Libra Association องค์กรไม่แสวงผลกำไรสำหรับกำกับดูแล Libra สกุลเงินดิจิทัลตัวใหม่ ที่ริเริ่มโดย Facebook กำลังระส่ำระสาย หลังมีรายงานว่า Stripe, Visa และ Mastercard สามองค์กรด้านการเงิน เตรียมถอนตัวจากการเป็นพันธมิตร ตาม PayPal ที่อำลาไปก่อนหน้า

Libra เป็นสกุลเงินดิจิทัลในกลุ่ม stable coin ที่ริเริ่มโดย เดวิด มาร์คัส ผู้บริหารคนสำคัญของ Facebook และมีการแถลงเปิดตัวไปเมื่อ 18 มิถุนายนที่ผ่านมา โดยมีเป้าหมายเพื่อผลักดันให้เกิดโครงสร้างทางการเงินที่ใช้งานได้ง่าย สำหรับคนทั้งโลก ขอเพียงมีสมาร์ทโฟนใช้งานเท่านั้น

(อ่านเพิ่มเติม Libra โดนถล่มยับหลังเปิดตัว สภาคองเกรสเตรียมเรียกผู้บริหาร Facebook ชี้แจง)

อย่างไรก็ตาม ก็มีกระแสต่อต้านแนวคิดนี้อย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะจากหน่วยงานรัฐ ที่ทำหน้าที่กำกับดูแลการเงิน ทั้งในสหรัฐฯ และยุโรป ซึ่งเป็นประเด็นที่ มาร์ค ซัคเกอร์เบิร์ก ซีอีโอของ Facebook กล่าวถึงในช่วง Q&A กับคนในองค์กร และถูกบันทึกเสียงไว้ ก่อนถูกนำมาเผยแพร่ในโลกออนไลน์ โดย The Verge เมื่อเร็วๆนี้

จนเมื่อวันที่ 4 ต.ค. ที่ผ่านมา PayPal ก็ได้ประกาศถอนตัวจากการเป็นพันธมิตรสนับสนุน Libra ก่อนการประชุมครั้งแรก ที่กรุงเจนีวา ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ในวันที่ 14 ต.ค.นี้ โดยระบุเพียงแค่ว่าต้องการให้ความสำคัญกับการพัฒนาธุรกิจหลัก แต่ไม่ได้ให้เหตุุผลถึงการถอนตัวในครั้งนี้แต่อย่างใด

ขณะเดียวกัน ก็มีรายงานต่อเนื่องว่า องค์กรอื่นๆที่อยู่ในเครือข่ายพันธมิตร โดยเฉพาุะกลุ่มการเงินอย่าง Stripe, Visa และ Mastercard ก็กำลังพิจารณาสถานะของตนในเรื่องนี้เช่นกัน หลังมีแรงกดดันจากสภาคองเกรสสหรัฐฯ

ความไม่แน่นอนที่เกิดขึ้น ทำให้แม้แต่ ซัคเกอร์เบิร์ก ยังยอมรับว่าอาจต้องชะลอการเปิดใช้งาน Libra ออกไปจากกำหนดเดิมในปี 2020 ตามที่เคยประกาศไว้ก็ได้

AHEAD TAKEAWAY

หากตัดประเด็นเรื่องที่ว่า Facebook คือผู้อยู่เบื้องหลัง และพยายามผลักดันให้เกิดขึ้น เพราะเป็นช่องทางในการสร้างโอกาสทางธุรกิจใหม่ๆ นอกเหนือจากรายได้ทางโฆษณาออนไลน์

ในเชิงอุดมคติ Libra คือแนวคิดที่จะปฏิรูปการเงินของโลก ที่ช่วยให้ชีวิตของผู้คนทั่วไปสะดวกง่ายดายขึ้น

แต่ในเวลาเดียวกัน หากโครงการนี้เกิดขึ้นได้จริง ก็จะส่งผลกระทบต่อบทบาทของสถาบันการเงินต่างๆลงอย่างชัดเจน หรือแม้แต่ภาครัฐเองก็จะพลอยได้รับผลกระทบไปด้วย

จึงไม่แปลกที่องค์กรต่างๆที่ประกาศตัวร่วมเป็นพันธมิตรสนับสนุน Libra ถึงได้รับแรงกดดันมากเป็นพิเศษ โดยเฉพาะกลุ่มการเงินที่ยังต้องอาศัยคอนเนกชั่นที่ดีกับหน่วยงานที่กำกับดูแลด้านการเงินของรัฐ

รายงานจาก Wall Street Journal เผยว่ากรมธนารักษ์ของสหรัฐฯ ได้ส่งจดหมายตรงถึงองค์กรต่างๆในกลุ่มพันธมิตร เพื่อขอความกระจ่างในเรื่องนี้ รวมถึงบทบาทของบริษัทนั้นๆ ในอีโคซิสเต็มของ Libra

ขณะเดียวกัน ประเด็นที่เคยเป็นจุดอ่อนของ Facebook ทั้งปัญหาเรื่อง privacy รวมถึงปัญหาของเงินดิจิทัล ซึ่งถูกนำไปใช้ในการฟอกเงิน ก็กลายเป็นเป้าโจมตีหลักของฝ่ายที่ไม่เห็นด้วย

ล่าสุด แม้แต่ท่าทีของ มาร์ค ซัคเกอร์เบิร์ก ก็เริ่มอ่อนลง เพราะหากจะว่ากันตามจริงแล้ว สถานะปัจจุบันของ Libra Association ก็ยังคลุมเครือ

เพราะ WSJ อ้างข้อมูลจากแหล่งข่าว ว่า องค์กรต่างๆที่เป็นสมาชิกในพันธมิตร เพียงแค่ลงนามใน LOI (หนังสือแสดงเจตจำนง) เท่านั้น นั่นแปลว่ายังไม่มีผลผูกพันทางกฎหมาย และก็ยังไม่มีองค์กรไหนจ่ายค่าเข้าร่วม 10 ล้านดอลลาร์ แลกกับ Libra Investment Token ตามที่ประกาศไว้

การประชุมครั้งแรกของกลุ่มพันธมิตรในวันจันทร์ที่ 14 ต.ค. นี้ จึงน่าจะเป็นตัวกำหนดว่าสุดท้ายแล้ว อนาคตของ Libra Association รวมถึงทิศทางของเงินดิจิทัล จะมุ่งหน้าไปทางไหนด้วย

เรียบเรียงจาก

Visa, Mastercard, Others Reconsider Involvement in Facebook’s Libra Network

AHEAD ASIA นวัตกรรม ล้ำหน้า

อริเก่า ‘มาร์ค’ ไม่ปิดโอกาสร่วมงานกัน หลัง Facebook เปิดตัวเงินดิจิทัล Libra