ใช้จ่ายเกินตัว กินจังค์ฟูด ติดของหวาน ดูซีรีส์ลากยาวยันดึก ฯลฯ คือพฤติกรรมทั่วไป ที่ดูเหมือนธรรมดา แต่จริงๆแล้ว ส่งผลเสียกับชีวิตคุณในหลายๆด้านมากกว่าที่คิด

และที่น่ากลัวที่สุด คือมันเลิกยากชนิดที่ใครก็คาดไม่ถึง

เพราะมันง่ายมากที่คุณจะปล่อยตัวไปกับความสบายชั่วคราวเหล่านี้ มากกว่าจะลุกขึ้นปัดกวาดตัวเอง เพื่อชีวิตที่มีระเบียบ และมีประสิทธิภาพมากกว่า

เอมี โมริน เป็นนักจิตวิทยาบำบัด และเจ้าของหนังสือเบสต์เซลเลอร์ 13 Things Mentally Strong People Don’t Do ที่ถูกตีพิมพ์ทั่วโลกกว่า 36 ภาษา (ในบ้านเรา ใช้ชื่อ “13 สิ่งที่คนเข้มแข็งเขาไม่ทำกัน” แปลโดย วิสาข์ ทองตัน สำนักพิมพ์ Shortcut) มีคำแนะนำเพื่อช่วยให้คุณลาขาดจากพฤติกรรมแย่ๆที่เคยตัวมาตลอด เพื่อเป็นคนใหม่ที่ดีขึ้นได้

มาดูกันว่า ฮาวทู Think คิดยังไงเพื่อลาขาดพฤติกรรมแย่ๆ ต้องทำยังไงบ้าง

(อ่านเพิ่มเติม 5 เหตุผลที่คุณเปลี่ยนแปลงตัวไม่สำเร็จ พร้อมวิธีแก้ไข)

#1
ลิสต์ข้อดีของการไม่ทำเรื่องนั้น

การใช้หลักการและเหตุผล คือข้อแตกต่างสำคัญระหว่างมนุษย์กับสิ่งมีชีวิตอื่น

แต่สัญชาตญาณของการเป็นสิ่งมีชีวิต มักทำให้เราไขว้เขว และปล่อยให้อารมณ์อยู่เหนือเหตุผลอยู่บ่อยๆ

สังเกตให้ดีว่าพฤติกรรมที่ไม่ควรทำ มักเกิดตามหลังความรู้สึกเชิงลบอย่าง โกรธ กังวล เศร้า เหงา หรือเบื่อ ฯลฯ

และเมื่อคุณลงมือทำ อาจเกิดความพอใจแค่ชั่วครั้งชั่วคราว แต่ผลลัพธ์ที่ตามมา อาจส่งผลเสียต่อคุณในทางใดทางหนึ่งภายหลัง

การรักษาสมดุลระหว่างอารมณ์กับเหตุผล จะช่วยให้การตัดสินใจของคุณดีขึ้น และอดทนต่อสิ่งเร้าได้ดีกว่าเดิม

หนึ่งในวิธีที่ได้ผลคือการจดลิสต์เหตุผลหรือข้อดีของการไม่ทำสิ่งนั้นๆไว้เตือนตัวเอง

เช่นถ้าคุณอยากลดอาการติดซีรีส์ของตัวเอง จนไม่เป็นอันกินอันนอน ก็อาจจะลิสต์เหตุผลดีๆที่คุณจะดูให้น้อยลง หรือไม่ดูเลย ไว้เป็นข้อๆ แบบนี้

  • สุขภาพดี เพราะได้นอนเต็มอิ่ม
  • พอไม่ง่วง ก็สมองแจ่มใส จำอะไรได้แม่นยำขึ้น
  • ไม่อ้วน เพราะไม่ได้กินขนมกับน้ำอัดลมเหมือนตอนนั่งดู
  • มีเวลาใส่ใจคนรอบข้างมากขึ้น ไม่หมกมุ่นกับตัวเองหรือซีรีส์ที่ดู

ฯลฯ

เหตุผลที่จะนำมาหักล้างพฤติกรรมไม่ควรทำ ควรเป็นเหตุผลที่ทำให้คุณรู้สึกดี เพราะมันจะช่วยให้คุณรู้สึกว่า “ไม่เห็นจะต้องทำแบบนั้นเลย ก็มีความสุขได้”

ยังมีอีกปัจจัยที่ทำให้วิธีนี้ได้ผล คือช่วงเวลาที่คุณหยิบลิสต์ที่จดไว้ขึ้นมาดู เท่ากับเป็นการเบี่ยงเบนความสนใจจากสิ่งเร้าได้ชั่วครู่

และเมื่อคุณอ่านเหตุผลที่เตรียมไว้จนจบ ก็เท่ากับเป็นการดึงเวลาออกไปให้ความอยากของคุณที่ถูกกระตุ้นขึ้นมา ค่อยๆอ่อนกำลังลงไปด้วย

#2
สร้างอุปสรรคให้ทำเรื่องนั้นๆยากขึ้น

ปัญหาคือถ้าแค่เหตุผลอย่างเดียวช่่วยหยุดคนเราไม่ให้ทำอะไรไม่ดีได้ โลกนี้น่าจะสงบสุขไปนานแล้ว

