาก Digitalocean มองว่าการจะทำแบบนั้นได้ องค์กรก็จำเป็นต้องเตรียมความพร้อมให้กับทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องด้วย ไม่ใช่เฉพาะเครื่องไม้เครื่องมือเท่านั้น แต่ยังต้องสร้างวัฒนธรรมองค์กรที่เหมาะสมให้ทุกคนปฏิบัติตามด้วย

ซาราฟ มองว่าแนวทางนี้จะเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญในหลายอุตสาหกรรม เมื่อเรื่องไทม์โซนจะไม่ใช่ข้อจำกัดในการรับพนักงานอีกต่อไป เพราะสมาชิกในทีมอาจนั่งทำงานอยู่ ณ อีกซีกโลกซึ่งเวลาต่างกันเลยก็ได้

อัฟชิน เดาสท์ จาก Advanced Intelligent Systems Inc. เป็นอีกรายที่เห็นด้วยกับเรื่องนี้

เพราะปัจจุบันเครื่องมืออย่างคลาวด์คอมพิวติ้ง ทำให้เอกสารหนึ่งชุดสามารถแก้ไขและผ่านการตรวจสอบได้จากคอมพิวเตอร์หลายๆเครื่องพร้อมกัน หรือแม้แต่การประชุมที่สามารถพูดคุยกันได้ผ่านอุปกรณ์ จากสถานที่ต่างๆกัน

นั่นหมายถึงคนทำงานในยุคนี้และยุคถัดๆไป จะต้องเรียนรู้การใช้เครื่องมือเหล่านี้ให้ได้ เพื่อให้การทำงานจากระยะไกลเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ

ส่วนในมุมของ โจเซ มอรีญ์ จาก Liberty มองว่า remote working นี้ จะยังกินความไปถึงการทำคราวด์ซอร์สซิง หรือ กิ๊ก เอโคโนมี ด้วย

นั่นคืองานอาจถูกแจกจ่ายไปยังคนที่มีความเชี่ยวชาญเฉพาะด้านมากขึ้น ตั้งแต่ระดับ C-suite ไปจนถึงพนักงานทั่วๆไป ซึ่งคนเหล่านั้นอาจเป็นทาเลนต์ที่ไม่ได้ประจำอยู่ในองค์กร หรือไม่ได้อยู่ในประเทศเดียวกันด้วยซ้ำ

ซึ่งการจะทำแบบนั้นได้ เพอร์เซเมค เบอเรนดท์ จาก Talent Alpha ก็นำเสนอไอเดียเกี่ยวกับ ‘ฮิวแมน คลาวด์’ หนึ่งในเทรนด์มาแรงของ HR tech สำหรับการค้นหาทาเลนท์ที่มีทักษะตามต้องการได้ ในแบบออนดีมานด์

(อ่านเพิ่มเติม 10 ทักษะสุดฮอต การันตีโดย LinkedIn)

#2
โอกาสที่เท่าเทียม จากการศึกษาที่เข้าถึงได้ง่าย

ไทแกรน สโลยัน ซีอีโอและผู้ก่อตั้ง CodeSignal สตาร์ทอัพสาย edtech ที่เน้นพัฒนาทักษะด้านการเขียนโปรแกรม รวมถึงช่วยแนะแนวทางแก่บริษัทต่างๆในการจ้างนักพัฒนา

สโลยัน มองว่าเมื่อการศึกษาในปัจจุบันเริ่มเป็นดิจิทัลมากขึ้น ทำให้การเข้าถึงหลักสูตรต่างๆง่ายกว่าเดิม และจะส่งผลกระทบต่อแนวทางการจ้างงาน การประเมิน หรือเลื่อนตำแหน่งพนักงานด้วย

การศึกษาที่เท่าเทียมจะทำให้ข้อมูลบางอย่างในเรซูเม่ไม่มีความหมายอีกต่อไป เพราะการเรียนจบจากสถาบันไหน อาจไม่สำคัญเท่าทักษะและศักยภาพที่คุณมี ซึ่งเรียนรู้ได้จากทางออนไลน์นั่นเอง

(อ่านเพิ่มเติม Apple, Google และ IBM พร้อมรับพนักงานไม่สนวุฒิปริญญา และ Squirrel AI ปฏิรูปการศึกษาด้วยปัญญาประดิษฐ์)

