ในยุคเฟื่องฟูของ Gig Economy ที่งานบางประเภทต้องการพนักงานชั่วคราวมากกว่าฟูลไทม์ และไม่มีข้อจำกัดเรื่องใบปริญญา จนกลายเป็นโอกาสสำหรับเด็กๆรุ่นใหม่ ที่จะสร้างรายได้ในวัยเรียน

รวมถึงเป็นที่มาของ Daywork แพลตฟอร์มสำหรับนักเรียนนักศึกษาในการหางานแบบพาร์ทไทม์โดยเฉพาะ

จากไอเดียของ ศศิวิมล เสียงแจ้ว หรือคุณฝ้าย ซีอีโอสาวและผู้ก่อตั้งสตาร์ทอัพสัญชาติไทย ที่ต้องการสร้างค่านิยมให้กับเด็กรุ่นใหม่ ว่าการทำงานพาร์ทไทม์ เป็นเรื่องเท่ๆที่ใครก็ทำได้ โดยไม่ต้องอายเพื่อน

ที่มาของ Daywork

ฝ้ายเรียนจบสถาปัตย์มาค่ะ คือสมัยเรียนเราก็เคยทำงานพาร์ทไทม์ เป็นพวกสตาฟฟ์ในอีเวนท์ต่างๆมาก่อน เราก็จะเลือกทำพวกอีเวนท์ที่เกี่ยวกับแคมป์ศิลปะ ที่ใกล้กับวิชาที่เรียนเป็นหลัก

ตอนทำงานพวกนี้ ก็จะได้คุยกับลูกค้า มีการวางแผนประชุมทีม แต่พอถึงเวลางานจริงๆ อะไรๆก็จะไม่ได้เป็นตามแผน ต้องหาวิธีแก้ มีการทำงานร่วมกับคนอื่น ซึ่งทั้งหมดนี้ เราได้จากการทำงานพาร์ทไทม์ทั้งหมดเลย พอเรียนจบมาแล้ว ก็ยังได้ใช้อยู่

พอจบมา ช่วงแรกเราก็ทำงานซอฟต์แวร์เฮาส์กับเพื่อนก่อน จากนั้น ก็มาทำคอมมูนิตี้กับนักศึกษา ชื่อ เด็กฝึกงาน.com

นั่นก็เป็นจุดเริ่มต้นของการเก็บโพรไฟล์น้องๆ จนมันเริ่มใหญ่ขึ้น เราก็มองว่ายังมีช่องว่างที่น้องๆเค้าสามารถทำงานพาร์ทไทม์ระหว่างเรียน หาเงินเพิ่ม ช่วยแบ่งเบาภาระที่บ้านได้ ก็เลยลองทำแพลตฟอร์มหางานพาร์ทไทม์สำหรับน้องๆขึ้นมา ซึ่งก็คือ Daywork ตอนนี้ ก็มีนักศึกษาในระบบของเราประมาณ 9 หมื่นคนได้

ทำไมถึงเชื่อว่าเด็กๆควรเริ่มทำงานพาร์ทไทม์

ฝ้ายมองว่านอกจากเรื่องเงิน ยังมีเรื่องประสบการณ์ และวิธีการแก้ปัญหาด้วย เด็กๆจะรู้จักวิธีรับมือปัญหา รู้ว่าจะต้องตัดสินใจยังไง จะทำงานร่วมกับคนอื่นจริงๆ ที่ไม่ได้อยู่ในรั้วมหาวิทยาลัยยังไง เพราะมันคือโลกจริงๆที่น้องๆจะต้องเจออยู่แล้ว

และก็จะเห็นว่าทุกวันนี้ มหาวิทยาลัยหลายๆแห่ง ก็เริ่มหันมาสนับสนุนการทำงานแบบ co-op หรือสหกิจ ที่มีทั้งการเรียนกับการทำงานแบบคู่ขนานกันไปด้วย

สมมตินักศึกษาคนนึงจะเริ่มต้นทำงานพาร์ทไทม์ มันมีปัญหาอะไรบ้าง แล้วบทบาทของคุณฝ้ายกับทีมตรงนี้คืออะไร

สมมติเป็นเป็นการทำพาร์ทไทม์ครั้งแรกของเค้า มันก็อาจจะมีกล้าๆกลัวๆอยู่บ้าง เพราะต้องไปทำงานกับคนแปลกหน้า เพื่อนก็ไม่ใช่ ใครก็ไม่รู้ แต่สมมติที่ทำงานนั้นมีเพื่อนด้วย เค้าก็อาจจะอุ่นใจขึ้นระดับหนึ่ง

แต่ทั่วไป เราก็จะมีคนที่เรียกว่า Daywork Master เป็นพี่เลี้ยงของน้องๆ คอยช่วยซัพพอร์ตให้ แล้วก็การันตีความปลอดภัย ดูแลเรื่องเงินเรื่องสวัสดิการให้น้องๆ

คือเราจะดูแลตั้งแต่ต้นเลยคือต่อรองพวกค่าแรงให้ แล้วก็มีการตรวจสอบว่าเค้าใช้งานเกินขอบเขตที่คุยกันไว้รึเปล่า ได้กินข้าว ได้มีเวลาพักรึเปล่า ได้กลับบ้านตรงเวลารึเปล่า ฯลฯ

