ไทเกอร์ เฉีย (Tiger Qie) รองประธาน และหัวหน้าฝ่ายเทคโนโลยีของ Didi Chuxing ผู้ให้บริการเรียกรถของจีน เผยเตรียมเปิดให้บริการ แท็กซี่ไร้คนขับ ผ่านแอพพลิเคชั่นของบริษัทฯ ในนครเซี่ยงไฮ้ เร็วๆนี้

Didi ซึ่งก่อตั้งเมื่อปี 2012 คือผู้ให้บริการแพลตฟอร์มเรียกรถที่ใหญ่ที่สุดของจีน โดยปัจจุบัน มีผู้ลงทะเบียนใช้งานแล้วกว่า 550 ล้านคน หลังควบรวมกิจการกับ Uber เมื่อปี 2016 โดยปัจจุบัน ยังขยายไปให้บริการในประเทศอื่นด้วย ทั้งออสเตรเลีย และเม็กซิโก รวมถึงมีแผนเปิดให้บริการในคอสตาริกา เร็วๆนี้

ภายในงาน East Tech West ซึ่งจัดขึ้นโดย CNBC ที่กว่างโจว เมื่อเร็วๆนี้ เฉีย เผยว่า ณ ปัจจุบัน บริษัทฯตอบสนองดีมานด์ของผู้ใช้ได้ราว 65% เท่านั้น เทคโนโลยีรถไร้คนขับจึงถูกเร่งพัฒนาเพื่ออุดช่องว่างดังกล่าว แต่ยืนยันว่าไม่ใช่เพื่อทดแทนแท็กซี่ที่เป็นมนุษย์แบบ 100% อย่างที่เกรงกัน

“รถไร้คนขับและรถที่ขับโดยมนุษย์ จะทำงานร่วมกัน”

เฉีย ยังกล่าวถึงบริการคาร์พูล Hitch ซึ่งกลับมาให้บริการอีกครั้งเมื่อเร็วๆนี้ หลังถูกระงับไปชั่วคราว เพราะกรณีผู้โดยสารหญิงรายหนึ่งถูกกระทำชำเราและฆาตกรรมโดยคนขับรายหนึ่ง ว่าได้มีการปรับเปลี่ยนกำหนดเวลาในการใช้งานใหม่ เพื่อความปลอดภัยของผู้โดยสารที่เป็นหญิงโดยเฉพาะ

ภายใต้กฎใหม่ ผู้โดยสารที่เป็นหญิงจะใช้บริการคาร์พูลได้ ตั้งแต่เวลาตี5 จนถึงสองทุ่มเท่านั้น ขณะที่ผู้โดยสารชายจะใช้ได้ถึง 5 ทุ่ม โดย Qie อธิบายว่าการปรับเปลี่ยนครั้งนี้ พิจารณาจากข้อมูลการร้องเรียนของผู้โดยสารหญิงว่าการคุกคามทางเพศกว่า 50% เกิดขึ้นในช่วงเวลาระหว่าง 2 ทุ่มถึง 5 ทุ่ม

AHEAD TAKEAWAY

แท็กซี่ไร้คนขับ หรือ Robotaxi เป็นแนวคิดที่มีการพูดถึงได้ระยะหนึ่งแล้ว ทั้งในกลุ่มผู้ให้บริการเรียกรถ หรือแม้แต่ผู้ผลิตรถ EV อย่าง Tesla

ย้อนกลับไปเมื่อเดือนพฤษภาคม อีลอน มัสก์ ซีอีโอของ Tesla กล่าวด้วยความมั่นใจว่าเทคโนโลยีรถไร้คนขับของบริษัทฯ คือกุญแจสำคัญที่จะส่งให้ market cap หรือมูลค่าหลักทรัพย์ในตลาด พุ่งทะยานจาก 42,000 ล้านดอลลาร์ ไปเป็น 250,000 ล้านดอลลาร์ได้ภายในสามปี และเติบโตไปถึงหลัก 5 แสนล้านดอลลาร์ได้ในอนาคต

(อ่านเพิ่มเติม Tesla เล็งเปิดบริการแท็กซี่ไร้คนขับ ภายในปี 2020)

เนื่องจากคู่แข่งรายอื่นๆ ไม่ว่าจะเป็น Cruise ของ GM หรือ Waymo ในเครือ Alphabet ยังตามหลังบริษัทอยู่มาก โดยเฉพาะการเก็บข้อมูลจากการวิ่งจริงบนท้องถนน ขณะที่รถไร้คนขับของบริษัทน่าจะพร้อมใช้งานได้ ภายในปี 2020 แล้ว

แต่มุมมองของ มัสก์ ก็ถูกทักท้วงโดย ดารา คอสรอฟชาฮี ซีอีโอของ Uber ที่มองว่ายังเร็วเกินไปสำหรับการนำรถไร้คนขับมาวิ่งบนท้องถนนในช่วง 2-3 ปีข้างหน้า ทั้งความพร้อมในเรื่องเทคโนโลยี รวมถึงการทำความเข้าใจกับคนทั่วไปที่สัญจรอยู่บนท้องถนน

อย่างไรก็ตาม เมื่อเปรียบเทียบกับในสหรัฐฯแล้ว โอกาสที่เรื่องนี้จะเกิดขึ้นที่จีนในเร็วๆนี้ มีสูงกว่า เพราะเทคโนโลยีนี้ ได้รับการสนับสนุนเต็มที่จากภาครัฐในหลายๆด้าน

(อ่านเพิ่มเติม จีนร่างกฎหมายหนุนรถไร้คนขับในสามปี หวังเป็นศูนย์กลางโลก)

หนึ่งในนั้น คือการเตรียมเปิดเลนพิเศษแยกต่างหากสำหรับรถประเภทนี้โดยเฉพาะ บนทางหลวงสายใหม่ระหว่างกรุงปักกิ่งกับเขตเมืองใหม่สงอัน ที่มีกำหนดเปิดให้บริการในปีหน้า

(อ่านเพิ่มเติม จีนเปิดเลนพิเศษสำหรับรถไร้คนขับบนทางหลวงสายใหม่)

นอกจากนี้ในกลุ่มนักลงทุนที่มีหุ้นใน Didi ก็ปรากฎชื่อของ Alibaba Group อยู่ด้วย ซึ่งน่าจะช่วยให้แนวคิดการให้บริการแท็กซี่รถไร้คนขับเดินหน้าง่ายขึ้นอีก

และในระยะยาว จีน ก็จะเป็นคู่แข่งของสหรัฐฯเต็มตัวในด้านการนำเทคโนโลยีมาใช้งานจริง อย่างที่ปรากฎในหนังสือ AI Superpowers อย่างแน่นอน

เรียบเรียงจาก
Chinese ride-hailing giant Didi says it will launch a robo-taxi service in Shanghai ‘very soon’

Elon Musk to investors: Self-driving will make Tesla a $500 billion company

Elon Musk is wrong on robotaxi timing, Uber CEO Dara Khosrowshahi says

AHEAD ASIA นวัตกรรม ล้ำหน้า