#3
สวัสดิการในรูปดิจิทัล

องค์กรและนายจ้างในปัจจุบัน เริ่มรู้ว่าการลงทุนในด้านสุขภาพของพนักงาน จะเป็นเรื่องสำคัญมากขึ้น

และรู้ว่าการป้องกันปัญหาที่จะเกิดนั้นคุ้มค่ากว่าการต้องมารับผิดชอบบิลค่าใช้จ่าย เมื่อคนเหล่านั้นต้องเข้าโรงพยาบาล และยังส่งผลในเชิงบวกต่อประสิทธิภาพในการทำงานที่ดีขึ้นด้วย

วิคทอเรียน รีพา จาก BetterMe มองว่าการนำเทคโนโลยีด้านสุขภาพ เช่นสมาร์ทดีไวซ์ และแอพพลิเคชั่นตรวจสุขภาพ แนะนำการออกกำลังกาย หรือช่วยในการทำสมาธิมาใช้ จะเป็นอีกแนวทางที่ HR นำมาใช้มากขึ้นในอนาคต

#4
อิทธิพลของ ‘เกม’ ในการทำงาน

ปัจจุบัน การนำรูปแบบของเกมมาประยุกต์ใช้ในการทำงาน มีตั้งแต่การจำลองสถานการณ์เพื่อทดสอบคนที่มาสมัครงาน หรือทดสอบทักษะการทำงานร่วมกับ AI ฯลฯ

แซลลี่ อีฟส์ จาก MindFit Limited มองว่าอิทธิพลของเกมในลักษณะนี้ จะมีให้เห็นมากขึ้นเรื่อยๆ เช่น นำไปประยุกต์ใช้สำหรับเรียนรู้การทำงานร่วมกันในแบบเรียลไทม์ ฯลฯ

#5
พลังของการประมวลผลบนบล็อกเชน

การประมวลผลในงานที่ซับซ้อน เช่นการเรนเดอร์ CGI หรือการทำแมชีนเลิร์นนิ่ง ให้ได้ผลดี องค์กรอาจต้องลงทุนมหาศาลกับเครื่องไม้เครื่องมือ

แต่ พาเวล รเซสซูชินสกี จาก Codewise มองว่ามีอีกตัวเลือกที่น่าสนใจ คือบล็อกเชน ซึ่งใช้การประมวลผลร่วมกันผ่านการแชร์ทรัพยากรจากที่ต่างๆ ซึ่งจะช่วยลดค่าใช้จ่ายในด้านอุปกรณ์ได้อีกมาก

(อ่านเพิ่มเติม มองไกลไประดับโลก กับ Band Protocol สตาร์ทอัพบล็อกเชนสายเลือดไทย)

#6
เปลี่ยนโฟกัสในการทำงานด้วย AI และแมชีนเลิร์นนิ่ง

ปัญญาประดิษฐ์ และแมชีนเลิร์นนิ่ง จะช่วยให้การคาดเดาเทรนด์ต่างๆ แม่นยำมากขึ้น เพราะมนุษย์ไม่มีทั้งเวลาและความสามารถมากพอที่จะประมวลผลข้อมูลมหาศาลได้

อาเบะ อันคูมาห์ จาก Nyansa มองว่าข้อมูลจาก ดาต้า อนาไลติกส์ จะช่วยแก้ปัญหานี้ได้ ซึ่งนั่นหมายถึงโฟกัสในการทำงาน จะเปลี่ยนจากการวิเคราะห์และคาดคะเน มาเป็นการตัดสินใจและลงมือทำ

และโมเดลธุรกิจที่ผสมผสานระหว่างเครื่องจักรกับมนุษย์นี้ จะเป็นกุญแจสู่ความสำเร็จขององค์กร คือความเห็นจาก ซานเจย์ สรีวาสตาวา ของ Genpact

(อ่านเพิ่มเติม มองโอกาสทางธุรกิจผ่านสายตา AI กับ ดร.ชนิกานต์ ว่องวิริยะวงศ์ แห่ง EATLAB)

#7
ความจริงเสมือน

Augmented Reality คือเทคโนโลยีที่ยักษ์ใหญ่ทั่วโลกพยายามผลักดันให้เกิดขึ้น เหมือนที่เร็วๆนี้ มีข่าวว่า Facebook จับมือกับ Ray-ban เดินหน้าพัฒนาแว่นที่แสดงอินเตอร์เฟสแบบความจริงเสมือนได้