 

เด็กไทยบางส่วนยังอาจจะอายเพื่อนที่ต้องทำพาร์ทไทม์

นี่ก็เป็นอีกจุดประสงค์นึงของเราเหมือนกันนะคะ เพราะจริงๆในต่างประเทศ เด็กๆเขาก็ทำงานพิเศษกันเป็นเรื่องปกติ

ตอนเราทำรีเสิร์ชเก็บข้อมูลจากน้องๆ เค้าก็อยากทำงานพิเศษอยู่ แต่ขอเลือกไปทำงานในสาขาที่ไกลๆจากบ้านหรือโรงเรียนนิดนึง เพราะกลัวเพื่อนจะเดินมาเจอ

มันกลายเป็นว่าเค้ากลัวคนจะมองว่าเด็กที่มาทำงานพาร์ทไทม์ คือคนที่บ้านมีปัญหาเรื่องการเงิน ก็เลยอายที่จะมารับจ๊อบ

แต่เราอยากสร้างค่านิยมให้เด็กๆรู้สึกว่าการทำงานพาร์ทไทม์มันเป็นเรื่องที่ดีนะ ไม่ใช่เรื่องน่าอาย เพราะนอกจากจะมีรายได้ ช่วยแบ่งเบาภาระที่บ้าน แล้วตัวเด็กเองก็จะได้ประสบการณ์ด้วย

แล้วมีตัวอย่างเด็กที่ภูมิใจกับการทำงานพาร์ทไทม์บ้างรึยัง

จะมีเด็กคนนึงที่ขยันมาก เค้าทำงานเป็น audit ร้านอาหารให้กับ Wongnai ตามแคมเปญต่างๆ เค้าต้องวิ่งไปที่ร้าน ถ่ายรูป คอยเช็กว่าเป็นไปตามที่ตกลงกันรึเปล่า

เค้าขยันมากจนมีรายได้สี่หมื่นกว่าบาทต่อเดือน เพราะมันเป็นงานที่ทำมากได้มาก อายุงานอาจจะสั้นนิดนึง คือเป็นแบบเดือนเดียวจบ แต่จากนั้น เค้าก็ยังสนใจที่จะรับงานอื่นๆด้วย

ที่เรารู้เรื่องนี้ เพราะเราจะมีคอลัมน์ประจำชื่อ Dayworker of the month ที่จะสัมภาษณ์น้องที่มีผลงานดี แล้วเด็กคนนี้ก็คือหนึ่งในนั้น

เค้าเล่าว่านอกจากเรื่องเงินแล้ว ก็ยังได้เรียนรู้การแก้ปัญหาเฉพาะหน้า เช่นเวลาไปที่ร้าน ร้านอาจจะไม่ต้อนรับ เพราะไม่รู้ว่าเค้าเป็นใคร มาทำอะไร ก็ต้องหาวิธีอธิบายให้อีกฝ่ายเข้าใจ นั่นคือสกิลที่เค้าจะได้

ฝ้ายไม่ได้เจอเค้า แต่พอได้รู้เรื่องของเค้าแล้วก็แฮปปี้มาก เพราะเราไม่ได้ต้องการแค่จับงานมาชนคน แล้วก็ได้เงิน แต่เราอยากให้เด็กรู้จักที่จะสร้างโพรไฟล์ตัวเองจากการทำงาน

ถ้าเด็กคนนึงอยากจะทำงานพาร์ทไทม์ ทำไมเค้าถึงต้องเลือก Daywork

อย่างที่บอกไว้ค่ะว่าเรามีโครงสร้างที่จะช่วยดูแลเรื่องความปลอดภัย ความเป็นพี่เลี้ยง ฯลฯ มากกว่าแค่ความเป็นระบบ มันมีเรื่องการปรับ mindset การเทรนนิ่งให้ด้วย

แล้วจุดประสงค์หลักของเรา คือการให้น้องได้สร้างโพรไฟล์ของตัวเองขึ้นมา ไม่ใช่แค่เป็นพนักงานพาร์ทไทม์ที่พองานเสร็จ ตัวเค้าเองหรือแม้แต่ทางร้านก็ไม่เคยเก็บข้อมูลอะไรไว้ พอไปเริ่มงานที่ใหม่ ก็เหมือนนับหนึ่งใหม่ แบบนั้นเรียนจบปุ๊บ จะเอาประวัติตรงนี้ไปสมัครงานก็ไม่ได้ เพราะไม่มีอะไรอ้างอิง

เราก็มองตัวเองว่าน่าจะเป็นส่วนนึงที่ช่วยให้น้องๆเอาโพรไฟล์จากการทำพาร์ทไทม์ไปต่อยอด ก็คงจะดี

แล้วฝั่งนายจ้างละครับ ทำไมถึงต้องเลือกจ้างผ่านเรา

ก็มีเรื่องการการันตี เพราะปัญหาหลักๆ ของนายจ้าง สำหรับการจ้างคนมาทำพาร์ทไทม์ คือนัดแล้วไม่มาทำงาน เราก็จะมีระบบหาคนแทนให้

