ทิม คุก ซีอีโอ Apple รับมีความเป็นไปได้ ที่ในอนาคต บริษัทฯอาจปรับโมเดลธุรกิจใหม่ ด้วยการขาย iPhone ในลักษณะ hardware as a service หรือขายฮาร์ดแวร์พ่วงบริการอื่นๆ โดยเก็บเงินในลักษณะค่าสมาชิกรายเดือนแทน

ปัจจุบัน โมเดลธุรกิจในลักษณะ XaaS หรือ Anything-as-a-service ถูกองค์กรใหญ่ๆนำมาใช้อย่างแพร่หลาย โดยเฉพาะในกลุ่มดิจิทัล อาทิ Office365 ของ Microsoft หรือโปรแกรมต่างๆของ Adobe

ด้านกลุ่มนักลงทุนของ Apple ก็มองว่าบริษัทฯสามารถนำแนวทางนี้มาใช้กับฮาร์ดแวร์ของบริษัทได้เช่นกัน เพราะเอื้อให้คาดการณ์รายได้ในแต่ละไตรมาสได้ง่ายกว่าโมเดลธุรกิจแบบเดิม

แนวคิดสำหรับโมเดลใหม่นี้ คือเมื่อลูกค้าตัดสินใจซื้อ iPhone จะไม่ใช่แค่การจ่ายเงินซื้อเฉพาะตัวสมาร์ทโฟนอย่างเดียว

แต่ Apple อาจพ่วงบริการอื่นๆ เช่น พื้นที่จัดเก็บข้อมูลบน iCloud หรือคอนเทนต์บน Apple TV+ ให้ด้วย โดยคิดรวมทั้งค่าบริการและค่าฮาร์ดแวร์เข้าด้วยกัน และให้ลูกค้าจ่ายเป็นค่าสมาชิกรายเดือนแทน

ในมุมของนักลงทุน วิธีนี้จะส่งผลบวกต่อราคาหุ้นของบริษัทได้ โดยไม่จำเป็นต้องเร่งทำยอดขาย หรือขยับราคาสินค้าขึ้น

เมื่อ โทนี่ ซัคโคนากี นักวิเคราะห์จาก Harvard Business School ยิงคำถามถึงเรื่องนี้ ทิม คุก ก็ไม่ได้ปฏิเสธความเป็นไปได้ และยอมรับว่าโมเดลธุรกิจดังกล่าวสามารถเติบโตไปได้อีกมาก

“ถ้าจะพูดถึงโมเดล hardware as a service หรือการขายพ่วงบริการอื่นๆ จริงๆทุกวันนี้ ก็มีลูกค้าจำนวนมากที่มองสินค้าของเราในลักษณะนั้นอยู่แล้ว เมื่อพวกเขาตัดสินใจซื้อสินค้าตัวใหม่ ฉะนั้น ผมว่าเราน่าจะพอพูดได้ว่าเราเริ่มให้บริการลักษณะนั้นไปแล้ว”

“ในมุมมองของผม โมเดลนี้มันจะโตไปได้อีกมากในอนาคต”

บริการในปัจจุบันที่ คุก กล่าวถึง คือ iPhone Upgrade Program ที่เปิดให้ผู้ใช้สามารถผ่อนชำระ iPhone แบบรายเดือนได้ โดยมีค่าประกัน AppleCare และเงื่อนไขการอัพเกรดฮาร์ดแวร์เป็นรุ่นใหม่ได้หลังจากใช้ครบ 12 เดือน เป็นส่วนหนึ่งของดีล

นอกจากนี้ ยังมีการเปิดให้ผู้ใช้งานนำ iPhone รุ่นเก่ามาเทรดเป็นส่วนลดสำหรับเครื่องรุ่นใหม่แทน โดยแม้จะทำการตลาดแคมเปญนี้ในลักษณะของการลดขยะเพื่อสิ่งแวดล้อม แต่ในแง่หนึ่ง ก็เป็นแรงจูงใจให้ผู้ใช้ต้องการอัพเกรดไปใช้โทรศัพท์รุ่นที่ใหม่กว่าด้วย

