เมื่อโลกกำลังเปลี่ยนผ่านสู่ยุคดิจิทัลแบบเต็มตัว ธุรกิจของคุณก็เช่นกัน Forbes ได้ทำการสำรวจความเห็นจากกลุ่มผู้เชี่ยวชาญในสายเทคโนโลยีต่างๆ และทำการสรุป เทรนด์เทคโนโลยี ต่างๆที่จะเกิดขึ้นไว้

มาดูกันว่า เทรนด์เทคโนโลยี ไหนบ้างที่กำลังจะมา และองค์กรของคุณควรเตรียมตัวรับมืออย่างไร

#1
ออฟฟิศไร้พรมแดน

การทำงานแบบ remote working คือหนึ่งในเทรนด์ที่ถูกพูดถึงมากที่สุด

ชเวตา ซาราฟ จาก Digitalocean มองว่าการจะทำแบบนั้นได้ องค์กรก็จำเป็นต้องเตรียมความพร้อมให้กับทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องด้วย ไม่ใช่เฉพาะเครื่องไม้เครื่องมือเท่านั้น แต่ยังต้องสร้างวัฒนธรรมองค์กรที่เหมาะสมให้ทุกคนปฏิบัติตามด้วย

ซาราฟ มองว่าแนวทางนี้จะเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญในหลายอุตสาหกรรม เมื่อเรื่องไทม์โซนจะไม่ใช่ข้อจำกัดในการรับพนักงานอีกต่อไป เพราะสมาชิกในทีมอาจนั่งทำงานอยู่ ณ อีกซีกโลกซึ่งเวลาต่างกันเลยก็ได้

อัฟชิน เดาสท์ จาก Advanced Intelligent Systems Inc. เป็นอีกรายที่เห็นด้วยกับเรื่องนี้

เพราะปัจจุบันเครื่องมืออย่างคลาวด์คอมพิวติ้ง ทำให้เอกสารหนึ่งชุดสามารถแก้ไขและผ่านการตรวจสอบได้จากคอมพิวเตอร์หลายๆเครื่องพร้อมกัน หรือแม้แต่การประชุมที่สามารถพูดคุยกันได้ผ่านอุปกรณ์ จากสถานที่ต่างๆกัน

นั่นหมายถึงคนทำงานในยุคนี้และยุคถัดๆไป จะต้องเรียนรู้การใช้เครื่องมือเหล่านี้ให้ได้ เพื่อให้การทำงานจากระยะไกลเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ

ส่วนในมุมของ โจเซ มอรีญ์ จาก Liberty มองว่า remote working นี้ จะยังกินความไปถึงการทำคราวด์ซอร์สซิง หรือ กิ๊ก เอโคโนมี ด้วย

นั่นคืองานอาจถูกแจกจ่ายไปยังคนที่มีความเชี่ยวชาญเฉพาะด้านมากขึ้น ตั้งแต่ระดับ C-suite ไปจนถึงพนักงานทั่วๆไป ซึ่งคนเหล่านั้นอาจเป็นทาเลนต์ที่ไม่ได้ประจำอยู่ในองค์กร หรือไม่ได้อยู่ในประเทศเดียวกันด้วยซ้ำ

ซึ่งการจะทำแบบนั้นได้ เพอร์เซเมค เบอเรนดท์ จาก Talent Alpha ก็นำเสนอไอเดียเกี่ยวกับ ‘ฮิวแมน คลาวด์’ หนึ่งในเทรนด์มาแรงของ HR tech สำหรับการค้นหาทาเลนท์ที่มีทักษะตามต้องการได้ ในแบบออนดีมานด์

(อ่านเพิ่มเติม 10 ทักษะสุดฮอต การันตีโดย LinkedIn)

#2
โอกาสที่เท่าเทียม จากการศึกษาที่เข้าถึงได้ง่าย

ไทแกรน สโลยัน ซีอีโอและผู้ก่อตั้ง CodeSignal สตาร์ทอัพสาย edtech ที่เน้นพัฒนาทักษะด้านการเขียนโปรแกรม รวมถึงช่วยแนะแนวทางแก่บริษัทต่างๆในการจ้างนักพัฒนา

สโลยัน มองว่าเมื่อการศึกษาในปัจจุบันเริ่มเป็นดิจิทัลมากขึ้น ทำให้การเข้าถึงหลักสูตรต่างๆง่ายกว่าเดิม และจะส่งผลกระทบต่อแนวทางการจ้างงาน การประเมิน หรือเลื่อนตำแหน่งพนักงานด้วย