สมมติ เด็กที่นัดไว้ไม่มาทำงานตอนเช้า พอได้รับแจ้ง เราก็อาจจะหาคนได้แล้วส่งไปแทนตอนเที่ยงๆ แล้วก็จะมีการสกรีนคนให้เหมาะกับคุณสมบัติที่เค้าอยากได้ ทำให้เค้าไม่ต้องเสียเวลาไปประกาศหาหลายๆที่

คือคนที่เป็นนายจ้าง ถ้าเค้าต้องการคนมาทำงานเพิ่ม แปลว่าเค้ามีปัญหาอยู่แล้ว ฉะนั้น ถ้าต้องมาเสียเวลา เพิ่มงานให้ตัวเองในการหาคน มันก็จะกินเวลามากขึ้นไปอีก

Daywork ก็จะเป็นส่วนหนึ่งที่ให้นายจ้างได้คนเพิ่ม โดยไม่ต้องเพิ่มงาน

มองอนาคตของบริษัทฯไว้ยังไงบ้าง

อย่างแรก คือเราอยากสร้างคอมมูนิตี้ของเด็กๆในการทำงาน ให้เค้ารู้สึกว่าการออกไปทำงานพาร์ทไทม์เป็นเรื่องที่ดี เรื่องที่เท่ การแบ่งเบาภาระครอบครัว หรือเลี้ยงดูตัวเองได้ ควรจะเป็นค่านิยมที่ดีในกลุ่มนักศึกษา

ถัดมาคือตัวแอพฯ เมื่อมันมีการจ้างงานไปเรื่อยๆ ฝั่งนายจ้างก็จะสามารถวางแพลนในการจ้างคนล่วงหน้าได้ด้วย ว่าเมื่อไหร่ โซนไหน ที่ตรงไหนที่ต้องการคน เพราะข้อมูลที่บันทึกการจ้างงานไว้ มันสามารถเอาไปต่อยอดได้

เพราะถ้ายังเป็นการจ้างแบบเดิมๆ ผ่านเอเจนซี่ หรือใช้วิธีโพสต์หาเฉยๆ ข้อมูลจะไม่ถูกเก็บ ไม่ถูกวิเคราะห์ มันจะเป็นแค่การหาคน แมตช์งาน แล้วก็จบไป

ส่วนถ้ามองไปถึง endgame ก็คงเป็นการสเกลอัพออกไปทำตลาดต่างประเทศ

อีกเรื่องคือกระบวนการในอนาคต เราอยากทำให้เหมือนเวลาเรียก Grab เลย แต่แทนที่จะขับรถ อันนี้สามารถเรียกมา เราก็ส่งคนไปทำงานได้เลย ให้เป็นเซอร์วิสแบบ on demand

และเราก็อาจจะขยายออกไปกลุ่มอื่นๆด้วย เพียงแต่เราเริ่มจากตลาดนักศึกษา เพราะมันโฟกัสง่าย ก็เลยเจาะตรงนี้ก่อน ถัดไปก็คงจะเป็น first jobber ซึ่งเป็นกลุ่มที่โตจากกลุ่มนักศึกษาที่เรามี

การเป็นผู้ประกอบการหญิง โดยเฉพาะในสายเทคโนโลยียากไหม

สำหรับฝ้าย เรามองว่าจะเป็นผู้หญิงหรือผู้ชาย การมาอยู่ตรงนี้ มันก็ยากเหมือนๆกันหมด ยิ่งมาอยู่ในสายเทคฯ คนอาจจะมองว่ามันแปลก แต่ที่เราทำมา ก็มีหลายๆฝ่ายให้การสนับสนุนส่งเสริมเยอะอยู่ ในแง่นึงตรงนี้ ก็อาจจะเป็นข้อดีก็ได้

ในฐานะคนที่เคยทำพาร์ทไทม์มาก่อน คุณฝ้ายมีคำแนะนำอะไรถึงน้องๆบ้าง

ก้าวแรกเป็นเรื่องยากเสมอ มันจะมีความไม่มั่นใจอยู่แล้ว ไม่ว่าจะเป็นเรื่องอะไร

ประเด็นคือไม่ว่าคุณจะเริ่มทำงานตั้งแต่ตอนนี้ หรือรอจนเรียนจบแล้วค่อยทำ มันก็ต้องเริ่มอยู่ดี

แต่สมมติ เราเริ่มตั้งแต่ตอนเรียน มันก็จะได้เปรียบคนอื่น ตรงที่เรามีประสบการณ์ก่อน พอไปทำงานจริง เราก็จะเคยเจอปัญหา แก้ปัญหามาก่อน ถือว่าเราพร้อมกว่า เพราะเรามีสกิลนั้นๆติดตัวมาแล้ว

(อ่านเพิ่มเติม 8 ทักษะการทำงานยุคใหม่ที่คุณควรมี)

ทำความรู้จักกับ Daywork เพิ่มเติมได้ ที่นี่

AHEAD ASIA นวัตกรรม ล้ำหน้า