สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล ( depa ) จับมือกับ สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง (สจล.) และพันธมิตร ร่วมขับเคลื่อนความรู้ความเข้าใจในเรื่อง Coding แก่คุณครูทั่วประเทศ ด้วยโครงการ Coding Thailand ผ่านงาน มหกรรมทางการศึกษาเพื่อพัฒนาวิชาชีพครู หรือ EDUCA 2019 เมื่อเร็วๆ นี้ ณ อิมแพค ฟอรั่ม เมืองทองธานี

โครงการดังกล่าวเป็นความร่วมมือ ระหว่าง depa กับ สจล. และสถาบันการศึกษาชั้นนำทั่วประเทศ 4 สถาบันประกอบด้วย มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ (มช.), มหาวิทยาลัยขอนแก่น (มข.), มหาวิทยาลัยบูรพา (ม.บูรพา) และมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ (มอ.)

ล่าสุดได้จัดเวิร์คชอปในงาน มหกรรมทางการศึกษาเพื่อพัฒนาวิชาชีพครู หรือ EDUCA 2019 ที่จัดต่อเนื่องกันเป็นปีที่ 12 ซึ่งในปีนี้จัดขึ้นภายใต้แนวคิด พลังของชุมชนแห่งการเรียนรู้ (The Power of Learning Community)

ดร.รัฐศาสตร์ กรสูต รองผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล (depa) กล่าวว่า depa ได้มีโอกาสเข้าร่วมงาน EDUCA เป็นปีที่ 2 ซึ่งก็ได้เห็นความเปลี่ยนแปลงของงานอย่างชัดเจน

ในปีนี้มีคุณครู ให้ความสนใจมาร่วมงานเพิ่มมากขึ้น สำหรับหัวข้อที่ทาง depa จัดขึ้นในครั้งนี้คือ “สนุกกับ Coding ง่ายๆ สไตล์วิทยาการคำนวณ” ในรูปแบบเวิร์คชอปเพื่อให้คุณครูเข้าใจง่าย และสามารถนำไปถ่ายทอดต่อให้กับนักเรียนได้

และได้สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง (สจล.) ซึ่งเป็นสถาบันการศึกษาหลักในการจัดทำเรื่องของ Coding มาเป็นผู้สร้างความรู้ ความเข้าใจ ให้กับคุณครูว่าเรื่องของ Coding ไม่ใช่เรื่องยาก เนื่องจากไม่ใช่รายวิชา แต่มันคือศาสตร์อย่างหนึ่ง ซึ่งเป็นความรู้เบื้องต้นที่สามารถผสมผสานกับวิชาใดๆ ก็ได้

“หัวใจสำคัญของการจัดเวิร์คชอปเรื่อง Coding คือ ทำอย่างไรให้ครูรู้สึกว่ามันเป็นเรื่องใกล้ตัว เหมือนกับที่เราจับ มือถือมาดูไลน์ ดูเฟซบุ๊ก ไม่มีใครมาสอนเรา เรื่องของ Coding ก็เช่นกัน

หัวใจหลักๆ ของกิจกรรมนี้จะมีอยู่ 3 เรื่อง คือ

1. ทำอย่างไรให้สนุก อันนี้สำคัญที่สุด ให้ครูมั่นใจในการสอน พอครูมั่นใจบรรยากาศในการสอนก็จะสนุกสนาน

2. ทำอย่างไรให้การเรียนการสอนตอบโจทย์ตรงตามตัวชี้วัดของกระทรวงศึกษาธิการ

และ 3. ทำอย่างไรให้เด็กสามารถนำไปประยุกต์ใช้ ให้กลายเป็นนวัตกรรมเล็กๆ หรือโซลูชั่นที่สามารถนำไปประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวันได้

เมื่อนำทั้ง 3 ส่วนมารวมกัน ก็จะทำให้เด็กมีความคิดที่เป็นกระบวนการ มีตรรกะ มีความคิดสร้างสรรค์ มีแรงบันดาลใจในการสร้างสิ่งใหม่ๆ ให้สอดรับกับการเรียนรู้ในศตวรรษที่ 21” ดร.รัฐศาสตร์ กล่าว

ด้าน ดร.ใหม่ เจริญธรรม ผู้ช่วยคณบดีฝ่ายสารสนเทศ คณะครุศาสตร์อุตสาหกรรมและเทคโนโลยี สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง (สจล.) เสริมว่า

“สำหรับเวิร์คชอปที่นำมาร่วม ในงาน EDUCA เราได้นำกิจกรรมบางส่วนที่อยู่ในหลักสูตรการพัฒนาครูประถมศึกษาและมัธยมศึกษา เน้นที่การสร้าง Active Learning

โดยกิจกรรมที่เราหยิบมาใช้ จะมีทั้งในส่วนของ Unplugged คือ Coding ที่ไม่ใช้เทคโนโลยี และ Plugged คือ Coding ใช้เทคโนโลยีร่วม แต่จะเน้นในส่วนของ Unplugged เป็นหลัก และกิจกรรมของ Plugged บางส่วน เพื่อให้คุณครูสามารถเอาเทคนิคที่ได้ไปใช้สร้างสื่อการเรียนการสอนใหม่ได้”

ล่าสุด กระทรวงศึกษาธิการ ได้เตรียมนำเรื่องของ “Coding” บรรจุเป็นหลักสูตร เพื่อให้เด็กไทยทั่วประเทศได้เรียนพื้นฐานการ Coding ที่มุ่งเน้นการคิดอย่างมีระบบและการมีความคิดสร้างสรรค์ รวมไปถึงความเข้าใจในภาษาดิจิทัล ทั้งนี้เพื่อต่อยอดไปสู่การเกิดนวัตกรรมใหม่ๆ เพื่อให้สอดรับกับศตวรรษที่ 21

ปัญหาของการศึกษาไทยในอดีตและปัจจุบัน คือ เน้นที่องค์ความรู้ เป็นหลัก แต่ด้วยยุคสมัยที่เปลี่ยนไป โลกกำลังเข้าสู่ศตวรรษที่ 21 การศึกษาไทยจะยังคงมุ่งเน้นเรื่องขององค์ความรู้เพียงอย่างเดียวไม่ได้

แต่ต้องมีการบูรณาการเรื่องของเทคโนโลยีเข้าไปด้วย “ครู” ซึ่งเป็นบุคลากรสำคัญในการสร้างอนาคตของชาติ จึงจำเป็นต้องพัฒนาและเติมความรู้ให้ทันกับยุคสมัย

AHEAD ASIA นวัตกรรม ล้ำหน้า