ปัจจุบัน แทบทุกอุตสาหกรรมไม่มีทางหลีกหนีเรื่องของ Digital Disruption ได้พ้น ชนิดที่ว่าใครช้า ก็อาจต้องหายไปจากตลาด องค์กรที่ไม่หยุดนิ่ง จึงจะเป็นองค์กรที่ก้าวขึ้นมาเป็นผู้นำในสายธุรกิจได้

หลายองค์กรจึงเริ่มนำดิจิทัลเข้ามาปรับใช้ในการทำงาน เพื่อตอบสนองต่อการเปลี่ยนแปลง เพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน ตอบสนองความต้องการของลูกค้าได้อย่างเหมาะสมและรวดเร็วยิ่งขึ้น

หากมองจากเทรนด์ของเทคโนโลยี จะเห็นว่าการแข่งขันในธุรกิจมีแต่จะทวีความรุนแรงยิ่งขึ้น แล้วเราจะช้าได้อย่างไร? หลายๆองค์กรจึงมีจัดตั้งทีม “Digital Transformation” เพื่อผลักดันกระบวนการการทำงานให้ตอบรับกับยุคดิจิทัลมากยิ่งขึ้น

ทั้งการนำเทคโนโลยีขั้นสูงมาใช้ การปรับปรุงกระบวนการและต่อยอดด้วยการนำเทคโนโลยีที่เหมาะสมมาเสริม หรือมุ่งเน้นการพัฒนาศักยภาพของพนักงานในองค์กร โดยผสมผสานดิจิทัลเข้ากับตัว Corporate Culture เพื่อให้พนักงานทุกคนเข้าถึงดิจิทัล เพื่อนำไปใช้ในการทำงานและกลายเป็นส่วนหนึ่งของการใช้ชีวิต

PTT Global Chemical หรือ GC ผู้นำธุรกิจด้านเคมีภัณฑ์ที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย เห็นถึงกระแสความรุนแรงของพายุดิจิทัล จึงต้องการที่จะพัฒนา ปรับเปลี่ยนกระบวนการการทำงาน เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน และ พัฒนาศักยภาพบุคลากรในองค์กรให้ตอบสนองความต้องการของลูกค้าได้อย่างรวดเร็วและมีประสบการณ์ที่
ดีที่สุด

เพื่อการนี้ จึงได้จัดตั้งทีม Digital Transformation ขึ้นมาตั้งแต่ปลายปี 2560 เพื่อสร้างการเปลี่ยนแปลงแบบ Triple Transformation นั่นคือ Business, Technology และ Organization Transformation

โดยหากลงรายละเอียดในด้านการพัฒนาบุคลากร GC ในภาพของการทำ Digital Transformation GC ได้นำโมเดลการทำงานแบบใหม่ ที่เรียกว่า “Hackathon” ภายใต้ชื่อของโครงการ GC Shark Tank เข้ามาใช้ โดยในปีนี้ จัดขึ้นต่อเนื่องเป็นปีที่ 2 ซึ่งโครงการ GC Shark Tank นอกเหนือจากปลายทางที่เป็นลูกค้า ตัวพนักงานก็จะเกิดความคุ้นชินกับการทำงานในรูปแบบใหม่ๆ ภายใต้ข้อจำกัดที่เรียกว่า “เวลา”

ดร. คงกระพัน อินทรแจ้ง CEO ของ GC กล่าวถึงโครงการ GC Shark Tank ว่า “การแข่งขันในธุรกิจเคมีภัณฑ์มีความรุนแรงสูงมาก ทั้งตลาดในประเทศและต่างประเทศ ผลกระทบที่เพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆของ Digital Disruption รวมทั้งปัจจัยภายนอกที่เราไม่สามารถควบคุมได้ ทำให้เราจะต้องเตรียม GC ให้พร้อมที่จะดำเนินธุรกิจต่อไปภายใต้ความท้าทายต่างๆ

เป็นที่มาของกลยุทธ์ 3 Steps ของ GC คือ Step Change/Step Out/Step Up ภายใต้แนวความคิดสานต่อและต่อยอด สานต่อสิ่งที่ทำได้ดีอยู่แล้ว และต่อยอด แสวงหาสร้างโอกาสใหม่ๆ ในการลงทุนเพื่อนำพา GC ให้เติบโตแข็งแกร่งอย่างยั่งยืน

ในส่วนของกลยุทธ์ 3 Steps นั้น Step Change คือการสานต่อการทำบ้านให้แข็งแรง รักษามาตรฐานการผลิต
เพิ่มความสามารถในการแข่งขัน และต่อยอดขยายธุรกิจเข้าสู่ภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ มุ่งเน้นสร้าง High
Value Business เพื่อเพิ่มมูลค่า Step Out คือการตั้งเป้าเติบโตในระดับสากล และต่อยอดเข้าสู่ธุรกิจใหม่ผ่านทาง M&A เพื่อสร้างการเติบโตแบบก้าวกระโดด และสุดท้าย Step Up คือสานต่อความมุ่งมั่นในการสร้างองค์กรที่ยั่งยืน

ปีนี้ GC ได้รับการจัดอันดับเป็นที่ 1 ของโลกด้านความยั่งยืนในกลุ่มอุตสาหกรรมเคมีภัณฑ์ และอยู่ในระดับ Top 10 ของ Dow Jones Sustainability Indices (DJSI) หรือดัชนีประเมินประสิทธิผลการดำเนินธุรกิจตามแนวทางการพัฒนาอย่างยั่งยืนต่อเนื่องมาเป็นปีที่ 7 และเราจะต่อยอดให้เรื่องความยั่งยืนให้เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของธุรกิจและกระบวนการทำงาน โดยมีการตั้งเป้าหมายการดำเนินงานที่ชัดเจน