เพราะในหลายๆโอกาส การทำเรื่องไม่ควรทำ มันง่ายและสะดวก จนคุณหลวมตัวทำมันอยู่ตลอด

วิธีแก้คือทำยังไงก็ได้ ให้คุณทำ “สิ่งนั้น” ยากขึ้น แต่การหาวิธีรับมือเรื่องนี้ก็อาจจะซับซ้อนกว่า เพราะมันขึ้นกับสถานการณ์และปัจจัยแวดล้อมด้วย

สมมติคุณอยากเลิกบุหรี่หรือเหล้า ก็อาจจะไม่เก็บของพวกนั้นไว้ที่บ้านหรือโต๊ะทำงานเลย รวมถึงไม่ไปเที่ยวกลางคืนด้วย

แต่ในหลายกรณีก็ไม่ได้ง่ายแบบนั้น เช่น สมมติคุณอยากจะลดปริมาณการบริโภคน้ำตาล แต่ถ้าคนอื่นๆในบ้านไม่คิดจะทำแบบเดียวกัน

ทางออกคือคุณจะต้องเป็นคนเดียวในบ้านที่ไม่รู้ว่าขนมหรือของหวานทั้งหลายเก็บไว้ตรงไหน

หรือถ้าคุณติดการซื้อของออนไลน์ ก็อย่าบันทึกเลขบัตรเครดิตไว้ในมือถือหรือแล็ปท็อปของคุณ แล้วก็เอาบัตรเครดิตตัวจริงไปเก็บไว้ในที่ๆเข้าถึงยาก เช่นในกระโปรงท้ายถร

ถ้าคุณอยากบำบัดอาการติดโซเชียลมีเดีย ก็มีแอพอื่นๆสำหรับช่วย ทั้งขึ้นเวลาเตือน ไปจนถึงบล็อกการใช้งานชั่วคราว

เพราะถ้าคุณรู้สึกว่า “ความสุขชั่วคราว” นั้น เข้าถึงได้ยาก คุณก็จะเริ่มค่อยๆลดความสนใจมันลงไป

#3
คาถาเตือนใจ

เอาเข้าจริงแล้ว เหตุผลร้อยแปด หรือนานาอุปสรรค ก็อาจหยุดคุณไม่ได้ ถ้าสมองของคุณไม่ได้คิดจะ ฮาวทู Think แบบจริงจัง แถมยังคอยสั่งการตลอดว่า “นิดนึงคงไม่เป็นไร”

ทางออกของเรื่องนี้คือคุณต้องมี “คาถาเตือนใจ” เพื่อสร้างความเข้มแข็งให้กับจิตใจของคุณทุกครั้งที่คิดจะทำเรื่องต้องห้าม

เช่นถ้าคุณติดซีรีส์งอมแงม จนนอนดึกแทบทุกวัน ให้ลองคิดดูดีๆว่า การนอนดึกของคุณไม่ได้ส่งผลกระทบแค่เรื่องสุขภาพ แต่ยังอาจลามไปถึงหน้าที่การงาน การปฏิสัมพันธ์กับคนรอบข้าง หรือชีวิตส่วนตัว

ให้ลองหาเวลาทบทวนว่า “ความสุขชั่วครู่” ของคุณนั้น มันคุ้มค่าแค่ไหน ถ้าการอดหลับอดนอน ทำให้คุณทำงานไม่เสร็จตรงเวลา เต็มไปด้วยข้อผิดพลาด หรือคนในครอบครัวรู้สึกว่ากำลังถูกคุณละเลย

ทุกครั้งที่ดูซีรีส์ และรู้สึกค้างคาอยากจะกดดูตอนต่อไป ทั้งที่รู้ว่าถ้าดูต่อคุณจะได้นอนน้อยลงไปอีกหนึ่งชั่วโมง ให้พยายามท่องว่ีาชีวิตมีเรื่องอื่นที่สำคัญกว่าให้ทำ ซีรีส์เก็บไว้ดูต่อหลังงานเสร็จหรือวันหยุดก็ได้

การท่องคาถาเตือนตัวเองแบบนี้ซ้ำๆ จะช่วยลดความอยากของคุณลงได้ และมันจะค่อยๆช่วยสร้างวินัยในตัวคุณให้แข็งแรงขึ้น จนสามารถก้าวข้ามพฤติกรรมเหล่านี้ได้ในที่สุด “ถ้าคุณพยายาม”

และที่แน่นอนที่สุด ความผิดพลาดคือส่วนหนึ่งบนเส้นทางความสำเร็จ ฉะนั้น ถ้าเมื่อไหร่ที่คุณเผลอตัว หรือหลวมตัวทำผิดอีก อย่าเพิ่งโทษตัวเอง หรือล้มโต๊ะยอมแพ้ ให้มองว่ามันเป็นโอกาสที่จะทำให้ดีขึ้นกว่าเดิมได้อีก

และเมื่อไหร่ที่คุณทิ้งพฤติกรรมแย่ๆไป และสร้างวินัยในตัวเองได้ ชีวิตคุณก็จะเดินไปอย่างมีระบบ และมีประสิทธิภาพมากขึ้นไปด้วย

*ขอบคุณภาพต้นฉบับและฟอนต์จาก Nawapol Thamrongrattanarit

AHEAD ASIA นวัตกรรม ล้ำหน้า

5 เหตุผลที่ทำให้คุณ ผัดวันประกันพรุ่ง (พร้อมวิธีแก้ไข)