ลูกา มาเอสตรี ซีเอฟโอของ Apple เผยว่าการเปิดให้ลูกค้านำเครื่องรุ่นเก่ามาแลกเป็นส่วนลดได้ในปีที่ผ่านมา มีปริมาณสูงกว่าปีก่อนๆถึงห้าเท่า ซึ่งจะส่งผลในเชิงบวกกับยอดขายฮาร์ดแวร์รุ่นใหม่ๆของบริษัท นอกเหนือจากแคมเปญล่าสุดที่ผู้ใช้บัตร Apple Card ที่บริษัทฯ ออกร่วมกับ Goldman Sachs สามารถผ่อนชำระ 0% ได้ถึง 24 เดือน (อ่านเพิ่มเติม Apple จับมือ Goldman Sachs เปิดตัวบัตรเครดิตเจาะกลุ่มสาวก)

AHEAD TAKEAWAY

มีการประเมินว่าโมเดลธุรกิจ XaaS ระหว่างปี 2016 จนถึงปี 2020 จะเติบโตขึ้นราว 40% โดยไม่ได้จำกัดแค่เรื่องดิจิทัลเท่านั้น แต่ยังไปไกลถึงการรับดูแลสัตว์เลี้้ยง จนถึงธุรกิจเดลิเวอรี

เพราะ XaaS นั้นเป็นเรื่องไลฟ์สไตล์และวิธีคิด (mindset) ของคนในยุคปัจจุบัน ที่ต้องการทั้งความคล่องตัว (agility) และเปิดกว้าง (flexibility) สำหรับทางเลือกใหม่ๆที่ดีกว่าเสมอ

ผู้ให้บริการหรือคนทำธุรกิจต่างๆ ไม่ว่าจะระดับไหน จึงต้องให้ความสำคัญกับเรื่องนี้มากในการวางกลยุทธ์ต่างๆ

แอนดี นาลลาแพน ซีไอโอและรองประธานของ Broadcom Ltd. ยังให้แง่มุมที่น่าสนใจในฝั่งผู้ให้บริการว่า โมเดล XaaS ที่เน้นคลาวด์เป็นหลัก ยังเปิดโอกาสให้องค์กรหรือบริษัทไม่จำเป็นต้องทุ่มเงิน เวลา หรือแรงงานไปกับโครงสร้างต่างๆ ซึ่งเป็นสิ่งที่เปลี่ยนแปลงได้ตลอดเวลาจนเกินไป เพราะสิ่งที่สำคัญกว่าคือการวางกลยุทธ์ทางธุรกิจให้สร้างสรรค์และเกิดประโยชน์สูงสุด

ส่วนกรณีของ Apple นั้น จริงๆอาจไม่ใช่เรื่องแปลกก็ได้ หากบริษัทจะหันมาใช้โมเดลธุรกิจ iPhone as a service หรือที่นักวิเคราะห์ตั้งชื่อว่า Apple Prime (โยงเข้ากับโมเดลลักษณะเดียวกันของ Amazon) จริงๆ

เพราะในระยะหลัง บริษัทก็หันมาเน้นรายได้ในเรื่องของบริการและคอนเทนต์มากขึ้นเรื่อยๆ โดยไม่ได้พยายามแข่งขันกับแบรนด์จากจีนที่เน้นเรื่องยอดขายมากกว่า (อ่านเพิ่มเติม Apple เน้นให้บริการคอนเทนต์แบบเหมาจ่าย และ Huawei แซง Apple ขึ้นเบอร์ 2 ยอดขายสมาร์ทโฟน) เช่นเดียวกับตลาดสมาร์ทโฟนในระยะหลังที่เริ่มอิ่มตัว (อ่านเพิ่มเติม นักวิเคราะห์ ชี้สมาร์ทโฟนใกล้ถึงทางตัน)

การ “ผูกปิ่นโต” กับกลุ่มลูกค้าด้วยบริการแบบเหมาจ่ายหรือสมัครสมาชิก โดยใช้ฮาร์ดแวร์ของบริษัทฯ เป็นสื่อกลาง น่าจะเป็นทางเลือกที่เหมาะสมกว่าสำหรับค่ายผลไม้ ในการรักษาความเป็นแบรนด์มูลค่าสูงสุดไว้ต่อไป

เรียบเรียงจาก
Apple is laying the groundwork for an iPhone subscription

Why The ‘As-A-Service’ Model Works So Well For Digital Transformation

AHEAD ASIA นวัตกรรม ล้ำหน้า