TikTok โซเชียลมีเดียมาแรงของจีน เปิดฉากบุกใส่ Facebook ก่อน หลังย้ายมาตั้งสำนักงานแห่งใหม่ในซิลิคอน วัลลีย์ และทยอยดึงตัวพนักงานของโซเชียลเบอร์หนึ่งไปร่วมงานด้วยอัตราค่าตอบแทนที่สูงกว่า

TikTok ซึ่งเปิดตัวเป็นครั้งแรก ในปี 2017 เป็นแอพพลิเคชั่นสำหรับสร้างวิดีโอขนาดสั้น เพียง 15 วินาที ซึ่งได้รับความนิยมอย่างสูงในกลุ่มคนรุ่นใหม่ทั่วโลก โดยทางบริษัทแม่ Bytedance เผยว่าปัจจุบัน ตัวแอพฯมียอดผู้ใช้งานต่อวัน ไม่ต่ำกว่า 700 ล้านคน จนเคยมีข่าวว่า Facebook ซึ่งเป็นเจ้าตลาดโซเชียลมีเดีย สนใจที่จะพัฒนาแอพในรูปแบบเดียวกัน มาแข่งขัน เพื่อเจาะกลุ่มตลาดวัยรุ่นบ้าง

(อ่านเพิ่มเติม Facebook ฉกไอเดีย Tik Tok ปั้นแอพใหม่ หวังส่วนแบ่งตลาดวัยรุ่น)

และเร็วๆนี้ Bytedance ซึ่งปัจจุบันนับเป็นสตาร์ทอัพที่มีมูลค่าสูงสุดในโลก ที่ 75,000 ล้านดอลลาร์ ก็เพิ่งย้ายมาใช้พื้นที่ออฟฟิศเดิมของ Whatsapp ในเมาเทนวิว แคลิฟอร์เนีย ซึ่งอยู่ห่างจาก เมนโล พาร์ค ที่ตั้งสำนักงานใหญ่ของ Facebook เพียงไม่กี่ไมล์เท่านั้น พร้อมกับรายงานว่าได้มีการดึงพนักงานของโซเชียลยักษ์ใหญ่ให้ย้ายข้ามฟากมาทำงานด้วย ไม่ต่ำกว่า 30 คนในรอบปีที่ผ่านมา

อดีตพนักงานของ Facebook หลายรายที่ปัจจุบัน ทำงานให้ Bytedance อธิบายว่าเหตุผลหลักที่สตาร์ทอัพจากจีนรายนี้ ต้องการพนักงานที่มีประสบการณ์จาก Facebook เพราะต้องการความรู้ความสามารถในการแกัปัญหาเฉพาะด้าน เพื่อรองรับการเติบโตของบริษัทที่กำลังขยายตัวขึ้นเรื่อยๆ

นอกจากอดีตพนักงานของ Facebook แล้ว ยังมีรายงานว่า Bytedance ยังว่าจ้างพนักงานของบริษัทเทคฯอื่นๆ อาทิ Snap, Hulu, Apple, YouTube และ Amazon ด้วยค่าตอบแทนที่สูงกว่าถึง 20% แม้สวัสดิการหลายๆเรื่องจะเป็นรอง เช่นไม่มีอาหารฟรีตลอดวันเหมือนกับหลายๆบริษัทในกลุ่มนี้ก็ตาม

ขณะเดียวกันก็มีรายงานว่า Bytedance ยังมีแผนขยายสำนักงานใหญ่ที่ปัจจุบันตั้งอยู่ที่ คัลเวอร์ ซิตี้ ในแคลิฟอร์เนีย ไปยังออฟฟิศแห่งใหม่ที่รองรับพนักงานได้มากกว่า 1 พันคนอีกด้วย

AHEAD TAKEAWAY

แม้ปัจจุบัน กระแสของโซเชียลมีเดียจะไม่บูมเท่าที่ผ่านมา แต่ส่วนหนึ่งเพราะอุตสาหกรรมนี้กลายเป็นเรื่องที่ทุกคนคุ้นชินกันไปแล้ว นอกเหนือจากการที่ตลาดส่วนใหญ่ถูกกินรวบไปโดย Facebook ซึ่งมีทั้ง Whatsapp, Messenger และ Instagram ในมือ

แต่การเติบโตของ TikTok ในเวลาสั้นๆ ด้วยจุดขายจากการเป็นแพลตฟอร์มสำหรับสร้าง User Generated Content ที่เข้าถึงคนรุ่นใหม่ (กลุ่มอายุ 16-24 ปี) ได้ ก็ทำให้ตลาดนี้กลับมาคึกคักอีกครั้ง จนแม้แต่ มาร์ค ซัคเกอร์เบิร์ก ต้องหันมาสนใจคู่แข่งจากจีนรายนี้มากขึ้น

แม้จะยังไม่เคยพูดถึงอย่างจริงจังในการประกาศผลประกอบการ และเปรียบเทียบส่วนแบ่งตลาดกับ Twitter หรือ Snap

แต่ก็มีการเปิดเผยว่า ซัคเกอร์เบิร์ก เคยกล่าวถึงเรื่องนี้บ้างแล้วกับพนักงานในเซสชั่น Q&A ของบริษัท ว่า TikTok เป็นบริษัทจากจีนที่ต้องจับตามอง หลังแสดงให้เห็นถึงการเติบโตไปทั่วโลก ไม่เว้นกระทั่งกลุ่มวัยรุ่นในสหรัฐฯ

ที่จริงแล้ว Facebook ยังเคยทดลองปล่อยแอพ Lasso ที่มีฟีเจอร์หลายๆอย่างคล้ายกัน มาแล้ว แต่ไม่ค่อยได้รับความนิยมเท่าที่ควร โดยมียอดดาวน์โหลดทั่วโลก ทั้งในระบบแอนดรอยด์และ iOS เพียง 420,000 ครั้ง เมื่อเทียบกับ 546 ล้านครั้งของแอพจากจีน (อ้างอิงจากการสำรวจโดย Sensor Tower)

หรือแม้แต่ Instagram ที่เป็นหัวหอกในการเจาะตลาดวัยรุ่น ก็กำลังพัฒนาฟีเจอร์ใหม่ ชื่อ Clips ที่มีคุณสมบัติการสร้างวิดีโอสั้นเช่นกัน

ความน่าสนใจของเรื่องนี้ จึงอยู่ที่การเลือกของ Bytedance ที่จะเป็นฝ่ายรุกเข้าใส่ Facebook และบริษัทยักษ์ใหญ่อื่นๆในซิลิคอน วัลลีย์ เพื่อชิงส่วนแบ่งการตลาด แทนที่จะรอให้อีกฝ่ายพัฒนาฟีเจอร์แบบเดียวกันมาชิงกลุ่มลูกค้าในมือ เหมือนที่ Snap เคยถูกเล่นงานด้วยวิธีนี้มาก่อนแล้ว

(อ่านเพิ่มเติม แอพชนแอพ เมื่อ Facebook สอนมวย Snapchat)

เรียบเรียงจาก
TikTok has moved into Facebook’s backyard and is starting to poach its employees

AHEAD ASIA นวัตกรรม ล้ำหน้า

แอพใหม่เกิดยาก หลังสถิติยืนยันคนนิยมโหลดแอพที่คุ้นเคย มากกว่าลองของใหม่