การศึกษาที่เท่าเทียมจะทำให้ข้อมูลบางอย่างในเรซูเม่ไม่มีความหมายอีกต่อไป เพราะการเรียนจบจากสถาบันไหน อาจไม่สำคัญเท่าทักษะและศักยภาพที่คุณมี ซึ่งเรียนรู้ได้จากทางออนไลน์นั่นเอง

(อ่านเพิ่มเติม Apple, Google และ IBM พร้อมรับพนักงานไม่สนวุฒิปริญญา และ Squirrel AI ปฏิรูปการศึกษาด้วยปัญญาประดิษฐ์)

#3
สวัสดิการในรูปดิจิทัล

องค์กรและนายจ้างในปัจจุบัน เริ่มรู้ว่าการลงทุนในด้านสุขภาพของพนักงาน จะเป็นเรื่องสำคัญมากขึ้น

และรู้ว่าการป้องกันปัญหาที่จะเกิดนั้นคุ้มค่ากว่าการต้องมารับผิดชอบบิลค่าใช้จ่าย เมื่อคนเหล่านั้นต้องเข้าโรงพยาบาล และยังส่งผลในเชิงบวกต่อประสิทธิภาพในการทำงานที่ดีขึ้นด้วย

วิคทอเรียน รีพา จาก BetterMe มองว่าการนำเทคโนโลยีด้านสุขภาพ เช่นสมาร์ทดีไวซ์ และแอพพลิเคชั่นตรวจสุขภาพ แนะนำการออกกำลังกาย หรือช่วยในการทำสมาธิมาใช้ จะเป็นอีกแนวทางที่ HR นำมาใช้มากขึ้นในอนาคต

#4
อิทธิพลของ ‘เกม’ ในการทำงาน

ปัจจุบัน การนำรูปแบบของเกมมาประยุกต์ใช้ในการทำงาน มีตั้งแต่การจำลองสถานการณ์เพื่อทดสอบคนที่มาสมัครงาน หรือทดสอบทักษะการทำงานร่วมกับ AI ฯลฯ

แซลลี่ อีฟส์ จาก MindFit Limited มองว่าอิทธิพลของเกมในลักษณะนี้ จะมีให้เห็นมากขึ้นเรื่อยๆ เช่น นำไปประยุกต์ใช้สำหรับเรียนรู้การทำงานร่วมกันในแบบเรียลไทม์ ฯลฯ

#5
พลังของการประมวลผลบนบล็อกเชน

การประมวลผลในงานที่ซับซ้อน เช่นการเรนเดอร์ CGI หรือการทำแมชีนเลิร์นนิ่ง ให้ได้ผลดี องค์กรอาจต้องลงทุนมหาศาลกับเครื่องไม้เครื่องมือ

แต่ พาเวล รเซสซูชินสกี จาก Codewise มองว่ามีอีกตัวเลือกที่น่าสนใจ คือบล็อกเชน ซึ่งใช้การประมวลผลร่วมกันผ่านการแชร์ทรัพยากรจากที่ต่างๆ ซึ่งจะช่วยลดค่าใช้จ่ายในด้านอุปกรณ์ได้อีกมาก

(อ่านเพิ่มเติม มองไกลไประดับโลก กับ Band Protocol สตาร์ทอัพบล็อกเชนสายเลือดไทย)

#6
เปลี่ยนโฟกัสในการทำงานด้วย AI และแมชีนเลิร์นนิ่ง

ปัญญาประดิษฐ์ และแมชีนเลิร์นนิ่ง จะช่วยให้การคาดเดาเทรนด์ต่างๆ แม่นยำมากขึ้น เพราะมนุษย์ไม่มีทั้งเวลาและความสามารถมากพอที่จะประมวลผลข้อมูลมหาศาลได้

อาเบะ อันคูมาห์ จาก Nyansa มองว่าข้อมูลจาก ดาต้า อนาไลติกส์ จะช่วยแก้ปัญหานี้ได้ ซึ่งนั่นหมายถึงโฟกัสในการทำงาน จะเปลี่ยนจากการวิเคราะห์และคาดคะเน มาเป็นการตัดสินใจและลงมือทำ

และโมเดลธุรกิจที่ผสมผสานระหว่างเครื่องจักรกับมนุษย์นี้ จะเป็นกุญแจสู่ความสำเร็จขององค์กร คือความเห็นจาก ซานเจย์ สรีวาสตาวา ของ Genpact

(อ่านเพิ่มเติม มองโอกาสทางธุรกิจผ่านสายตา AI กับ ดร.ชนิกานต์ ว่องวิริยะวงศ์ แห่ง EATLAB)

