SoftBank Group เตรียมเข้าซื้อกิจการของ WeWork ในแบบลดกระหน่ำจากราคาประเมิน 47,000 ล้านดอลลาร์ เมื่อตอนต้นปี เหลือ 8 พันล้านดอลลาร์ ภายในสัปดาห์นี้ พร้อมปรับโครงสร้างภายในขนานใหญ่ โดยเฉพาะการปลด อดัม นิวแมนน์ อดีตซีอีโอจากการมีบทบาทในองค์กร

WeWork ล้มเหลวในการนำบริษัทฯเข้าสู่ตลาดหลักทรัพย์ เมื่อเดือนกันยายน เนื่องจากพบพิรุธหลายเรื่องในเอกสารไฟลิ่งที่ส่งให้ กลต. ของสหรัฐ จนสุดท้าย อดัม นิวแมนน์ ซีอีโอและผู้ก่อตั้งถูกบีบให้วางมือ ไปรับตำแหน่งที่ไม่มีอำนาจในการบริหารแทน

(อ่านเพิ่มเติม สูงสุดสู่สามัญ ทางตันบนเส้นทางสู่ IPO ของ WeWork และ อดัม นิวแมนน์)

ขณะเดียวกัน ก็มีรายงานจาก CNBC ว่าบริษัทกำลังประสบปัญหา และกำลังจะหมดเงินทุนสำหรับดำเนินงานต่อ ในอีกไม่กี่สัปดาห์ข้างหน้า จนต้องเร่งปลดพนักงานอย่างน้อย 2 พันคน หรือราว 13% เพื่อลดค่าใช้จ่าย

ส่งผลให้ SoftBank ซึ่งเป็นหนึ่งในผู้ถือหุ้นใหญ่ เตรียมเข้ามาพยุงกิจการด้วยข้อเสนอราว 7.5-8 พันล้านดอลลาร์ แลกกับหุ้นบางส่วนเพิ่มเติม ซึ่งจะทำให้กองทุนยักษ์ใหญ่จากญี่ปุ่น มีหุ้นเพิ่มจาก 29% เป็น 70% หรือมากกว่า และมีสิทธิ์ในการบริหารอย่างเต็มตัว

Business Insider ยังเผยเพิ่มเติมว่าในข้อเสนอดังกล่าว นิวแมนน์ จะได้รับเงิน 200 ล้านดอลลาร์ แลกกับการถอนตัวจากตำแหน่งบอร์ดของบริษัท รวมถึงสิทธิ์ทั้งหมดในการโหวต เพื่อเปิดทางให้ มาร์เซโล คลอเร ซีอีโอของ SoftBank International เข้ามาดูแลแทน

(อ่านเพิ่มเติม Do Things that Don’t Scale เหตุผลที่ Airbnb เวิร์ค (แต่ WeWork ไม่เวิร์ค))

อีกตัวเลือกของ WeWork คือการเจรจาปรับโครงสร้างหนี้กับ JPMorgan ซึ่งถือหุ้นบริษัทฯ เป็นอันดับสามรอง แต่แหล่งข่าวรายหนึ่งเปิดเผยกับ CNBC ว่ามีแนวโน้มที่บอร์ดชุดปัจจุบันจะตอบรับข้อเสนอจากทาง SoftBank มากกว่า

AHEAD TAKEAWAY

ทิม คัลแพน นักวิเคราะห์ของ Bloomberg มองว่าการที่ SoftBank (และ มาซาโยชิ ซอน) ตัดสินใจเดินหน้าอุ้ม WeWork ต่อ อาจไม่เกี่ยวข้องกับศักยภาพของบริษัทฯ ที่อาจฟื้นกลับมาได้อีกครั้ง (ผ่านการลดราคาหุ้น เคลียร์ปัญหาการเงิน ฯบฯ เพื่อปูทางสู่การทำ IPO ในอนาคต)

แต่เป็นเพราะไม่สามารถปล่อยให้สตาร์ทอัพยูนิคอร์นตัวนี้ล้มได้ เพราะมันจะส่งผลกระทบต่อภาพลักษณ์ของ ซอน โดยตรง ในฐานะนักลงทุนมือทองที่มองเห็นศักยภาพในธุรกิจใหม่ๆ และกล้าลงทุนในดีลที่คนอื่นมองข้าม

(อ่านเพิ่มเติม มาซาโยชิ ซอน คนบ้าผู้กล้าเดิมพัน)

ซึ่งเป็นเหตุผลว่าทำไม เจ้าตัวถึงได้รับความไว้วางใจจากนักลงทุนจำนวนมาก (รวมถึงราชวงศ์ซาอุฯ) ในการตั้งกองทุน Vision Fund 1

การลงทุนเพิ่มใน WeWork เพื่อให้บริษัทฯคงอยู่ำได้ ในทรรศนะของ คัลแพน จึงเป็นแค่การยอมเจ็บตัวเล็กน้อย เพื่อเป้าหมายที่ใหญ่กว่า คือกองทุน Vision Fund 2 มูลค่า 1.07 แสนล้านดอลลาร์ และโอกาสครั้งต่อๆไปในการเข้าถึงสตาร์ทอัพใหม่ๆจากทั่วโลกนั่นเอง

(อ่านเพิ่มเติม มาซาโยชิ ซอน ประกาศตั้งกองทุน Vision Fund สาขาสอง)

ขณะที่คนที่เจ็บตัวที่สุดจริงๆ คงไม่พ้นนักลงทุนรายอื่นๆที่โดดขึ้นรถตอนราคาของ WeWork พุ่งไปเกินความเป็นจริง หนึ่งในนั้นคือ JPMorgan ซึ่งพยายามผลักดันแผนการทำ IPO มาตลอด รวมถึงบรรดาพนักงานของบริษัทฯ ทั้งที่ถูกเลย์ออฟไปแล้ว และที่ยังอยู่ แต่ไม่ทราบชะตากรรมของตัวเองในอนาคต

เรียบเรียงจาก

Soft Bank to take control of WeWork: Sources

Soft Bank Seeks Majority Stake in WeWork With Bailout Deal

WeWork Rescue Plan Could Backfire on Soft Bank

AHEAD ASIA นวัตกรรม ล้ำหน้า