ในทรรศนะของ แม็ทธิว วอลเลซ แห่ง Faction Inc. อินเตอร์เฟสรูปแบบใหม่นี้ มีศักยภาพที่จะสร้างสรรค์อะไรใหม่ๆได้มากมายในอนาคต นอกจากการเล่นเกมที่ถูกนำมาใช้ในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา

(อ่านเพิ่มเติมใน 5 วิถีชีวิตที่จะเปลี่ยน ด้วยเทคโนโลยี 5G )

#8
การเข้าถึงดาต้า อนาไลติกส์ที่ง่ายขึ้นในองค์กร

จากนี้ไป การตัดสินใจในเชิงธุรกิจจะต้องพึ่งพาข้อมูลมากขึ้นเพื่อความแม่นยำและถูกต้อง แต่ที่ผ่านมา ข้อมูลภายในบริษัทมักถูกเก็บไว้โดยคนบางกลุ่ม และการจะเรียกใช้งานแต่ละครั้ง มีขั้นตอนที่ยุ่่งยากและเสียเวลาเกินไป

คำแนะนำจาก คริสเตียน โอโฟรี-บัวเต็ง จาก ChristianSteven Software คือองค์กรต่างๆ ต้องเปิดกว้างให้พนักงานมีโอกาสใช้เครื่องมือเหล่านี้มากขึ้น เพื่อช่วยในการตัดสินใจแต่ละครั้ง เพื่อลดความผิดพลาดที่อาจเกิดขึ้น

และหนึ่งในวิธีที่น่าสนใจ สำหรับการเข้าถึงข้อมูลเหล่านี้ ที่เสนอโดย ดอว์สัน วิทฟิลด์ จาก Look คือการใส่ฟังก์ชั่นแชทบอทภายในองค์กรลงระบบอินทราเน็ตในองค์กร เพื่อช่วยในการค้นข้อมูลและตอบคำถามหรือนโยบายต่างๆ ซึ่งจะลดเวลาในการค้นหา และช่วยให้พนักงานทำงานได้สะดวกรวดเร็วขึ้น

#9
Remote Desktop ในธุรกิจขนาดกลางและเล็ก

เทคโนโลยี remote desktop หรือโปรแกรมควบคุมเครื่องคอมพิวเตอร์ จากระยะไกลไม่ใช่เรื่องใหม่ แต่ที่ผ่านมา ขอบเขตการใช้งานยังจำกัดอยู่เฉพาะในองค์กรใหญ่ๆเท่านั้น

แต่ปัจจุบันเมื่อเทคโนโลยีนี้ก้าวหน้าขึ้น และคลาวด์มีราคาถูกลง ไมเคิล กู๊ดวิน จาก Server@Work ก็มองว่าธุรกิจขนาดกลางและเล็ก จะเริ่มเปลี่ยนจากการใช้งานเซิร์ฟเวอร์ดั้งเดิม มาใช้ remote desktop มากขึ้น เพื่อความสะดวกและคล่องตัวในการทำงาน

#10
ระบบการทำงานโปร่งใสตรวจสอบได้

การทำงานในระบบเดิมๆ อาจมีปัญหาเรื่องความโปร่งใสในการตรวจสอบข้อมูลต่างๆ

แต่ คริสตี้ จอห์นสัน จาก AchieveIt มองว่า เทคโนโลยีที่พัฒนาขึ้น ทำให้เรามีเครื่องมือใหม่ๆที่สามารถช่วยอุดช่องว่างตรงนี้ได้ เช่น รายงานผลการปฏิบัติงาน หรือระบุว่าใครเป็นผู้รับผิดชอบงานส่วนดังกล่าว ซึ่งจะช่วยให้การตรวจสอบภายในองค์กรโปร่งใสขึ้น

เรียบเรียงจาก

15 Upcoming Business-Changing Tech Trends (And How To Prepare For Them)

AHEAD ASIA นวัตกรรม ล้ำหน้า

10 เทรนด์ทางธุรกิจ จากงาน World Retail Congress 2019

Subscribe to Our Newsletter

Total
312
Shares
Previous Article
T.O.P.2019

ทรู ดิจิทัล พาร์ค โชว์ศักยภาพศูนย์กลางนวัตกรรมดิจิทัลอาเซียนในงาน T.O.P.2019

Next Article
Exponential Technologies

รู้จัก Exponential Technologies กับ Rob Van Alphen แห่ง School of Disruption

Related Posts