Libra Association องค์กรไม่แสวงผลกำไรที่ตั้งขึ้น เพื่อดูแล Libra สกุลเงินดิจิทัลที่ริเริ่มโดย Facebook ประกาศรายชื่อ 21 สมาชิกกลุ่มแรกอย่างเป็นทางการแล้ว ในการประชุมครั้งแรกที่กรุงเจนีวา สวิตเซอร์แลนด์

(อ่านเพิ่มเติม สกุลเงิน Libra โดนถล่มยับ สภาคองเกรสเรียกผู้บริหารชี้แจง)

สถานะของ Libra สั่นคลอนหนักในรอบสัปดาห์ที่ผ่านมา เมื่อ PayPal เป็นพันธมิตรรายแรกที่ประกาศถอนตัวจากการสนับสนุน ขณะที่เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา Visa, Mastercard, Stripe ในกลุ่ม Payments eBay กับ Mercado Pago ในกลุ่มอีคอมเมิร์ซ และ Booking Holdings ในกลุ่มท่องเที่ยว ก็เป็นอีกหกรายที่ถอนตัวตามไป

(อ่านเพิ่มเติม Libra สะเทือน Stripe, Visa, Mastercard ถอนตัวตาม PayPal)

อย่างไรก็ตาม เมื่อวันจันทร์ที่ 14 ตุลาคม 21 สมาชิกที่เหลือของ Libra Association ก็เดินทางมาประชุมตามกำหนด และลงนามในข้อบังคับร่วมของสมาคมฯ (Libra Association charter)

นอกจากนี้ ยังมีการประกาศรายชื่อสมาชิกบอร์ดชุดแรก จำนวน 5 ราย ได้แก่ เดวิด มาร์คัส รองประธาน Facebook และผู้ริเริ่มโครงการนี้ ร่วมด้วยตัวแทนจาก Andreessen Horowitz, PayU, Kiva Microfunds และ Xapo Holdings

สำหรับ 21 สมาชิกอย่างเป็นทางการของ Libra Association ประกอบด้วย

กลุ่มกองทุน
Andreessen Horowitz
Creative Destruction Lab
Thrive Capital
Ribbit Capital
Breakthrough Initiatives
Union Square Ventures

กลุ่มบล็อกเชน
Coinbase
Anchorage
Xapo
Bison Trails

กลุ่มองค์กรไม่แสวงผลกำไร
Kiva Microfunds
Mercy Corps
Women’s World Banking

กลุ่มโทรคมนาคม
Lliad
Vodafone

กลุ่มอีคอมเมิร์ซ
Farfetch

กลุ่มไรด์-แชริ่ง
Lyft
Uber

กลุ่มความบันเทิง
Spotify

กลุ่มเพย์เมนท์
PayU
Calibra (Facebook)

เบื้องต้น สมาชิกแต่ละราย จะต้องลงทุนรายละ 10 ล้านดอลลาร์ เพื่อเข้าสู่กองทุนของสมาคมฯ โดยแต่ละรายจะมีคะแนนโหวตหนึ่งเสียงเท่ากัน ในเรื่องต่างๆ เช่น รับสมาชิกเพิ่ม ปลดออก แก้ไขนโยบาย หรือแม้แต่ยุบสมาคมฯ จะต้องใช้เสียงอย่างน้อยสองในสาม

ด้าน มาร์ค ซัคเกอร์เบิร์ก ซีอีโอของ Facebook ก็มีกำหนดเดินทางไปเข้าพบคณะกรรมาธิการบริการทางการเงินของสภาคองเกรส เพื่อให้ข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับโครงการนี้ ภายในสัปดาห์หน้าด้วย

AHEAD TAKEAWAY

ในช่วงเวลาแค่สัปดาห์เศษๆ จากเงินสกุลใหม่ที่จะปฏิวัติโลก อนาคตของ Libra ทำท่าจะไม่สวยเหมือนตอนเปิดตัวแล้ว

การถอนตัวของ Visa, Mastercard และอดีตสมาชิกอื่นๆ ทำให้ ณ ปัจจุบัน Libra เหลือสมาชิกในกลุ่มเพย์เมนท์จริงๆ คือ PayU เพียงรายเดียวเท่านั้น ขณะที่ Calibra ก็คือบริษัทลูกของ Facebook นั่นเอง

เหตุผลหลักๆ น่าจะไม่ยากเกินคาดเดา เพราะองค์กรที่เกี่ยวข้องกับธุรกรรมการเงินเหล่านี้ ต้องเลือกรักษาสัมพันธภาพที่ดีกับหน่วยงานรัฐเป็นอันดับแรก เพราะส่งผลกับสถานะของบริษัทตนโดยตรง ซึ่งจะส่งผลต่อความมั่นใจของผู้ใช้งานทั่วไปอย่างแน่นอน

อีกประเด็นที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ คือรายงานที่ว่าประเทศในกลุ่ม G7 (แคนาดา, ฝรั่งเศส, เยอรมนี, อิตาลี, ญี่ปุ่น, สหราชอาณาจักร และสหรัฐฯ) แสดงท่าทีไม่เห็นด้วยกับโครงการนี้ เพราะมองว่ามีความเสี่ยงสูงที่จะส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจโลก

แม้แต่ตัว Calibra เอง ก็ประสบปัญหาเช่นกัน เมื่อกำลังถูก Current สตาร์ทอัพสายธนาคารฟ้องร้องเรื่องการลอกเลียนโลโก้ ที่ถ้านำมาเปรียบเทียบกันแล้ว หากทาง Calibra ไม่ได้ตั้งใจ ก็ถือเป็นความสะเพร่าครั้งใหญ่ของทีมงาน เพราะแม้จะไม่ใช่คู่แข่งโดยตรง แต่ธุรกิจของทั้งสองบริษัทฯ ก็ถือว่าอยู่ในอุตสาหกรรมเดียวกันอยู่ดี

เรื่องที่เกิดขึ้นนี้ น่าจะเป็นเพียงส่วนหนึ่งที่ ซัคเกอร์เบิร์ก และทีมงานต้องเจอเท่านั้น เพราะการจะเปลี่ยนแปลงโครงสร้างเศรษฐกิจของโลกครั้งใหญ่ในลักษณะนี้ จะยังมีแรงต้านสำคัญๆเกิดขึ้นอีกแน่นอน ที่น่าสนใจคือ Calibra (หรือ Facebook) จะทำอย่างไร เพื่อโน้มน้าวสมาชิกใหม่มาร่วมเป็นพันธมิตรด้วย หรือแม้แต่การประคับประคองสมาชิกอื่นๆไม่ให้ถอดใจ ถอนตัวไปเหมือน 7 รายที่โบกมือลาไปก่อนหน้านี้

เรียบเรียงจาก

Facebook-led Libra project announces its 21-member council after exodus of top payments companies

More Bad News for Facebook’s Libra

AHEAD ASIA นวัตกรรม ล้ำหน้า