อีกหนึ่งสิ่งที่่ GC ให้ความสำคัญคือ บุคคลากร เราสานต่อการปลูกฝังวัฒนธรรมองค์กรที่เข้มแข็ง เพื่อหล่อหลอมให้พนักงานเป็นคนดี และยกระดับเพิ่มขึ้นในเรื่องความเก่งความรอบรู้ เพื่อเตรียมให้คนของเรามีความพร้อมรับกับสถานการณ์หรือเทคโนโลยีที่จะมีการเปลี่ยนไปในอนาคต

นอกจากนี้เพื่อเป็นการเตรียมพร้อมรับมือกับความท้าทายในอนาคต รวมถึงเรื่องของ Digital Disruption GC เองมี กำหนดแผนงานในเรื่องของ Digitalization ที่ชัดเจน โดยแบ่งเป็น 3 ระดับ

คือ ระดับที่ 1 Fundamental Uplift เพื่อเสริมสร้างความรู้ให้คนของเรา รวมทั้งปรับปรุงให้ infrastructure ต่างๆมีรากฐานที่แข็งแรงขึ้น ระดับที่ 2 Digital Transformation of Process คือ การนำ digital มาใช้ในกระบวนการทำงาน เช่น การใช้ Advance Analytic เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน สร้างกระบวนการทำงานให้มี Agility มากขึ้น ระดับที่ 3 คือ Digital Transformation of Business คือการต่อยอดเข้าสู่ธุรกิจใหม่ๆ”

GC Shark Tank นี้ ใช้เวลาทั้งสิ้นกว่า 5 เดือนเต็ม ในตอนเริ่มต้น ไอเดียกว่า 200 ไอเดียหลั่งไหลเข้ามาจากหลายสายงาน องค์กรได้มีการคัดเลือกให้เหลือ 30 ไอเดีย โดยครอบคลุมทั้งฝั่ง Production และ Corporate หลังจากนั้น ทั้ง 30 ทีมกว่า 120 ชีวิต ทั้งจากสายงานเดียวกัน หรือ Cross Functional ได้มีโอกาส Reflect และ Re-Think กับผลงานตัวเองผ่าน Design Thinking Workshop เป็นเวลา 2 วันเต็ม

เพื่อเค้นหา Root cause และ User Experience ที่แท้จริงของแต่ละปัญหา ซึ่งหลังจากจบคลาสเรียนในวันนั้น
พนักงานจำเป็นจะต้องกลับไปทำการบ้านเพิ่มเติม ในการทำ User interview และกลับมา pitching ต่อหน้ากรรมการคนในและคนนอกองค์กร ภายใน 4 นาที พนักงานแต่ละคนจำเป็นจะต้องดึงศักยภาพของตัวเองออกมาให้ได้มากที่สุด

จาก 200 คัดเหลือ 30 และ 10 ทีมสุดท้ายในรอบ Final ที่จะได้อัพสกิลในด้านการเข้าใจถึงปัญหา และหาวิธีการแก้ไขเบื้องต้น ผ่านคลาสเรียนต่างๆ เพื่อกลั่นไอเดียเหล่านี้ ให้กลายเป็น Prototype ที่สามารถนำไป Pitch
ต่อหน้าคณะกรรมการรอบตัดสิน เพื่อขอเงิน Funding สำหรับทำโปรเจคให้เกิดขึ้นจริง

พิทักษ์ เหล่าแสงงาม Head of Digital Transformation กล่าวเสริมว่า “Digital Transformation Starts with People, Not Tech เป็นสิ่งที่เราขีดเส้นเอาไว้ เพื่อสร้าง mindset และเปิดโอกาสให้พนักงานได้มีส่วนร่วมผ่านการลงมือทำ เห็นภาพรวม และมีโอกาสเรียนรู้วิธีการทำงานแบบใหม่ๆ นั่นคือความมุ่งหวังของการทำ Organizational Transformation

GC Shark Tank เป็นเพียง Mechanism ที่จะทำให้พนักงานเข้าใจเรื่องพวกนี้อย่างเป็นรูปธรรมมากขึ้น เรานำโมเดล Hackathon มาใช้ แล้วนำกลับมาประยุกต์ใช้ ทดสอบและเรียนรู้ โดยไม่กลัวที่จะเฟล ถ้าเวิร์ค ค่อยขยายออกไปให้ทั้งองค์กรได้ใช้งานจริง โมเดลนี้จะเป็นตัวสร้างแรงกระเพื่อมให้ทุกคนใน GC เข้าใจการทำ Digital Transformation มากยิ่งขึ้น”

การเปลี่ยนแปลงที่ยั่งยืนไม่สามารถทำได้เพียงคนด้วยหยิบมือ แต่พนักงานจะต้องเข้าใจ มองเห็นภาพรวมถึงผลกระทบที่จะเกิดขึ้นจากการทำไอเดียเหล่านั้นให้เป็นจริงได้

นั่นหมายถึงสิ่งที่องค์กรได้รับ จะไม่ใช่แค่ Business Impact แต่เป็นการพัฒนาทักษะและความรู้ของพนักงาน ไปสู่อีกขั้นด้วยบุคคลากรที่เข้มแข็งนี้ จะทำให้ GC สามารถยืนหยัดในการเป็นผู้นำทางด้านเคมีภัณฑ์ต่อไป

AHEAD ASIA นวัตกรรม ล้ำหน้า