#7
ความจริงเสมือน

Augmented Reality คือเทคโนโลยีที่ยักษ์ใหญ่ทั่วโลกพยายามผลักดันให้เกิดขึ้น เหมือนที่เร็วๆนี้ มีข่าวว่า Facebook จับมือกับ Ray-ban เดินหน้าพัฒนาแว่นที่แสดงอินเตอร์เฟสแบบความจริงเสมือนได้

ในทรรศนะของ แม็ทธิว วอลเลซ แห่ง Faction Inc. อินเตอร์เฟสรูปแบบใหม่นี้ มีศักยภาพที่จะสร้างสรรค์อะไรใหม่ๆได้มากมายในอนาคต นอกจากการเล่นเกมที่ถูกนำมาใช้ในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา

(อ่านเพิ่มเติมใน 5 วิถีชีวิตที่จะเปลี่ยน ด้วยเทคโนโลยี 5G )

#8
การเข้าถึงดาต้า อนาไลติกส์ที่ง่ายขึ้นในองค์กร

จากนี้ไป การตัดสินใจในเชิงธุรกิจจะต้องพึ่งพาข้อมูลมากขึ้นเพื่อความแม่นยำและถูกต้อง แต่ที่ผ่านมา ข้อมูลภายในบริษัทมักถูกเก็บไว้โดยคนบางกลุ่ม และการจะเรียกใช้งานแต่ละครั้ง มีขั้นตอนที่ยุ่่งยากและเสียเวลาเกินไป

คำแนะนำจาก คริสเตียน โอโฟรี-บัวเต็ง จาก ChristianSteven Software คือองค์กรต่างๆ ต้องเปิดกว้างให้พนักงานมีโอกาสใช้เครื่องมือเหล่านี้มากขึ้น เพื่อช่วยในการตัดสินใจแต่ละครั้ง เพื่อลดความผิดพลาดที่อาจเกิดขึ้น

และหนึ่งในวิธีที่น่าสนใจ สำหรับการเข้าถึงข้อมูลเหล่านี้ ที่เสนอโดย ดอว์สัน วิทฟิลด์ จาก Look คือการใส่ฟังก์ชั่นแชทบอทภายในองค์กรลงระบบอินทราเน็ตในองค์กร เพื่อช่วยในการค้นข้อมูลและตอบคำถามหรือนโยบายต่างๆ ซึ่งจะลดเวลาในการค้นหา และช่วยให้พนักงานทำงานได้สะดวกรวดเร็วขึ้น

#9
Remote Desktop ในธุรกิจขนาดกลางและเล็ก

เทคโนโลยี remote desktop หรือโปรแกรมควบคุมเครื่องคอมพิวเตอร์ จากระยะไกลไม่ใช่เรื่องใหม่ แต่ที่ผ่านมา ขอบเขตการใช้งานยังจำกัดอยู่เฉพาะในองค์กรใหญ่ๆเท่านั้น

แต่ปัจจุบันเมื่อเทคโนโลยีนี้ก้าวหน้าขึ้น และคลาวด์มีราคาถูกลง ไมเคิล กู๊ดวิน จาก Server@Work ก็มองว่าธุรกิจขนาดกลางและเล็ก จะเริ่มเปลี่ยนจากการใช้งานเซิร์ฟเวอร์ดั้งเดิม มาใช้ remote desktop มากขึ้น เพื่อความสะดวกและคล่องตัวในการทำงาน

#10
ระบบการทำงานโปร่งใสตรวจสอบได้

การทำงานในระบบเดิมๆ อาจมีปัญหาเรื่องความโปร่งใสในการตรวจสอบข้อมูลต่างๆ

แต่ คริสตี้ จอห์นสัน จาก AchieveIt มองว่า เทคโนโลยีที่พัฒนาขึ้น ทำให้เรามีเครื่องมือใหม่ๆที่สามารถช่วยอุดช่องว่างตรงนี้ได้ เช่น รายงานผลการปฏิบัติงาน หรือระบุว่าใครเป็นผู้รับผิดชอบงานส่วนดังกล่าว ซึ่งจะช่วยให้การตรวจสอบภายในองค์กรโปร่งใสขึ้น

เรียบเรียงจาก

15 Upcoming Business-Changing Tech Trends (And How To Prepare For Them)

AHEAD ASIA นวัตกรรม ล้ำหน้า

10 เทรนด์ทางธุรกิจ จากงาน World Retail Congress 2019